ส่องโผทหารร้อน ชิงเก้าอี้ "ทัพเรือ-ทัพฟ้า" วัดใจ "บิ๊กอุ้ย-แอร์บูล"

ข่าว

    ส่องโผทหารร้อน ชิงเก้าอี้ "ทัพเรือ-ทัพฟ้า" วัดใจ "บิ๊กอุ้ย-แอร์บูล"

    ไทยรัฐออนไลน์

    12 ส.ค. 2564 10:44 น.

    • ช่วงโค้งท้ายเหล่าทัพเตรียมส่งโผรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำ 2564 ระดับนายพล ถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เพื่อเตรียมนำสู่ขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ
    • เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายทหารจากกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักปลัดฯ กลาโหม ผู้ที่จะก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่ง ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และปลัดฯ กลาโหม คนใหม่แทนคนเก่า
    • จับตาโยกย้ายในส่วนกองทัพบก นายทหารระดับ 4 เสือ ทบ. แม่ทัพภาค และผบ.กองพล ขุมกำลังหลักจะต้องสับเปลี่ยนหลายตำแหน่ง ถือเป็นการจัดทัพที่ต้องผ่านความเห็นชอบต่อ "บิ๊กตู่" เพื่อวางตัวบุคคลในการรับการเมืองร้อนปีหน้าที่รัฐบาลจะหมดวาระลง

    ดูเหมือนเรื่องวุ่นๆ ในการปรับย้ายนายทหารจะจบลงในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เมื่อโผรายชื่อโยกย้ายเหล่าทัพจะส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่จะนำไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย ก่อนเรียกคุย 7 เสือคณะกรรมการกลาโหม จากนั้นเตรียมนำรายชื่อส่งขึ้นทูลเกล้าฯ โดยการปรับย้ายทหารรอบนี้มีไฮไลต์อยู่ที่ตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และปลัดกระทรวงกลาโหม ที่จะเกษียณราชการ

    ขณะเดียวกันตำแหน่งระดับคุมกำลังของ "กองทัพบก" ก็ถึงวาระที่จะต้องการปรับเปลี่ยน หมุนเวียนหลายตำแหน่ง โดยมี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ยังนั่งตำแหน่ง ผบ.ทบ. ยาวถึงปี 2566 จะเป็นผู้จัดทัพ 4 เสือ ทบ. พร้อมจัดแถวระนาบ "แม่ทัพภาค"

    และนายทหารระดับคุมกำลัง "ผู้บัญชาการกองพล" (ผบ.พล) ซึ่งการวางตำแหน่งเหล่านี้ก็น่าสนใจ เพราะจะเป็นการวางขุมกำลังขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ๆ ที่จะเกษียณในอนาคต ในห้วงการเมืองที่กำลังร้อนแรง จากปัญหาม็อบ กลุ่มผู้ชุมนุม และความมั่นคง

    โดยในส่วน ทบ.ต้องจับตาไปที่แกนนำรุ่น ตท.26 - ตท.28 ถึงเวลาที่จะก้าวขึ้นเป็น "นายพล" เพื่อคุมหน่วยระดับ "กองพล" ที่ถือเป็นหัวใจในการต่อยอดสู่บัลลังก์ 5 เสือทบ.ในอนาคต โดยเฉพาะหลาย "กองพล" ในเมืองหลวงที่มี ตท.27 นั่งในตำแหน่ง และการปรับย้ายทหารเที่ยวนี้ก็มีดาวรุ่งของ "ตท.28" ที่จะก้าวขึ้นมานั่งในตำแหน่งสำคัญหลายกองพล

    ทำให้โผโยกย้ายทหาร ที่เข้าสู่โค้งท้าย ดูน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมีการคาดการณ์การจัดแถวทหารทุกเหล่าทัพ ประจำปี 2564 ระดับนายพล จะเป็นการวางตัวทหารผู้ใกล้ชิดครั้งสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก่อนที่รัฐบาลจะหมดวาระในปีหน้า หรือ "รัฐบาลลุงตู่" อาจจะยุบสภาก่อนไตรมาสแรกของปี 65 ก็เป็นไปได้

    ดังนั้นการวางขุนพลด่านหน้า ม้างาน ทหารใกล้ชิด เพื่อจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งในสมัยหน้า รวมทั้งเป็นพลังในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามดูจะยิ่งเข้มข้น และน่าจับตาอย่างยิ่ง

    ข้ามกลับมาดูปีนี้มี "ผบ.เหล่าทัพ" เกษียณในตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ต่างก็พร้อมและได้จัดทำบัญชีรายชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเพียงส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น

    นอกจากนี้ยังมีนายทหาร ระนาบ "พลเอกพิเศษ" ในตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่จะเกษียณพร้อมกัน 3 คน ทั้ง พล.อ.ชูชาติ บัวขาว พล.อ.ชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์ และพล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี เหลือเพียง พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดฯ กลาโหม (1) ที่มีอาวุโสสูงสุด จะเกษียณราชการในปีหน้า (65)

    ขณะที่ "กองบัญชาการกองทัพไทย" รองผบ.ทหารสูงสุด ทั้ง 3 คน ก็เรียงแถวเกษียณพร้อมกันทั้ง พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ พล.อ.คำรณ เครือวิชฌยาจารย์ พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ ทำให้อัตรา "พลเอกพิเศษ" ว่างพร้อมกัน 3 ตำแหน่งเช่นกัน

    ในส่วน "กองทัพบก" ก็มี "พลเอก" ตำแหน่งหลัก โดยเฉพาะ 4 เสือ ทบ. ต้องเกษียณ ประกอบด้วย พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองผบ.ทบ. พล.อ.ธเนศ กาลพฤกษ์ ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผช.ผบ.ทบ.(1) พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผช.ผบ.ทบ.(2)

    "กองทัพเรือ" เกษียณ 2 ตำแหน่ง "อัตราพลเรือเอกพิเศษ" ทั้ง พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม รองผบ.ทร. พล.ร.อ.สมชาย ณ บางช้าง ประธานคณะที่ปรึกษา ทร.

    สำหรับ "กองทัพอากาศ" มี พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ รองผบ.ทอ. พล.อ.อ.ปราโมทย์ ศิริธรรม ผช.ผบ.ทอ. พล.อ.อ.เดชอุดม คงศรี ผช.ผบ.ทอ. เกษียณอายุราชการเช่นกัน


    เมื่อมองดูแคนดิเดตเก้าอี้ "ปลัดกระทรวงกลาโหม" ก็พบแทบไม่มีคู่ท้าชิง เพราะเหลือเพียง "บิ๊กเฒ่า" พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดฯ กลาโหม (ตท.20) เพียงคนเดียวที่ยังไม่เกษียณ แต่ขึ้นอยู่กับ "บิ๊กณัฐ" พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดฯ กลาโหม (ตท.20) ว่าจะเสนอรายชื่อขึ้นไปหรือไม่ เพราะโดยหลักการ พล.อ.ณัฐ ต้องยึดหลักเกณฑ์เสนอรายชื่อรองปลัดฯ กลาโหม ขึ้นเป็นปลัดฯ กลาโหม

    นั้นก็หมายถึงจำเป็นต้องดัน พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ที่จ่อเป็น รองปลัดฯ กลาโหม มาถึง 2 ปี ให้ขึ้นเป็นปลัดฯ กลาโหมแทน แต่หาก พล.อ.ณัฐ จะเสนอชื่อ ผู้ที่อยู่เหล่าทัพอื่นข้ามมาเป็นปลัดฯกลาโหม จะต้องตอบปัญหา และอธิบายในคณะกรรมการกลาโหมถึงเหตุผล ความจำเป็น และหลักการให้ได้

    ขณะที่ "กองทัพบก" ก็เตรียมดัน "บิ๊กหน่อย" พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เสธ.ทบ. (ตท.20) เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.ณัฐ ข้ามมาชิงในตำแหน่ง ปลัดฯ กลาโหม เช่นกัน ดังนั้นบทสรุปสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ว่าจะเลือกใช้งาน ปลัดฯ กลาโหม คนใหม่ จากรองฯ ที่เป็นทหารเรือ หรืออยากได้ปลัดฯ ที่มาจากทหารบก

    เพราะหาก พล.ร.อ.สมประสงค์ ขึ้นเป็นปลัดฯ กลาโหม พล.อ.วรเกียรติ ก็จะนั่งเป็นรองปลัดฯ กลาโหม แต่ถ้า พล.อ.วรเกียรติ ขึ้นเป็นปลัดฯ กลาโหม พล.ร.อ.สมประสงค์ ก็จะต้องถูกโยกเป็น รองผบ.ทหารสูงสุด หรือไม่ก็จเรทหารทั่วไป ซึ่งเป็นอัตรา "พลเอกพิเศษ" ที่รองรับได้เช่นกัน

    ในส่วน "กองทัพเรือ" แม้จะมีแคนดิเดตขึ้นชิงตำแหน่ง "แม่ทัพเรือ" ด้วยกัน 3 คน ประกอบด้วย "บิ๊กโต้ง" พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ เสธ.ทร. (ตท.21) ผู้ที่ทำงานร่วมกับ พล.ร.อ.ชาติชาย มาตลอดระยะ 1 ปี ทั้งส่วนตัวก็มีความสนิทสนมกันตั้งแต่เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ติดตามผู้ใหญ่ด้วยกันจึงให้มองตารู้ใจ ถ้าหากได้ขึ้นนั่งเก้าอี้ "แม่ทัพเรือ" ก็จะทำงานได้ถึงปี 66

    ขณะเดียวกันก็มี "บิ๊กปู" พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผบ.กองเรือยุทธการ (ตท.22) ที่ถือว่าเป็นมือทำงาน และดูแลหน่วยรบของทัพเรือเป็นคู่ชิง ซึ่งก็มีพลังภายในไม่น้อยและเกษียณอายุปี 2566 ส่วน พล.ร.อ.ทรงวุฒิ บุญอินทร์ ผช.ผบ.ทร.(ตท.22) ที่โดยบุคลิกเป็นคนเงียบ เก็บตัว ไม่ค่อยเป็นข่าว ก็ยังถือว่าเป็นตัวสอดแทรก หรือตาอยู่ได้ทุกเมื่อ

    ส่วนชื่อของ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดฯ กลาโหม ก็มองข้ามไม่ได้ หาก พล.อ.ณัฐ จะดันกลับมาจริงๆ ก็ต้องพูดคุยกับ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. และต้องบอกเหตุผลความจำเป็นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม รับทราบ เพราะ "บิ๊กตู่" จะเป็นผู้ตัดสินใจในด่านสุดท้าย ดังนั้นหลังวันที่ 16 สิงหาคมนี้ เมื่อทุกเหล่าทัพส่งโผโยกย้ายแล้ว ก็จะทราบกันว่า ใครเป็นหมายเลข 1 ที่จะขึ้นคุม "ทหารน้ำ"

    ขณะที่ "กองทัพอากาศ" ถือว่ายังฝุ่นตลบ เพราะมีผู้อยู่ในข่ายแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "แม่ทัพฟ้า" ต่างล้วนมาจาก นักบินไฟต์เตอร์ บินเครื่องบินรบแบบ F-5 และ F-16 ทั้ง "บิ๊กป้อง" พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ประธานที่ปรึกษา ทอ.(ตท.21) ที่ครองอัตรา (พลอากาศเอกพิเศษ) อดีตผู้การกองบิน 23 อุดรฯ "บิ๊กตั้ว" พล.อ.อ.สฤษฎ์พงศ์ วัฒนาวรางกูร ผบ.คปอ. (ตท.21) อดีตผู้การกองบิน 1 โคราช และ "เสธหนึ่ง" พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา เสธ.ทอ. (ตท.23) อดีตผู้การกองบิน 4 ตาคลี

    โดยแคนดิเดตทั้ง 3 คน ถือเป็นนายทหารที่มีเกียรติประวัติ โปรไฟล์ดีเยี่ยม ทั้งในเรื่องความรู้ ความสามารถ ฝีมือการบิน จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. ว่าจะเลือกให้ใครขึ้นมารับธงต่อ เพราะถือว่ามีความเหมาะสมทั้งสิ้น แต่หากดูเงื่อนไขในเรื่องเวลา พล.อ.อ.ชานนท์ ซึ่งเป็นรุ่นน้อง และมีอายุราชการถึง 2567 จึงเห็นว่ายังรอได้ ในขณะที่ พล.อ.อ.สฤษฎ์พงศ์ และพล.อ.อ.นภาเดช จะเกษียณในปีหน้า 65

    ดังนั้นการตัดสินใจจะเลือกใครขึ้นมาเป็นหมายเลข 1 เพื่อครอง "ทัพฟ้า" จึงถือเป็นงานหนักของ พล.อ.อ.แอร์บูล ว่าจะเสนอชื่อเพื่อนคนไหนขึ้นสานงานต่อนั่นเอง

    ผู้เขียน  : คชสีห์ 88

    กราฟิก  : sathit chuephanngam

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โผทหารspecial contentโยกย้ายทหารโยกย้ายทหาร2564ผบ.ทร.ผบ.ทอ.คนใหม่บัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารกองทัพเรือกองทัพอากาศข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 02:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์