กระแสนายกฯพระราชทานกับการปิดกั้นสื่อ

ข่าว

กระแสนายกฯพระราชทานกับการปิดกั้นสื่อ

หมัดเหล็ก

    2 ส.ค. 2564 05:01 น.

    เฟกนิวส์ ถูกนำมาเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อจากการ call out ในเชิงยุทธศาสตร์แล้วถือว่าเป็นการเดินหมากที่ผิดพลาดของรัฐบาล ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน เพราะในที่สุดแล้ว รัฐบาล จะถูกโดดเดี่ยวจาก มวลชน และ สื่อมวลชน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา หากมี อคติกับสื่อมวลชน ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของประชาชน ยกเว้น จะเป็นพวก ไอโอ ที่รับหน้าที่ออกมาแก้ต่างให้กับรัฐบาล ส่วนใหญ่จะนำไปสู่วาระสุดท้ายของรัฐบาลนั้นๆ

    การที่ ตัวแทน 6 องค์กรสื่อมวลชน ประกอบด้วย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอให้ยกเลิกข้อความในข้อที่ 11 กำหนดตามความใน ม.9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และข้อกำหนดในฉบับที่ 29 การนำเสนอข่าวหรือการทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือน ข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทั่วราชอาณาจักร

    ถ้อยคำดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ คุกคามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ด้วยเหตุผลที่ว่า ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐในการเอาผิด เพียงแค่ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว โดยปราศจากหลักเกณฑ์และขอบเขตของการใช้อำนาจที่ชัดเจน แม้แต่การที่ประชาชนหรือสื่อมวลชนเผยแพร่ข้อเท็จจริง อาจถูกดำเนินคดีหรือถูกคุกคามจากรัฐได้

    อันที่จริง สื่อมวลชน โดยอาชีพ แล้ว จะมีวิจารณญาณในการนำเสนอข่าวสารต่างๆด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างดีเพราะมีกฎหมายทั้งแพ่งทั้งอาญา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และประกาศ ระเบียบอื่นที่ใช้คุมสื่ออีกบานตะไท การนำเสนอข่าว ต้องผ่านการกลั่นกรองหลายขั้นตอน จึงไม่จำเป็นที่ต้องออกคำสั่งใดๆมาบังคับใช้อีก นอกจากจะเป็นการใช้กฎหมายซ้ำซ้อนและขัดแย้งแล้ว ยังมีเจตนาที่จะใช้กลไกทางกฎหมายในการกำหนดให้การนำเสนอข่าวไปใน ทิศทางใดทางหนึ่ง

    ซึ่งจะกระทบกับภาพลักษณ์ ความเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็มีความเคลือบแคลงถึงที่มาของอำนาจอยู่แล้วก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก

    และใน ด้านความสงบเรียบร้อย เองจะก่อให้เกิดผลตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์ที่จะออกคำสั่งนี้ นั่นหมายถึงจะนำไปสู่กระแสการเรียกร้องขัดขืนและเกิดการต่อต้านรัฐบาลในที่สุด

    ที่ผ่านมาเสถียรภาพของรัฐบาลถูกสั่นคลอนเพราะ ที่ปรึกษาเทกระโถน คนใกล้ชิด นำมาซึ่งเภทภัยและวาระสุดท้ายของรัฐบาล การสร้างศรัทธาจากประชาชนย่อมมั่นคงและยั่งยืนกว่าการใช้อำนาจข่มขู่คุกคาม

    ดังนั้น กระแสข่าวนายกฯพระราชทาน การประกาศกฎอัยการศึก ยึดอำนาจ จึงเป็นตัวอย่างของการออกมาแสดงถึงการขัดขืนต่อต้านอำนาจรัฐและจะซ้ำเติมให้สถานการณ์ประเทศเข้าสู่วิกฤติเร็วขึ้น อย่าไปหาทำ.

    หมัดเหล็ก
    mudlek@thairath.co.th

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เฟกนิวส์นายกฯพระราชทานสื่อปิดกั้นสื่อสิทธิเสรีภาพสิทธิมนุษยชนวิจารณ์รัฐบาลคาบลูกคาบดอกหมัดเหล็ก

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 05:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์