นักกฎหมายชี้ นายกฯให้อำนาจ กสทช.สั่ง "ตัดเน็ต" อาจขัดรัฐธรรมนูญ

ข่าว

    นักกฎหมายชี้ นายกฯให้อำนาจ กสทช.สั่ง "ตัดเน็ต" อาจขัดรัฐธรรมนูญ

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 ก.ค. 2564 11:45 น.

    นักกฎหมายจี้ถาม นายกฯใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้อำนาจ กสทช. ทำหน้าที่แทนศาล สั่ง "ปิดเน็ต" มีมาตรฐานพอหรือ เป็นธรรมแล้วหรือ ชี้ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้คัดค้านและให้ศาลไต่สวนคดี ข้อกำหนดนี้อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

    เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 64 นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการ สมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กให้ความเห็นกรณีที่ นายกรัฐมนตรีออกข้อกำหนดห้ามเสนอข่าวที่อาจทำให้ประชาชนหวาดกลัว โดยให้อำนาจ กสทช.แจ้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสั่งระงับได้ พร้อมส่งตำรวจดำเนินคดี มีผล 30 ก.ค. นั้นเห็นว่า

    1.กรณีที่มีการเผยแพร่โดยทั่วไปซึ่งข้อความอันเป็นเท็จ นั้นประโยคนี้ปรากฏอยู่ในอารัมภบท คือปัญหาที่จะเกิดขึ้น ว่า ความเท็จเป็นอย่างไร จะเป็นเท็จตามข้อมูลหรือตามดุลพินิจของ กสทช. นั้นมีหลักประกันใดที่จะไม่เปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรม หรือความเท็จนั้นมีความจริงอย่างไร กสทช. ต้องบอกสังคมให้ทราบ ความจริงทันทีเช่นกัน ประชาชนจะได้ตรวจสอบ โต้แย้ง และนำพยานหลักฐานพิสูจน์สนับสนุนข้อโต้แย้งได้ถูกต้อง จึงจะเรียกว่า กสทช. มีมาตรฐานจริง หาก กสทช. อ้างลอยๆไม่มีเนื้อหาของความจริงให้ปรากฏว่าเป็นความเท็จหรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนอย่างชัดแจ้ง เพื่อเป็นเหตุผลแห่งการใช้อำนาจในการออกคำสั่งให้ระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ไอพี (IP Address)ของบุคคลทันที ซึ่งในทางปฏิบัติอาจมีความเป็นไปได้ว่า การใช้อำนาจจะเกิดความไม่เป็นธรรม ลักลั่นทางข้อเท็จจริงและผลของการออกข้อกำหนดนี้อาจขัดรัฐธรรมนูญก็ได้

    2. กสทช. จะกลายเป็นองค์กรใช้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสั่งระงับฯ มิใช่ศาลยุติธรรม ปกติตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 20 ให้อำนาจศาลระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลออกจากระบบคอมพิวเตอร์ แม้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 จะให้อำนาจในการออกข้อกำหนดนี้ได้ แต่ก็ต้องเป็นไปโดยสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมายประสงค์ให้ห้ามเป็นการเฉพาะข่าวหรือข้อความซึ่งเป็นการห้ามเข้าถึงข้อมูลหรือข้อความที่มีการนำเสนอ แต่กฎหมายไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะให้สั่งปิดช่องทางการสื่อสาร ของบุคคลหรือสื่อสารมวลชนทั้งช่องทาง ซึ่งมีผลต่อการนำเสนอข้อความในอนาคตที่ยังไม่มีการพิสูจน์ความผิด

    เมื่อข้อกำหนดนี้อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 มาตรา 26 มาตรา 35 และมาตรา 36 แล้วศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นองค์กรผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นนี้ สื่อมวลชนหรือประชาชนผู้ใช้แพลตฟอร์มที่ถูกสั่งระงับใช้ถูกดำเนินคดี ต้องต่อสู้ประเด็นเหล่านี้ไว้

    "ผมเห็นว่าต้องเป็นความเท็จที่สังคมและประชาชนยอมรับกัน ว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นข้อความอันเป็นเท็จหรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ถึงขนาดทำให้ประชาชนหวาดกลัว จึงจะเป็นการใช้อำนาจตามข้อกำหนดนี้ได้อย่างถูกต้อง

    กล่าวโดยสรุปว่า การพิจารณาของศาลยังให้โอกาสคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในการนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงตามข้ออ้างและข้อโต้แย้งของแต่ละฝ่าย ตามหลักฟังความสองฝ่าย ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กลับออกข้อกำหนดให้อำนาจ กสทช. ใช้อำนาจเด็ดขาดยิ่งกว่าศาล เป็นซุปเปอร์พนักงานสอบสวนสั่งปิดการสื่อสารและชงเรื่องดำเนินคดีได้เอง ถามว่าเป็นธรรมแล้วหรือ"

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สั่งตัดเน็ตข่าวเท็จกสทช.แชร์ข่าวเท็จข่าวโควิดข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 07:40 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์