Single Command ฉบับ “พล.อ.ประยุทธ์” คุมโควิดเบ็ดเสร็จ แต่อาจพังเพราะคนใกล้ตัว

ข่าว

    Single Command ฉบับ “พล.อ.ประยุทธ์” คุมโควิดเบ็ดเสร็จ แต่อาจพังเพราะคนใกล้ตัว

    ไทยรัฐออนไลน์

    28 ก.ค. 2564 10:45 น.

    • โควิด-19 ผ่านมา 1 ปี ไทยทำไมยังมาอยู่จุดเดิม ล็อกดาวน์ซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้รู้ดีว่ามีแต่จะบอบช้ำเรื่องเศรษฐกิจ
    • “ส.ส.ก้าวไกล วิโรจน์” ระบุ อาจถึงเวลาต้องรื้อ ศบค. หากคนใกล้ตัวนายกฯ ยังเลือกแต่ข่าวดีให้นาย ข่าวร้ายโยนทิ้งอยู่ และมัวแต่โทษคนอื่นว่าไม่เข้าใจ เพราะอาจจะไม่ใช่ทางออกของการแก้โควิด-19
    • ขณะที่ “อาจารย์คมสัน โพธิ์คง” มองว่าการบริหารแบบ Single Command ในสถานการณ์เช่นนี้ยังมีความจำเป็น แต่ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ใช่หมอ เป็นทหาร ดังนั้นต้องเลือกใช้คนให้ถูกงาน แก้ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนที่ยังคาราคาซัง

    ตั้งแต่เชื้อโควิด-19 เริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก เมื่อเดือนมกราคม 2563 จากนั้นเชื้อได้แพร่กระจายภายในประเทศ และจังหวัดอื่นๆ อย่างรวดเร็ว จนต้องตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ขึ้นในเดือนมีนาคมของปีนั้น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้บัญชาการสูงสุด

    แต่ดูเหมือนสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จนนำมาสู่การล็อกดาวน์ทั่วประเทศครั้งแรก ในวันที่ 3 เมษายน 2563 ด้วยการประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 สั่งงดการเดินทางข้ามจังหวัด การเดินทางระหว่างประเทศ ปิดกิจการ กิจกรรมเสี่ยง รวมทั้งการห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น.

    การล็อกดาวน์ครั้งนั้น พบว่า สถานการณ์โควิด-19 ในไทยดีขึ้น จนถูกยกย่องจากนานาประเทศ แต่แล้วเรื่องราวเหมือนเดจาวู เมื่อเชื้อโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดที่ประเทศไทย เป็นระลอก 3 เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2564 อีกครั้ง กินเวลายาวนานถึงปัจจุบัน ไม่มีวี่แววจะลดลง และยังมาพร้อมกับสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) และสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ที่มีความรุนแรง สุดท้ายประเทศต้องประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา 

    จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า ตลอด 1 ปีเต็มเหมือนไทยมีบทเรียน ทั้งเรื่องการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด การกู้เงินเพื่อมาเยียวยา และปัญหาเศรษฐกิจซบเซามาแล้ว ทำไมรัฐบาลจึงยอมปล่อยให้เชื้อโควิด-19 เข้ามาในประเทศ ทั้งๆ ที่มีเวลาในการเตรียมตัวรับมือยาวนานถึง 1 ปี หรือการบริหารแบบ Single command ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป

    ข่าวร้ายก็โยนทิ้ง กันไม่ให้นายรู้

    เรื่องนี้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงระบบ Single Command ว่า เป็นการรวบอำนาจตัดสินใจให้นายกรัฐมนตรี แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ใช่การตัดสินใจเพียงแค่คนเดียว เพราะไม่มีใครมีความรู้ความสามารถคนเดียวหมด และนายกฯ ก็บอกเสมอว่า มีทีมงานคอยช่วย แต่ด้วยบุคลิกของนายกฯ ที่มีความเป็นเผด็จการ (dictator) เมื่อได้ยิน หรือได้รับความเห็นที่ไม่ตรงกับความเชื่อของตนเอง ก็จะมีปฏิกิริยาเชิงลบ เพราะฉะนั้น ทีมงานที่ทำงานด้วยจึงต้องเหมือนมีแนวความคิดไปในทางเดียวกันหมด ที่หาข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจของนายกฯเท่านั้น

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

    “คนพวกนี้เขารู้อยู่แล้วว่า นายกฯ ต้องการอะไร เขาพยายามจะหา ข่าวร้ายก็โยนทิ้ง กันไม่ให้นายรู้ ก็เลือกเฉพาะข่าวดี เหมือนไว้ลายนะครับ กลั่นกรองปั๊บ พยายามหาข่าวดีในข่าวร้ายให้ได้ เช่นคนตาย 140 คน ก็ไม่บอก บอกว่าคนหายป่วย 7 พันคน เพราะนายกฯ เคยแถลงในสภาฯ ว่า ทำไมคุณไม่ดูคนหายป่วยกลับบ้านบ้าง คือคนพวกนี้พยายามชงตัวเลข หรือใน PowerPoint ก็จะพรีเซนต์ที่เป็นข่าวดี” นายวิโรจน์ กล่าว

    ซึ่งการมีคนประเภทนี้รายล้อมตัว อาจทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าตัวเองทำดีแล้ว เก่งแล้ว และมักคิดว่าคนอื่นไม่เข้าใจ พยายามจะกลั่นแกล้ง เพราะทีมงานมักเลือกตัดข้อมูลของประชาชน และนักวิชาการ ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป

    ต้องรื้อ ศบค. ถ้าไม่ได้ต้องยุบทิ้ง

    ส่วนในสถานการณ์วิกฤติแบบนี้ ศบค. ก็ยังมีความจำเป็น แต่ควรรวบรวมคนที่มีความรู้ความสามารถที่หลากหลายและแท้จริง ไม่ใช่คนที่ พล.อประยุทธ์ เลือกเท่านั้น จึงจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และไม่ทำให้ภาพการทำงานของ ศบค. ดูแย่ลง

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

    “ศบค.ต้องรื้อ เปลี่ยนคนที่มีความสามารถเข้าไป ผอ.ศบค. ต้องไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนนี้ ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ คณะกรรมการทุกชุดต้องถูกทบทวนใหม่ ว่ายังคงทำงานได้อยู่หรือเปล่า ถ้าทำได้คงไว้ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนเอาคนที่มีความสามารถเข้ามาแทน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รับเงื่อนไขนี้ ก็ยุบ ศบค. ทิ้งเถอะนะครับ” นายวิโรจน์ กล่าว

    ถ้าจะ Single Command ต้องมีความรู้

    ไม่เพียงแค่ฝ่ายค้านที่มีมุมมองดังกล่าว นักวิชาการทางการเมืองอิสระ อย่างอาจารย์คมสัน โพธิ์คง ก็ให้ข้อคิดเห็นเรื่องการบริหารแบบ Single command เช่นเดียวกันว่า เนื้อแท้จริงๆ ของระบบคือ การสั่งการเพียงคนเดียว โดยมีการระดมสมองเพื่อทำงานร่วมกัน แต่ปัจจุบันในเรื่องนี้ยังมีปัญหาอยู่ และมีความผิดพลาดค่อนข้างมาก ทำให้ระบบ Single command ของ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

    อาจารย์คมสัน โพธิ์คง  นักวิชาการทางการเมืองอิสระ
    อาจารย์คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการทางการเมืองอิสระ

    “ต้องยอมรับข้อเท็จจริงอยู่ข้อหนึ่งว่า นายกฯไม่ใช่หมอ พูดกันตรงๆ ไม่ใช่แพทย์ ดังนั้นถ้าจะ Single Command เรื่องโรคระบาด หลักการตรงนี้มันอาจจะผิดฝาผิดตัวไปหน่อย เพราะนายกฯไม่มีความรู้เรื่องการแพทย์ การสาธารณสุขเท่าที่ควร เพราะท่านเป็นทหารมา รู้แต่ว่าจะสู้รบกับข้าศึกยังไง แต่ถ้ามาสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ มันน่าจะไม่ตรง ไม่ถูกคน ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ปัญหาก็คือ นายกฯเองต้องพึ่งทีม ก่อนจะตัดสินใจสั่งการ ผมไม่มั่นใจว่าทีมงานที่ทำงานกับนายกฯให้ข้อมูลอย่างไร มันเลยกลายเป็นว่าเรื่อง Single command เป็นข้อเสีย ที่นายกฯรวบไปทำเอง” อาจารย์คมสัน กล่าว

    จุดอ่อนคือทีมงานและเรื่องผลประโยชน์

    แต่ระบบ Single Command ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ และยังมีความจำเป็น เนื่องจาก

    1.มีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

    2.การสั่งการไม่กระจัดกระจาย เพราะหากกระจายมากจะเกิดผลเสีย

    ส่วนจุดอ่อน คือ หากบุคคลที่มาทำงานไม่ทราบเรื่องนั้นๆ ก็จะเกิดความผิดพลาดง่าย รวมถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องการเมืองระหว่างพรรค ที่มองเรื่องผลประโยชน์มากกว่าการแก้ปัญหา และยังมีผลประโยชน์เรื่องวัคซีนพ่วงมาด้วย

    เปลี่ยนม้ากลางศึกท่ามกลางสถานการณ์เป็นเรื่องหนัก

    หากมองตามกระแสสังคมที่มีการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ของประเทศจะดีขึ้นนั้น อาจารย์คมสัน ยืนยันว่า การเปลี่ยนม้ากลางศึกในสถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่หนัก เพราะยังมองไม่เห็นคนใหม่ที่จะมาแทนที่ แต่การเปลี่ยนทีมงาน โดยเลือกคนที่มีความสามารถและเกี่ยวข้องโดยตรง อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

    ขณะที่ข้อผิดพลาดที่ผ่านมา ไล่ตั้งแต่การแนะนำให้คนเดินทางกลับต่างจังหวัดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ส่งผลทำให้มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น จนลามมาถึงการสั่งปิดแคมป์คนงาน ที่เชื้อแพร่กระจายหนักกว่าเดิม แม้แต่เรื่องวัคซีน ล้วนมีทีมงานที่อยู่เบื้องหลังคอยช่วยตัดสินใจทั้งสิ้น

    วินาทีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อาจถึงเวลาทบทวน จะยอมถ่ายเลือดเพื่อรักษาตัว หรือเก็บเลือดเสียและเนื้อร้ายไว้เพราะเสียดาย แต่สุดท้ายแล้วจะพาให้ตัวเองไม่รอดหรือไม่.

    ผู้เขียน : Supattra.l

    กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19special contentSingle Commandประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีศบค.วิโรจน์ ลักขณาอดิศรพรรคก้าวไกลคมสัน โพธิ์คงเปลี่ยนทีมงานเปลี่ยนม้ากลางศึกสถานการณ์ฉุกเฉินข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์supattra.l

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 07:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์