ทักษิณฉลอง 72 ปี ฟาดรัฐบาลล้าหลัง โว-อยู่ไทยใส่พีพีอีลุย แห่อวยพรวันเกิดคึก

ข่าว

    ทักษิณฉลอง 72 ปี ฟาดรัฐบาลล้าหลัง โว-อยู่ไทยใส่พีพีอีลุย แห่อวยพรวันเกิดคึก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    27 ก.ค. 2564 05:22 น.

    ฝ่ายค้านข่มขวัญก่อน เปิดเขียงซักฟอก “วิโรจน์” โอ่มีหลักฐานเด็ดมัดรัฐบาลปกปิดหลอกลวงอำพรางข้อมูลพาคนไทย 67 ล้านเสี่ยงความตาย ฮึ่มผู้คนล้มตายคาถนน “บิ๊กตู่” ต้องชดใช้ พท.ขย่มซ้ำหมดเวลารัฐบาลพ่ายแพ้ หลังผ่านงบฯวาระ 3 ลงดาบเชือด “ทักษิณ” ฉลองเบิร์ธเดย์ 72 ปีสุดคึก “น้องปู” พร้อมลูกชายลูกสาว คนใกล้ชิด แฟนคลับ แห่ทำบุญอวยพรพรึบ “พี่โทนี่” ฟาด “บิ๊กตู่” ตกยุคล้าหลัง ขอทหารมาบริหารประเทศเป็นคนสุดท้าย เย้ยไม่กล้าใช้ทหารช่วยแก้วิกฤติ ซัดเลิกเวิร์ก ฟรอม โฮม ใส่ชุดพีพีอีลงสนาม ยกหูยืมวัคซีนจากต่างประเทศ บอกกลับไทยขอเคลียร์รันเวย์ก่อนเซฟพอ หรือจะถูกล่อหรือไม่ บก.ลายจุดนัด 1 ส.ค. คาร์ม็อบใหญ่ไล่นายกฯถนนทุกสายมุ่งหน้าวิภาวดีฯ

    พรรคฝ่ายค้านโหมโรงก่อนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคก้าวไกลระบุมีหลักฐานมัดรัฐบาลปกปิดหลอกลวงอำพรางข้อมูลการบริหารจัดการโควิด-19 ทำให้คนไทย 67 ล้านคนเสี่ยงต่อความตาย

    “วิโรจน์” มีหมัดเด็ด รบ.ปกปิดอำพราง

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ที่พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าพรรคกำลังรวบรวมและประมวลผลข้อมูล ยังไม่ได้กำหนดว่าจะอภิปรายฯ รัฐมนตรีกี่คน พรรคร่วมฝ่ายค้านหารือร่วมกันตลอด พรรคมีประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเน้นประเด็นสำคัญและตัวบุคคล เพราะเห็นความบกพร่องในการบริหารจัดการแพร่ระบาดโควิด-19 จนทำให้ระบาดลุกลามไปทั่วและรวดเร็ว การจัดการวัคซีนเข้าข่ายปกปิดหลอกลวงประชาชนจะแบ่งให้อภิปรายหลายคนตามความถนัดของ ส.ส. ได้ติดตามข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือน ก.ค. 63 จนถึงปัจจุบัน ได้พบเอกสารและหลักฐานที่เชื่อมโยงว่าทั้งหมดทั้งมวล น่าจะเป็นไปได้ที่รัฐปกปิดความจริง และอำพรางข้อมูลที่ประชาชนควรรู้ จนนำพา 67 ล้านคนเข้าสู่ความเสี่ยงและบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

    ผู้คนล้มตายคาถนน “บิ๊กตู่” ต้องชดใช้

    นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มวันละ 14,000-15,000 รายต่อเนื่องกันถึง 10 วันแล้ว ประชาชนต้องดิ้นรนหาที่ตรวจวินิจฉัยโรคเอง ต่อคิวตากฝนนอนรอบนฟุตปาท ต้องป่วยตายคาบ้านระหว่างรอเตียง หลายคนต้องกระเสือก กระสนดิ้นรนออกมาสูดอากาศภายนอกครั้งสุดท้าย ก่อนล้มลงนอนตายกลางถนนเพราะเข้าไม่ถึงการรักษา เด็กตัวเล็กๆต้องพนมมือไหว้ขอผ้าห่มให้พ่อแม่ของพวกเขาอย่างไร้เดียงสาว่าที่พ่อแม่ของพวกเขาตัวเย็น เพราะเป็นร่างที่ไร้ลมหายใจไปแล้ว เป็นต้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล และเป็นหนี้ชีวิตที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องชดใช้ ได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะสำนึกบาปบุญคุณโทษที่ก่อกรรม ทำเข็ญเอาไว้กับประชาชนและเร่งใช้ความสามารถทางการทูตและการเร่งรัดติดตามอื่นๆ นำเอาวัคซีนที่มีประสิทธิผล มาฉีดให้ประชาชนเร็วที่สุด

    ชง 3 ขั้น–อย่าให้การรอคอยฆ่า ปชช.

    นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ขอให้ข้อเสนอแนะต่อ พล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อ ดังนี้ ข้อที่ 1.เร่งใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ตรวจประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง สามารถนำเอาบัตรประชาชนมาขอรับนำไปใช้ตรวจวินิจฉัยตนเองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สัปดาห์ละ 1 ชุด และให้จัดสรรงบมาอุดหนุน เพื่อให้ราคาของชุดตรวจ Antigen Test Kit อยู่ที่ไม่เกินชุดละ 50 บาท ข้อที่ 2.ให้รัฐบาลกระจายอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุขให้กับหน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวและเหลืองอ่อน เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถทุ่มเทดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มสีเหลือง สีแดง และผู้ป่วยในภาวะวิกฤติได้ ข้อที่ 3.ให้รัฐบาลตรวจสอบอุปสรรคหน้างานข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงยาต้านไวรัสอย่างล่าช้า ในกรณีที่จำเป็น ต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่เริ่มมีอาการ และผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวได้เข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เร็วที่สุด นี่คือการประคับประคองสถานการณ์ขอให้รัฐบาลพิจารณา อย่าให้ระเบียบต้องทำให้ประชาชนรอคอย อย่าให้การรอคอยเข่นฆ่าประชาชน

    “อนุสรณ์” อัดหมดเวลา รบ.พ่ายยับ

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ใช้ยาแรงล็อกดาวน์มา 15 วัน เคอร์ฟิว 7 วัน ไม่ทำให้คนป่วยคนตายลดลง ยอดป่วยกลับเพิ่มกว่าก่อนล็อกดาวน์ เจ็บแล้วไม่จบ มีผู้ติดเชื้อครบทุกจังหวัด หนำซ้ำคลัสเตอร์ใหม่ผุดเป็นดอกเห็ดต่อเนื่องทำสถิตินิวไฮ ระบบสาธารณสุขใกล้ล่มสลายคนติดคนตายรายวันพุ่งทะลักกดไม่ลง คนในรัฐบาลยังหลับลงอีกหรือ สะท้อนความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล หมดความชอบธรรมบริหารประเทศ ประกาศ 120 วันเปิดประเทศไม่กี่วันปิดเมืองจะไปเอาความเชื่อมั่นจากไหน ต้องรอ ทั้งรอตรวจโควิดติดรอเตียง ตายข้างถนนยังต้องรอมาเก็บศพ หมดเวลารัฐบาลพ่ายแพ้อย่างย่อยยับบนกองศพต่อหน้าไวรัส

    เปิดมีดซักฟอกหลังผ่านงบฯ วาระ 3

    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า อยากอภิปรายหลังจากการพิจารณางบฯวาระ 2-3 ผ่านสภาฯวันที่ 18-19 ส.ค.จึงกำหนดจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก่อนอภิปรายงบฯ วาระ 2-3 ราว 1 สัปดาห์ ให้สภาฯมีเวลาตรวจสอบญัตติ 7 วัน ก่อนบรรจุเข้าวาระ และต้องแจ้ง ครม.ผู้ถูกอภิปราย บางทีอาจใช้เป็นเดือนหรือ 2-3 สัปดาห์ ควรยื่นสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน ส.ค.เน้นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมเป็นหลัก รัฐมนตรีคนอื่นให้ผู้รับผิดชอบไปดูเนื้อหาความเกี่ยวข้อง และมากำหนดอีกครั้ง ต้องรอฟังพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยว่าประสงค์จะอภิปรายผู้ใดนำมาทำเป็นญัตติรวม เนื้อหาคร่าวๆเป็นเรื่องโควิด ทั้งความผิดพลาด บกพร่อง ความล้มเหลวการบริหารจัดการแก้โควิดและการบริหารจัดการวัคซีน ผลกระทบเศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆที่มีหลักฐานเข้าข่ายทุจริต เมื่อถามว่าจะมีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุขหรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบสั้นๆว่าอยู่ที่เนื้อหาสาระ

    ขยี้ทำระบบ สธ.ล้มเหลว-คนไม่เชื่อมั่น

    นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์โควิดได้ ผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นต่อวัน ผู้ติดเชื้อในประเทศเกิน 5 แสนคนแล้ว มีคลัสเตอร์ใหม่ทั่วประเทศทุกวัน สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ทำให้ระบบสาธารณสุขไทยล้มละลาย ส่วนการฉีดวัคซีนรัฐต้องจัดลำดับความสำคัญทุกกลุ่มใหม่ ควรเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้บุคลากรด่านหน้าเร็วที่สุด จากเดิมจะฉีดวัคซีนให้บุคลากรการแพทย์ 7 แสนโดส แต่ล่าสุดลดเหลือ 3 แสนโดส อีก 4 แสนโดส หายไปไหนนำไปให้ใครนายกฯต้องพูดความจริงวัคซีนหายไปอยู่ที่ไหน นำวัคซีนคุณภาพดีไปให้บุคคลอื่นไม่ใช่บุคลากรการแพทย์จริงหรือไม่ ความเชื่อมั่นเชื่อถือที่เคยมีหมดไปแล้ว ประชาชนหมดสิ้นศรัทธากับรัฐบาล ชี้ชัดว่าหมดเวลา พล.อ.ประยุทธ์แล้ว

    “โจ้” ยื่นสอบ “เรืองไกร” หิ้ว 5 ล้านซื้อเบนซ์

    ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.มหาสารคาม แถลงข่าวกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.งบฯปี 65 สัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบว่านำที่ดินส่วนตัวไปทำ รพ.สนาม ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินหลังเป็น ส.ส.ว่า ต่างจังหวัดโรงพยาบาลไม่พอจึงใช้ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม มาสร้างเป็น รพ.สนาม ได้รับงบฯจากนางเตือนใจ จรัสเสถียร มารดาตนบริจาค 100,000 บาท ที่ดินแปลงนี้มีโฉนดถูกต้องเป็นชื่อมารดาตนครอบครองมา ส่วนประเด็นหน้ากากอนามัยนำมาฟรีเจ้าสัวใหญ่คนหนึ่งบริจาคไม่คิดเงิน ได้ปรึกษากับมารดาว่าอยากขายที่ดินที่ถูกนายเรืองไกรตรวจสอบ ให้นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการบริหารของไทยเบฟเวอเรจ กว่า 100 ไร่ ราคา 600 ล้านบาทเอาเงินมาช่วยโควิด-19 ขอท้านายเรืองไกรวันที่ 5 ส.ค.เวลา 10.00 น. ให้มาหน้าบริษัทไทยเบฟฯเป็นพยาน จะเสนอขายที่ดินให้นายเจริญ เป็น ส.ส.ฝ่ายค้านแทบไม่มีงบฯอะไรแล้ว ผิดกับนายเรืองไกรมีผู้ใหญ่ใจดีซื้อรถเบนซ์คันละ 5 ล้านบาท วันที่ 27 ก.ค.จะยื่นเรื่องต่อ กมธ.งบฯ ป.ป.ช. เลขา ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เกี่ยวข้องกับการเป็น กมธ.งบฯหรือไม่

    “พี่โทนี่” ฟาด “ลุงตู่” ไม่กล้าใช้ทหาร

    วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านเพจ room44 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 72 ปี ตอนหนึ่งถึงการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิดของรัฐบาลขณะนี้ว่า เดิมระบบสาธารณสุขไทยดีมาก แต่เนื่องจากเราบริหารระบบผู้ป่วยได้แย่มาก เตียงไม่พอ วันนี้ ยังงงอยู่ว่าทหารไปไหนหมด เมื่อก่อนตอนเป็นนายกฯใช้ทหารแหลกเลย เป็นพลเรือนที่ใช้ทหาร แต่วันนี้ทหารไม่กล้าใช้ทหาร ทั้งที่ทหารมีอุปกรณ์และงบประมาณเยอะแยะ แต่กลับเพิ่งเอามาใช้อย่างเหนียมๆไม่เต็มที่ ขณะนี้ทรัพยากรสาธารณสุขขาด แต่เรามีทรัพยากรที่คล้ายกันนำมาปรับใช้ได้ในหลายหน่วยงาน ต้องนำทรัพยากรที่มีอยู่กระจัดกระจายมาระดมใช้ให้หมด เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน

    “วันนี้ถ้าผมเป็นนายกฯ แล้วเงินเดือนไม่ใช้ 3 เดือน จะไปซื้อชุดพีพีอีลงสนาม ใส่ชุดพีพีอีลงไปดูผู้ป่วย ไปเยี่ยมเลย รับรองวิ่งกันฉิบหายไปหมด งานก็จะไปได้ แต่วันนี้นายกฯ work from home เป็นนายกฯอะไรวะ work from home ถ้าเป็นผมไม่เคยกลัวอะไร ตอนมีหวัดนก ผมก็กินไก่ให้ดู หรือเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็บุกไปนอนในพื้นที่ โดยไม่ให้รู้ตัว อย่าไปกลัวอะไรทั้งสิ้น ตายคาตำแหน่งนายกฯเพราะทำงาน โลกสรรเสริญ แต่ตายเพราะเขาไล่ไม่ไป ก็แย่หน่อย” นายทักษิณกล่าว

    ขอทหารมาบริหาร ปท.คนสุดท้าย

    นายทักษิณกล่าวว่า ในฐานะเป็นคนที่เดินทางมาเยอะ มองย้อนกลับไปประเทศไทยวันนี้ ต้องยอมรับว่าภาพรวมเราล้าหลังมาก ตามไม่ทันการเปลี่ยน-แปลงของโลกด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ความรู้โดยเฉลี่ยต่ำมาก วิธีคิดเรายังอยู่ในโลกยุคที่สอง คิดองค์รวมไม่เป็น คิดแบบโบราณ คิดแบบทหารไปไม่ได้ วันนี้ทหารขอให้เป็นคนสุดท้ายที่จะบริหารประเทศ พวกคุณล้าหลังเกินกว่าจะขึ้นมาเป็นผู้นำ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้เครดิตส่วนตัวไปขอยืมวัคซีนประเทศอื่น เช่น สปุตนิกของรัสเซีย เพราะมีความคุ้นเคยกับผู้นำรัสเซีย มาช่วยประเทศหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า การเป็นนายกฯต้องรู้จักคนเยอะ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยพูดกับใคร เคยยกหูไปหาประธานาธิบดีสหรัฐฯหรือประธานาธิบดีรัสเซียหรือไม่ เพื่อเจรจาขอวัคซีนมาก่อน เดี๋ยวจะชำระคืนภายหลัง ไม่ได้ขอฟรี แค่ขอลัดคิวมาก่อน แล้วทำใบสั่งซื้อทีหลัง ถ้ากลัวมีปัญหาก็เรียก ป.ป.ช. มาฟังด้วย วันนี้มีวิกฤติอย่าใช้วิธีปกติแก้ปัญหาประกาศภาวะฉุกเฉินได้ การแก้ปัญหาต้องฉุกเฉินตาม

    กลับ ปท.ขอเคลียร์รันเวย์ก่อน

    เมื่อถามว่า โอกาสที่จะกลับบ้านมีวิธีใด มากน้อยแค่ไหน นายทักษิณตอบว่า “พี่โทนี่ต้องไปถามลุงทักษิณก่อนว่าได้จับยามสามตาดูหรือยัง ที่เมืองไทยปลอดภัยหรือไม่ จะถูกล่อไหม รันเวย์เคลียร์แล้วหรือยัง แล้วพี่โทนี่จะมาบอกให้อีกทีนึง” เมื่อถามว่าที่เมืองไทยคิดถึงใครบ้าง จะบอกคนที่รักและไม่รักโทนี่อย่างไรบ้าง นายทักษิณตอบว่า คิดถึงประเทศไทย คนไทยและครอบครัวตลอด ขอบคุณคนที่รักและห่วงใย ส่วนคนไม่รักไม่เป็นไร ไม่รักตนขอให้รักบ้านเมือง คนไทยด้วยกัน อย่าไปคิดว่าใครไม่ใช่พวก คิดแบบนี้ประเทศไม่เจริญ ไม่ต้องการเรียกร้องความรักจากใคร แต่เรียกร้องความเข้าใจความห่วงใยใน อนาคตประเทศไทยและลูกหลาน ยังห่วงใยประเทศไทย อยากไปกราบคนที่รักและเคารพ กราบแผ่นดินเกิดและเลี้ยงหลาน เมื่อถามว่าความแค้นทางการเมืองยังมีอยู่ในใจหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า เป็นคนใจกว้าง ไม่ใช่คนชอบทำลายคนหรือมองโลกในแง่ร้าย เป็นคนคิดบวกตลอด ไม่เคียดแค้นคน ให้อภัยคนตลอด แต่จำได้ทุกเรื่อง เล่าเรื่องได้ทุกเรื่อง ใครเดินเข้ามาในชีวิตตน สมองจำได้หมดว่าใครบ้าง ตอนนี้ 3 ป.จำได้แม่นเลย

    “ปู” อวยพร 72 ปี “พี่ชายแสนดี”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโอกาสวันที่ 26 ก.ค.คล้ายวันเกิดปีที่ 72 ปีของนายทักษิณ มีบุคคลใกล้ชิด และคนที่รักนับถือนายทักษิณ พร้อมใจกันโพสต์เฟซบุ๊กอวยพรวันเกิดกันอย่างคึกคักเป็นจำนวนมาก อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 72 ปีค่ะ พี่ชายที่แสนดีและพี่ชายที่รักของน้อง เวลาผ่านไปอีกปีแล้วที่น้องได้มีโอกาสอยู่ร่วมงานวันเกิดพี่ แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ทุกคนหดหู่ใจ ทุกข์ใจกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เป็นปีที่ทำให้พี่ได้มีโอกาสอยู่ร่วมกับลูกๆและหลานน้อยอย่างอบอุ่นในวันเกิด เห็นได้ชัดว่าพี่มีความสุขสดชื่น มีรอยยิ้มในทุกวัน ไม่เหมือนพี่ทักษิณ อายุ 72 แต่เป็นพี่โทนี่ 27 ค่ะ วันเกิดปีนี้น้องขอให้พี่ชายของน้องมีความสุข สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงเช่นนี้ตลอดไป มีพลังกาย พลังใจที่ดี เพื่อที่จะมีแรงช่วยเหลือหรือทำประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศชาติต่อไปนะคะ รักและเคารพพี่เสมอค่ะ”

    “โอ๊ค” ขอให้พ่อได้กลับไทยเร็วๆนี้

    ด้านนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ โพสต์เฟซบุ๊กตอนสรุปว่า “คุณพ่อทักษิณ 72 vs.พี่โทนี่ 27 ครบรอบวันเกิด 72 ปี คุณพ่อทักษิณของผมหรือคุณพี่โทนี่ของพี่น้องเพื่อนฝูง ย้อนไปเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว คุณพ่อในวัย 27 ปี ขณะเรียนปริญญาโทอยู่ต่างประเทศ อาจารย์และเพื่อนฝูงตลอดจนเพื่อนร่วมงานที่ร้าน KFC ไม่สามารถ ออกเสียงเรียกชื่อทักษิณได้ จึงพร้อมใจกันตั้งชื่อให้ใหม่ เป็นที่มาชื่อ “โทนี่” วันที่อายุ 72 ปี คุณพ่อทักษิณยังมีหัวใจวัยรุ่น พร้อมแสวงหาความรู้ใหม่ๆ นอก Comfort Zone และยังกระตือรือร้นที่จะได้พูดคุยกับคนรุ่นหนุ่มสาว ยังคงเป็นคนเดิมที่รักครอบครัว รักเพื่อนและรักประเทศไทย อยากให้ประเทศเราเจริญก้าวหน้า ผ่านพ้นวิกฤติและอุปสรรคต่างๆที่คอยถ่วงความเจริญ ถ่วงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทย ดังที่เราประสบปัญหา กันอยู่ทุกวันนี้ อายุมันไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข คุณพ่อทักษิณในวัย 72 ปี อ่อนโยนและเข้าใจความคิดเห็นของคนหลากหลายมากขึ้น ยอมหยุดพักปล่อยเวลาให้ทอดผ่าน ปล่อยวางในสิ่งต่างๆใจเย็นรอให้สังคมตกผลึก แล้วจึงค่อยร่วมเสนอแนะทางออกของปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนไป ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้คุณพ่อทักษิณ มีสุขภาพแข็งแรง มีพลังในการคิด ช่วยเหลือ แนะนำและเป็นอีกหนึ่งความหวังให้คนไทยต่อไป สำคัญที่สุดขอจงอำนวยพร ให้คุณพ่อได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบกับครอบครัวที่เมืองไทย เร็ววันนี้ครับ”

    “อิ๊งค์” อ้อนยังมีรักแท้จริงรออยู่เสมอ

    ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมนำภาพนายทักษิณพร้อมครอบครัวพักผ่อนท่องเที่ยวที่เยอรมนีในทริปทัวร์ยุโรป ระบุว่า “Happy birthday คุณพ่อและคุณตาสุดที่รักของลูกๆหลานๆ ปีนี้เราได้มาอยู่ด้วยกันหลายวันเลย ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ ทั้งกายและใจนะคะ อย่างที่หลานๆชอบถาม “เมื่อไหร่คุณตาจะกลับบ้านกับพวกเราคะ” ถามบ่อยจนน้าอิ๊งค์ตัวแสบหันไปแกล้ง “กลับพร้อมพวกเรานี่แหละ” ทุกคนอ้าปากค้าง ตะโกนเย้ๆๆๆๆ ชูมือขึ้นกันใหญ่ น้ำตาจะไหล อยากให้พ่อรู้ว่าไม่ว่าจะยังไงพ่อยังมีความรักแท้จริงรอพ่ออยู่ที่บ้านเสมอ พวกเรารักคุณตา มากๆ ขอบคุณที่ทำเพื่อพวกเราเสมอ #ทักษิณ 72 พี่โทนี่ 27”

    แฟนคลับแห่ร่วมทำบุญวันเกิด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้บรรดากลุ่มคนรักทักษิณในเมืองไทย ทั้งคนในครอบครัว อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประชาชน แฟนคลับ ต่างถวายผ้าไตร แห่เทียนพรรษา ถวายสังฆทาน ภัตตาหาร พระสงฆ์ในหลายจังหวัด อาทิ กทม. เชียงใหม่ อุดรธานี โคราช เพื่อทำบุญวันเกิดให้นายทักษิณ โดยพร้อมใจกันสวมเสื้อมีข้อความ “ทักษิณ 72 พี่โทนี่ 27” พร้อมแจกสเปรย์แอลกอฮอล์ มีรูปพี่โทนี่เป็นของที่ระลึก ให้บรรดาแฟนคลับที่มาร่วมกิจกรรมด้วย ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก “ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯรัฐมนตรี fc” ยังได้จัดกิจกรรมส่งความสุขให้กับทุกท่านในยามยาก เหมารถเข็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เดือดร้อนจากโควิด-19 มาแจกประชาชนย่านถนนราชดำเนิน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วย

    เสื้อแดงยัน “ทักษิณ” ขวัญใจตลอดไป

    เมื่อเวลา 10.45 น. ที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 นำโดยนายวีรวิทย์ รุ่งเรืองศิริผล นำแนวร่วมจัดงานวันเกิดให้นายทักษิณ ปราศรัยชื่นชมผลงาน 30 บาท รักษาทุกโรคยังเป็นขวัญใจคนเสื้อแดงตลอดไป ต่อมาตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ขอให้ยุติกิจกรรมขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ถูกอารยขัดขืน ช่วงเที่ยงมีมวลชนเสื้อแดงสูงอายุและคนไร้บ้าน ทยอยต่อคิวรับอาหารและน้ำดื่มจากรถเข็นขายของติดรูปนายทักษิณที่มีคนเหมาไว้แจก ช่วงหนึ่งเกิดเหตุชุลมุนมวลชนกรูเข้าจับกุมตัวนายสมปอง โสภารุณ ที่พกประทัดและมีดจะนำไปให้วัยรุ่นคนหนึ่งที่แฝงตัวมาอยู่ในกลุ่มเพื่อสร้างสถานการณ์ ตำรวจจึงรีบคุมตัวออกไป

    “สมพงษ์” นำทีมทำบุญให้นายใหญ่

    ที่ศาลาธรรมวัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ กลุ่มคนรักทักษิณ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลองอายุวัฒนมงคลครบ 6 รอบ 72 ปี นายทักษิณ จำกัดคนร่วมงาน 50 คน มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานนำทีมสวมเสื้อยืดสีเทาสกรีนคำว่า “ทักษิณ 72 พี่โทนี่ 27” พระครูจิตตภัทราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโรงธรรมสามัคคี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์และให้พรผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยนายสมพงษ์เป็นตัวแทนกล่าวว่าประชาชนเรียกร้องให้นายทักษิณกลับมาสานต่อให้ประชาชนลืมตาอ้าปาก แล้วนำร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์หน้าเค้กรูปนายทักษิณ “26 ก.ค.64 72 และ Tony 27” มีการแจกเจลแอลกอฮอล์ แมสก์รูปนายทักษิณ

    ตั้งโรงทานแจกอาหาร

    ขณะที่ จ.นครพนม กลุ่มชมรมนครพนมรักลุงโทนี่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก นำโดย นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย และนางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพล ถวายเทียนพรรษา ฉลองวันเกิดนายทักษิณ ที่วัดสว่างสุวรรณาราม ชุมชนกกต้อง เทศบาลเมืองนครพนม นิมนต์พระราชสิริวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดวัดสว่างสุวรรณา พร้อมพระสงฆ์ 9 รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์ โดยนายทักษิณได้วิดีโอคอลมาทักทายด้วย

    1 ส.ค. คาร์ม็อบมุ่งหน้า ถ.วิภาวดีฯ

    เมื่อ 08.00 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด นักกิจกรรมผู้ริเริ่มจัดชุมนุมแบบคาร์ม็อบ หรือสมบัติทัวร์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการจัดชุมนุมใหญ่แบบคาร์ม็อบใน กทม.มีใจความว่า ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม (วิภาวดี-รังสิต) 1 ส.ค.64 ขอให้แต่ละกลุ่มประกาศเป็นด้อมหรือเจ้าภาพประจำถนนสายต่างๆ ใครอยู่ใกล้เส้นไหน หรืออยากไปตั้ง ขบวนกับใครตามสะดวก เช่น หน้าห้าง หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย อนุสาวรีย์ ปชต. ฯลฯ ด้อมหรือ ขบวนรถจากแต่ละถนน ล้อหมุนเข้ามาที่ถนนวิภาวดีรังสิต มารวมกันขับไล่ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างทางให้เปิดไฟกะพริบ บีบแตรมาตลอดทาง ขอให้ขบวนรถจากจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม อยุธยา จัดขบวนรถเข้ามาสมทบที่ถนนวิภาวดีรังสิต พบกันที่ถนนวิภาวดีฯ ระหว่าง 13.00-16.00 น. ตลอดสาย ไม่มี หัวขบวน ขับวนไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลา 16.00 น. แยกย้าย ต่างจังหวัดจัดกิจกรรม Car Mob พร้อมกันทั้ง ประเทศ “นายกโง่ ประชาชนต้องไม่โง่ให้เขากดหัว”

    4 แกนนำม็อบราษฎรขอเลื่อนพบ ตร.

    เมื่อเวลา 11.00 น. มีรายงานว่า หลังจากพนักงาน สอบสวน สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียกให้แกนนำ 4 คน คือ 1.นายชาติชาย แกดำ 2.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน 3.นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง และ 4.น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการจัดกิจกรรม“ราษฎรยืนยันดันเพดาน” บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ต่อมาทีมงานทนายความสิทธิมนุษยชนติดต่อตำรวจแจ้งว่าอยู่ระหว่างการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้ง 4 คนขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวนไปก่อน เมื่อปรึกษากันได้วันแล้วจะแจ้งพนักงานสอบสวนรับทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ หมายเรียกดังกล่าวมีผู้ถูกออกหมายเรียกรวม 11 คน คือ 1.นายชาติชาย แกดำ 2.น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา 3.นายพรหมศร วีระธรรมจารี 4.น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส 5.น.ส.ณิชกานต์ รักวงษ์ฤทธิ์ 6.นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ 7.นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ 8.น.ส.เบญจา อะปัญ 9.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ 10.นายภานุพงศ์ จาดนอก และ 11.น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล พนักงานสอบสวนนัดให้มาพบวันที่ 26 ก.ค. 4 คน ก่อนถูกขอเลื่อนไป ส่วนอีก 7 คน นัดหมายให้มาพบในวันที่ 29 ก.ค.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทักษิณ ชินวัตรวันเกิดทักษิณอวยพรวันเกิดประยุทธ์ จันทร์โอชายิ่งลักษณ์ ชินวัตรวิโรจน์ ลักขณาอดิศรข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 00:42 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์