แห่เทียนไล่ "ตู่" จัดฌาปนกิจ 3 ป. เพื่อไทยชงซักฟอกรัฐบาลเดือนสิงหา (คลิป)

ข่าว

    แห่เทียนไล่ "ตู่" จัดฌาปนกิจ 3 ป. เพื่อไทยชงซักฟอกรัฐบาลเดือนสิงหา (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ก.ค. 2564 05:24 น.

    เพื่อไทยเกินจะทนยื่นซักฟอก “บิ๊กตู่” เดือน ส.ค. “ประเสริฐ” จวกไม่อาจปล่อยให้อยู่ต่อเสวยสุขบนความตายและความเจ็บปวดของคนไทย ชวนประชาชนส่งข้อมูลทุจริตร่วมกระหน่ำคว่ำรัฐบาล “ยุทธพงศ์” กัดไม่ปล่อยสอบจีทูจีเรือดำน้ำ แฉพิรุธบริษัทรับโอนเงินไม่ใช่ตัวแทนรัฐบาลจีน แถมรับงานขุดลอกร่องน้ำท่าจอดเรือดำน้ำจีน ขู่ไม่ส่งสัญญาให้ กมธ.ดูตัดทิ้งเหี้ยน 3 พันล้าน ปูด ทร.ไม่สนโควิดถลุงอีก 4.1 พันล้านซื้อโดรน “วิโรจน์” ป้องดาราคอลเอาต์ เหน็บ “บิ๊กตู่” เปิดหูรับฟังใกล้ไม่มีที่ยืนแล้ว กระตุก ปชป.รีบโชว์สปิริตถอนตัว ก่อนถูกตราหน้าโดดเรือหนี “ม็อบทะลุฟ้า” แห่เทียน-เผาหุ่น 3 ป.ซ้อมเคลื่อนขบวนไล่นายกฯ

    พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงเดือน ส.ค. โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลอยู่ต่อสร้างความยากลำบากให้คนไทยมากไปกว่านี้

    พท.สุดทนยื่นซักฟอก ส.ค.ไล่ รบ.

    เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความล้มเหลวการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หมดความชอบธรรมบริหารประเทศ เพราะความล้มเหลวผิดพลาดทางนโยบายทำให้ประชาชนลำบากแสนสาหัส เกิดวิกฤติเศรษฐกิจประเทศ พรรคเพื่อไทยไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลประยุทธ์อยู่ต่อสร้างความยากลำบากให้คนไทยมากไปกว่านี้ได้อีก จึงมีมติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงเดือน ส.ค. เชื่อว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ประชาชนให้ความสนใจสูงที่สุด คาดหวังอย่างยิ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

    ไม่ปล่อยเสวยสุขบนความตาย ปชช.

    “ไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลเสวยสุขบนความตายและความเจ็บปวดของประชาชนต่อไปได้อีก ถึงเวลาแล้วต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นก้าวแรกนำประชาชนไปสู่ทางออกจากวิกฤติ ใช้กลไกสภาสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามกติกาประชาธิปไตย เป็นทางออกเดียวที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงออกจากวิกฤติได้รวดเร็วที่สุด หมดเวลาต้องทุกข์ทนกับนายกฯและรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ เชิญชวนประชาชนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทย ส่งข้อมูลความผิดพลาด บกพร่อง ทุจริตของรัฐบาลมายังศูนย์ฯโควิด-19 พรรคเพื่อไทยที่เบอร์ 06-1234-4500 email : Pheuthaifc@gmail.com นำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายประเสริฐกล่าว

    อย่าใช้อำนาจรัฐปิดปากพระสงฆ์

    นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สังคมไทยมักมองว่าศาสนาไม่ควรยุ่งเกี่ยวทางการเมือง แต่ปัจจุบันพระสงฆ์ไม่ได้อยู่ในยุคโบราณ ไม่ได้ศึกษาแค่ศีลธรรม หลายรูปจบการศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ พระสงฆ์แสดงความเห็นทางการเมืองไม่ใช่เรื่องผิดพระธรรมวินัย เป็นการเสนอแนะไม่ต่างกับการแผ่เมตตา สำนักพระพุทธศาสนา แห่งชาติไม่ควรลงโทษทางวินัย การลงโทษใดๆ ควรอ้างอิงจากพระธรรมวินัยเป็นหลัก อย่าใช้อำนาจรัฐปิดปากพระ เท่ากับขังความคิดคน

    “โจ้” กัดไม่ปล่อยสอบจีทูจีเก๊เรือดำน้ำ

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงถึงสัญญาจัดซื้อเรือดำนํ้าแบบจีทูจีเก๊ ทำให้กองทัพเรือไม่กล้านำสัญญาจัดซื้อมาให้ กมธ.งบฯปี 65 ตรวจสอบว่าเมื่อวันที่ 22 ก.ค. อนุ กมธ.ครุภัณฑ์และไอซีทีที่ดูแลงบฯจัดซื้ออาวุธกระทรวงกลาโหม มีดังนี้ กองทัพบก (ทบ.) ขอจัดซื้ออาวุธ 15,337 ล้านบาท อนุ กมธ.ปรับลด 1,100 ล้านบาท กองทัพอากาศ (ทอ.) เสนอมา 11,540 ล้านบาทถูกปรับลด 510 ล้านบาท กองทัพเรือ (ทร.) เสนอมา 7,490 ล้านบาท แต่อนุ กมธ.แขวนไว้ สงสัยความไม่โปร่งใสสัญญาจีทูจีรัฐบาลไทย-จีนเป็นจีทูจีจริงหรือเก๊ น่าสงสัยจดหมายอดีต ผบ.ทร.ถึงรัฐบาลจีน จัดซื้อเรือยกพลขึ้นบกหรือเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์แอลพีดี 6,200 ล้านบาท และเรือดำน้ำลำที่ 1 วงเงิน 13,000 ล้านบาท ที่ระบุจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ กมธ.ขอให้ ผบ.ทร.ส่งสัญญาจัดซื้อเรือแอลพีดีและเรือดำน้ำลำที่ 1 ให้ กมธ. เนื่องจากมีค่างวดต้องจ่ายเงินในงบฯปี 65

    ขู่ไม่ส่งสัญญาให้ดูตัดทิ้ง 3 พันล้าน

    “ส่วนเรือดำน้ำที่มาขอ กมธ. 1,145 ล้านบาทและเรือแอลพีดี 1,674 ล้านบาท แต่ไม่นำสัญญามาให้ กมธ.ดูจะอนุมัติได้อย่างไร 2 รายการนี้เกือบ 3,000 ล้านบาท จึงมีมติแขวนงบฯ ทร.ให้นำสัญญามาให้ดูวันที่ 27 ก.ค. ถ้าอ้างเป็นความลับ เปิดเผยไม่ได้ กมธ. ขอตัดงบฯทิ้งทั้งหมด กมธ.ไม่ได้ขอดูระบบจรวดยิงได้ไกลกี่กิโลเมตร มีระบบอาวุธนำวิถีอะไรบ้าง จะพิจารณาเพียงเรื่องงบฯเท่านั้น” นายยุทธพงศ์กล่าว

    มึน รบ.จีนรับจ้างขุดลอกร่องน้ำไทย

    นายยุทธพงศ์กล่าวว่า สัญญาดังกล่าวมีข้อสงสัยเป็นจีทูจีจริงหรือเก๊ สัญญาที่รัฐบาลไทยกับจีนลงนาม เหตุใดกองทัพเรือไม่กล้านำสัญญาให้ กมธ.ดู สงสัยเป็นจีทูจีเก๊หรือไม่ หากจะฟ้องร้องยินดีขึ้นศาลพิสูจน์ความจริง อีกทั้งบริษัท China Shipbuding& Offshore International Co.Ltd.(CSOC) ที่รัฐบาลไทยต้องโอนเงินไปให้ในการซื้อเรือดำน้ำ ไม่ใช่ตัวแทนรัฐบาลจีน โครงการเรือดำน้ำมีงบผูกพัน 9 โครงการเป็นเงิน 44,224 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำได้เห็นประกาศกองทัพเรือผู้ชนะการเสนอราคาก่อสร้างคือบริษัท CSOC เสนอราคา 857 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 คิดว่าจะเป็นการก่อสร้างโดยใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะทาง แต่ดูรายละเอียดในงบ 857 ล้านบาท มีรายการขุดลอก บำรุงรักษาร่องน้ำ งานเขื่อนกันคลื่นประมาณ 833 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายพิเศษ 24 ล้านบาท แต่ต้องให้รัฐบาลจีนมาทำให้ เป็นเรื่องน่าตกใจ บริษัท CSOC กระจอกถึงขนาดมารับจ้างขุดลอกบริษัทใหญ่ๆ ในไทยทำไม่ได้หรือ เป็นเหตุให้ ทร.ไม่นำสัญญาให้ กมธ.ดู บริษัทนี้อาจไม่ใช่ตัวแทนรัฐบาลจีนหรือไม่ หาก ทร.ไม่นำสัญญามาให้ดูแสดงว่าไม่ตรงไปตรงมา สัญญาจีทูจีอาจมีปัญหา

    ปูดถลุง 4.1 พันล้านซื้อโดรนยุคโควิด

    นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ทร.ยังมีโครงการใหม่ในงบฯปี 65 คือ โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง 3 ตัว คาดว่าน่าจะเป็นของประเทศจีน งบฯ 4,100 ล้านบาท แพงกว่าเครื่องบินลำเลียงกองทัพบก C130 ข้อมูลส่วนนี้ ทร.ไม่ได้ชี้แจงขอถามว่าโดรนปราบโควิดได้หรือไม่ จะพาคนตายบินไปสวรรค์หรือลงนรกได้หรือไม่ เพราะราคาแพง ขณะนี้คนรอความตายไม่มีโรงพยาบาลให้รักษาคนกำลังอดอยากหิวโหย ทร.มีความจำเป็นใดต้องซื้อโดรน 3 เครื่อง หากไม่สามารถชี้แจงความจำเป็นจัดซื้อได้ จะขอปรับลดงบฯส่วนนี้ ขอให้ ผบ.ทร.ชี้แจงทั้งกรณีความไม่โปร่งใสการจัดซื้อแบบจีทูจีของเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ยกพลขึ้นบกและเรือดำน้ำลำที่ 1 และเรื่องโดรน ยืนยันไม่มีอคติกับ ทร.แต่ กมธ.ต้องตรวจสอบตรงไปตรงมา ทบ. ทอ.ที่จัดซื้อแบบจีทูจี นำสัญญามาให้ กมธ.ดูไม่ปกปิด จึงอยากให้  ผบ.ทร.ร่วมมือกับ กมธ.ตรวจสอบงบฯทุกกองทัพ

    จี้ กทม.-ประกันสังคมช่วยคนงาน

    นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการงบฯปี 65 สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น่าเป็นห่วงแรงงาน ตามโรงงานและแคมป์คนงานใน กทม.และปริมณฑล ต้องทำงานตามระบบบับเบิลแอนด์ซีล ถูกกักตัวให้อยู่แต่ในที่ทำงานจำนวนมาก โรงงานที่มีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 100 คน จะอยู่ในการดูแลของ กทม. ถ้าเกิน 100 คน สำนักงานประกันสังคมดูแล แต่ทั้ง 2 หน่วยงานไม่ได้ช่วยเหลือเพียงพอ ยังไม่มีการแยกคนงานที่ติดเชื้อออกมา ใน กทม.และปริมณฑลมีคนงานถูกซีลราว 8.8 แสนคน ถ้ายังปล่อยไว้เช่นนี้จะมีผู้ติดเชื้อเป็นล้าน โรงงานจ่ายเงินให้กองทุนประกันสังคมมาตลอด แต่ตอนนี้กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้ง กทม.และกองทุนประกันสังคมต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือคนงานเหล่านี้ ปล่อยไปนานหวั่นว่าการติดเชื้อในที่ทำงานจะหนักกว่าเดิม ยิ่งซ้ำเติมปัญหาผู้ติดเชื้อวันละหมื่นคนเข้าไปอีก

    ฉะนายกฯเปิดหูฟังใกล้ไม่มีที่ยืนแล้ว

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีดาราออกมาคอลเอาต์ วิจารณ์รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ดาราเป็นประชาชนผู้เสียภาษีมีสิทธิสะท้อนความรู้สึก นายกฯต้องเปิดหูรับฟัง อย่าฟังแต่เสียงประจบสอพลอ พรากความปลอดภัยในชีวิตไป จากมีผู้ติดเชื้อตายคาบ้านมาล้มตายลงกลางถนนเกิดขึ้นเรื่อยๆ ยอดติดเชื้อหมื่นกว่าคนตายเป็นร้อยคน เท่ากับเครื่องบินตก 1 ลำ จะให้ประชาชนออกมาชมรัฐบาลหรือ ยังมีคนรอเตียงกี่คน หาเตียงว่ายากแล้ว แต่การเข้าถึงยายากกว่า ติดขั้นตอนเอกสาร ทั้งที่แนวเวชปฏิบัติของกรมการเเพทย์ ระบุชัดเจนต้องเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์ภายใน 4 วันนับเเต่มีอาการ ยังเอากฎหมายมาขู่อีก คิดดีๆเถอะ ขอให้ไตร่ตรองเปิดตาดูโลกบ้าง แผ่นดินนี้จะไม่มีที่ให้ท่านยืนเเล้ว

    เหน็บ ปชป.เลือกถอนตัว–โดดเรือหนี

    นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เปิดหน้าต่างบานเเรกให้ประชาชนได้รู้ความจริง แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ต้องเร่งตัดสินใจ ถ้าปล่อยให้รัฐบาลก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนต่อไปจะไม่ใช่เเค่พายเรือให้โจรนั่งเเล้ว แต่คือการขับรถพาฆาตกรต่อเนื่องนั่งไปยิงคน เพราะโจรแค่หวังปล้นทรัพย์ ต้องถามพรรคประชาธิปัตย์จะใช้เวลาตัดสินใจอีกกี่วัน 1 วัน ก็ร้อยศพ 2 วัน 200 ศพ ถ้าใช้ 7 วัน 700 ศพ แต่ถ้า 1 เดือน ประมาณ 3,000 ศพ ทุกวินาทีมันคือการล้มตายของประชาชน ขอให้ตัดสินใจเร็วหน่อย ถ้าออกวันนี้ถือว่ารับผิดชอบและเป็นห่วงประชาชน แต่หากปล่อยล่วงเลยกว่านี้ การตายหนักกว่านี้ เศรษฐกิจพังกว่านี้ ต้องเลือกระหว่างการรับผิดชอบต่อประชาชน หรือเลือกกระโดดหนี ปัดความรับผิดชอบบนซากศพประชาชน

    ทสท.ชงบันได 3 ขั้นสยบโควิด

    วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวนำเสนอ “พิมพ์เขียวสยบโควิดให้ได้ภายในสิ้นปีนี้” โดย “บันได 3 ขั้น สยบโควิด” คือ 1.การควบคุมการแพร่ระบาด เร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อ นำเข้าระบบให้เร็วที่สุดคือหัวใจสำคัญที่สุด ต้องเลิกผูกขาดนำเข้าชุดตรวจ/ ยา/วัคซีนของหน่วยงานรัฐทั้งหมด เลิกกฎระเบียบที่ขวางกั้นการตรวจและการรักษาของประชาชนทันที โดยเฉพาะระเบียบเบิกจ่ายเงินของ สปสช.ให้นำ Rapid Antigen Test ตรวจประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกคนในพื้นที่สีแดง/แดงเข้ม เร่งนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบ ตัดวงจรการระบาด และทำระบบ Application ให้ผู้มีผลเป็นบวกได้เข้าระบบการดูแลรักษาทันที 2.การรักษาผู้ติดเชื้อ ลดอัตราป่วยหนักและตาย แก้ปัญหาเตียงไม่พอ โดยนำผู้ติดเชื้อเข้าระบบเร็วที่สุด ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการหรืออาการน้อยให้เข้า Program Home Isolation และเร่งทำ Community Isolation ใช้โรงเรียน วัดหรือหอประชุมใกล้ชุมชนผู้มีอาการไม่มากเข้ารพ.สนาม (เตียงเขียว) ต้องให้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” ทันที ลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิต ตั้งเป้าให้คนหายป่วยกลับบ้านได้ตั้งแต่เตียงเขียว และ 3.การป้องกัน เป้าหมายสูงสุดสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ต้องเร่งจัดหาวัคซีน mRNA ที่ต่อสู้เชื้อกลายพันธุ์ Delta ได้ มาเป็นวัคซีนหลักคู่กับ AZ ให้คนไทยมีสิทธิ ต้องปรับแผนบริหารวัคซีนจัดหาให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 15 ล้านโดส หรือฉีดให้ได้วันละ 500,000 โดส ให้คนไทยอย่างน้อย 70% หรือ 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ 50 ล้านคน จะได้ฉีดวัคซีนหนึ่งเข็มทุกคนภายในเดือน ธ.ค.และครบ 2 เข็มในเดือน ม.ค.65

    “ชัยวุฒิ” ปัดไล่ล่าคนเห็นต่าง

    วันเดียวกัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีนายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจําสาธารณรัฐคาซัคสถาน หรือ “ทูตนอกแถว Alternative Ambassador” เสนอ รมว.ดีอีเอสนำนวัตกรรมดิจิทัล อาทิ แอปฯแจ้งเตือนให้ผู้อยู่ในข่ายมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ดีกว่าไปไล่จับคนคิดต่างว่า ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ไม่มีเจตนาไล่จับคนเห็นต่าง แต่การโพสต์ข้อมูลบิดเบือนผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นเฟกนิวส์หลายเรื่อง เข้าข่ายผิดกฎหมาย ไม่อยากให้ใครถูกดำเนินคดี จึงออกมาเตือนด้วยความปรารถนาดี ในฐานะเป็นข้าราชการระดับสูงน่าจะทราบว่าต้องยึดมั่นในหลักสถาบันหลักของประเทศ ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาตามกฎหมายและครรลองคลองธรรม

    บี้ กสทช.รีบคืนค่าโทร.สายด่วน

    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเก็บเงินค่าโทร.สายด่วนโควิดจากประชาชนว่า มีประชาชนจำนวนมากที่ต้องเสียค่าโทร.ไปก่อนหน้านี้จากการทำงานที่ไร้จิตสำนึกของ กสทช. จึงขอเรียกร้องให้ กสทช.คืนเงินค่าโทร.สายด่วนโควิดที่ประชาชนต้องเสียค่าโทรไปก่อนหน้านี้โดยเร็ว กสทช.ก็ควรพิจารณาดูว่า มีงานอะไรอีกบ้างที่ กสทช. ควรทำเพื่อเป็นการคุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ประชาชนในสถานการณ์วิกฤติโควิด ที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม ต่อประชาชนอย่างมากในขณะนี้ไม่ควรต้องรอให้ประชาชนออกมาส่งเสียงเรียกร้องหาความถูกต้องชอบธรรมก่อน ถึงรีบออกมาดำเนินการ

    นายกฯชวนงดเหล้า-บุหรี่สู้โควิด

    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เชิญชวนประชาชนงดเหล้า เลิกบุหรี่ ละเว้นอบายมุขช่วงเข้าพรรษา 2564 เพื่อดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กำลังระบาดรุนแรงทั่วโลก การละเว้นอบายมุขแล้วหันมาดูแลตัวเองจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นอย่างดี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาทุกปี ปี 2563 พบว่าคนไทยร่วมงดดื่มเหล้าช่วงเข้าพรรษามากถึง 12.05 ล้านคน ผู้สูบบุหรี่ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และกระทรวง สธ.พบว่าผู้สูบบุหรี่มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าคนปกติหลายเท่า และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดอาการรุนแรงจนถึงเสียชีวิต นายกฯห่วงใยจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยของเหล้า บุหรี่ และสิ่งอบายมุขทั้งปวง พร้อมสร้างแรงจูงใจการออกกำลังกาย

    แท็กซี่ 300 คัน จอดประท้วงไม่มีกิน

    เมื่อเวลา 08.30 น. มีผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ สมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย นำโดยนายวิฑูรย์ เเนวพานิช นายกสมาคมฯ นำรถแท็กซี่สหกรณ์ราชพฤกษ์ จำกัด และกลุ่มบวรแท็กซี่หลายร้อยคันกระจายไปจอดหน้ากระทรวงพลังงาน ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยออกแถลงการณ์ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล อาทิ ให้พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เยียวยาค่าปรับผิดสัญญาค่าเช่าซื้อ จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยมาปรับปรุงสภาพรถ จัดหาที่จอดรถแท็กซี่กว่า 20,000 คัน ที่ประกอบการไม่ได้ ให้คนขับรถแท็กซี่เข้าสู่มาตรา 40 ของกฎหมายแรงงาน จัดถุงยังชีพให้คนขับรถแท็กซี่ราว 30,000 คน ขอให้รัฐจัดหาวัคซีนคุณภาพฉีดให้ประชาชนครอบคลุมทั่วถึงเร็วที่สุด ทั้งนี้ ที่บริเวณหน้าและด้านข้างกระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 ซอย 30 มีรถแท็กซี่มาจอดถึง 300 คัน ติดป้ายผ้าข้อความ “ลุงตู่ ช่วยด้วย ไม่มีเงินผ่อน ไม่มีจะกิน กลัวโควิด กลัวอดตาย” กระจกหลังรถบางคันติดข้อความ “วัคซีนอยู่ไหน”

    ม็อบทะลุฟ้าแห่เทียนไล่ “ประยุทธ์”

    เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จัดการชุมนุม “แห่เทียนขับไล่เสนียดจัญไรออกไป” โดยนายจตุภัทร์กล่าวว่า เนื่องจากในวันเข้าพรรษา เราคนไทยต้องทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทยหล่อเทียนพรรษาและแห่เทียนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่นายกฯที่แก้โควิด-19 ล้มเหลว ต่อมาเวลา 15.20 น. ขบวนที่ตั้งต้นตรงถนนพญาไท ฝั่งซอยรางน้ำยาวมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใช้รถจักรยานยนต์ รถกระบะ 4 คัน บรรทุกต้นเทียนคันละ 1 ต้น เทียนต้นที่ 4 ตั้งบนหลังคารถกระบะคู่กับรูปขาวดำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามด้วยขบวนนางรำ นำหน้ารถกระบะติดเครื่องขยายเสียง รถบรรทุกหกล้อติดเครื่องขยายเสียงอีก 1 คัน เป็นเวทีปราศรัยหลัก มีแกนนำและตัวแทนสลับปราศรัยโจมตีนายกฯ บีบแตรไล่รัฐบาล และเชิญชวนมวลชนเข้าร่วม ปิดท้ายด้วยรถยนต์คาร์ม็อบ

    เจอด่านสกัดฝ่าฝนเผาหุ่น 3 ป.

    กระทั่งเวลา 16.00 น. ขบวนแห่หมู่บ้านทะลุฟ้า โดยกลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน และจักรยานยนต์ชนิดต่างๆนับร้อยคัน เคลื่อนขบวนมาถึงแยกนางเลิ้ง พยายามเข้าไปนำแผงรั้วเหล็กที่เจ้าหน้าที่วางสกัดไว้ออก เคลื่อนประชิดแนวรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แยกพาณิชยการ ที่มีทั้งรั้วลวดหนามแผงรั้วเหล็กและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเตรียมพร้อมสกัด กลุ่มมวลชนจักรยานยนต์ได้ขับเข้าไปเร่งเครื่องหน้าแนวรั้วลวดหนาม พร้อมตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงแจ้งเตือนให้ยุติการชุมนุม ห้ามไม่ให้ชุมนุมประท้วงหรือรื้อแนวรั้วลวดหนามสิ่งกีดขวาง ต่อมาเวลา 16.30 น. ขบวนแห่เคลื่อนขยับถึงแยกนางเลิ้งเข้าสู่ถนนพิษณุโลก จอดประชิดแนวรับรั้วลวดหนามที่แยกพาณิชยการ แต่ไม่สามารถฝ่าแนวกั้นข้ามสะพานชมัยมรุเชฐไปสู่ทำเนียบฯได้ จึงหยุดขบวนตรงจุดแนวรั้วลวดหนามหีบเพลงด้านหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ท่ามกลางฝนเริ่มตกกระหน่ำลงมา แต่นายจตุภัทร์และแนวร่วมเดินหน้าปราศรัยโจมตีความล้มเหลวของรัฐบาลตลอด 7 ปี แล้วเผาหุ่นจำลอง ศพ 3 ป. ให้ชาวฮาร์เล่ย์ฯเร่งเครื่องส่งเสียงโชว์พลังต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งใช้สีสเปรย์พ่นบนพื้นถนนเป็นสัญลักษณ์ว่าเคลื่อนมาถึงจุดนี้ ครั้งต่อไปต้องไปถึงทำเนียบรัฐบาลให้ได้ จากนั้นนายจตุภัทร์ประกาศยุติการชุมนุมลง เมื่อเวลา 17.35 น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุมม็อบ 25 กรกฎาม็อบ 25 กรกฎาคมประยุทธ์ จันทร์โอชาเพื่อไทยซักฟอกรัฐบาลไผ่ ดาวดินประเสริฐ จันทรรวงทองข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 14:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์