เลขาฯ สมช.ยัน สื่อ-อาสาสมัครฯ ทำงานได้-ไม่ห้ามเดินทางเวลานอกเคอร์ฟิว

ข่าว

    เลขาฯ สมช.ยัน สื่อ-อาสาสมัครฯ ทำงานได้-ไม่ห้ามเดินทางเวลานอกเคอร์ฟิว

    ไทยรัฐออนไลน์

    19 ก.ค. 2564 19:11 น.

    เลขาฯ สมช.ยัน สื่อ-อาสาสมัครฯ ยังทำงานได้ แจง มีนัดฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกทม.เข้ามาได้ แต่ห่วงความเสี่ยง ยังไม่ห้ามเดินทางเวลานอกเคอร์ฟิว บอก ล็อกดาวน์เต็มรูปแบบต้องดูตัวเลขหลายตัว ลั่น ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นได้ผ่อนคลาย


    วันที่ 19 ก.ค. เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทำงานของสื่อมวลชนในช่วงล็อกดาวน์สามารถทำงานได้ตามปกติหรือไม่ และในส่วนของกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด-19 จะสามารถเดินทางออกนอกบ้านได้หรือไม่ ว่า สื่อมวลชนถือว่ามีความจำเป็นสามารถไปทำงานนอกสถานที่ได้ แต่ขอให้ยึดมาตรการป้องกันโรค D-M-H-T-T เพื่อลดการแพร่เชื้อ ส่วนอาสาสมัครต่างๆ ถือว่าเป็นการทำงานบริการด้านสาธารณสุขได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนด

    เมื่อถามว่า กรณีประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดที่จะเดินทางเข้ามาฉีดวัคซีนใน กทม. ยังสามารถเดินทางเข้ามาได้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ถ้ามีใบนัด หรือมีหลักฐานแสดงการนัด ขอให้แสดงหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามข้อกำหนด แต่การเดินทางนั้น ศบค.ห่วงใยไม่อยากให้ประชาชนเดินทางเข้าพื้นที่สีแดงเข้มเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทั้งนี้ในส่วนของหลักฐานที่ใช้ในการเดินทางนั้น แบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ หากมีหลักฐานเป็นเอกสารก็สามารถนำมายื่นแสดงได้ กรณีหากไม่มีเอกสารแสดง แต่มีความจำเป็นต้องเดินทาง สามารถเข้าไปในเว็บไซต์หยุดเชื้อเพื่อชาติ เพื่อกรอกแบบฟอร์ม จากนั้นจะได้รับคิวอาร์โค้ด เมื่อไปถึงด่านตรวจก็ให้แสดงคิวอาร์โค้ดกับเจ้าหน้าที่ของด่าน โดยเจ้าหน้าที่ก็จะมีแอปพลิเคชันที่สามารถอ่านคิวอาร์โค้ดนี้ได้ ก็จะทำให้ทราบรายละเอียดและสามารถเดินทางได้เพียง แต่อาจจะต้องตอบข้อมูลและข้อซักถามจากเจ้าหน้าที่ด่านเพิ่มเติมอาจจะไม่สะดวกแต่ก็ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของด่าน ที่ทำหน้าที่คัดกรอง จำกัดและหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัด

    เมื่อถามว่า มาตรการที่ออกเพิ่มเติมจากมาตรการเคอร์ฟิว ที่ไม่ให้ออกมาในช่วงเวลากลางวัน ถือเป็นการขอความร่วมมือ หรือคำสั่งห้าม พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า "ขอบคุณสำหรับคำถามนี้ เพราะเป็นคำถามที่จะมีลักษณะของการบังคับใช้สองห้วง คือ ห้วงเคอร์ฟิว เราจะใช้คำว่าห้ามเลย แต่ช่วงนอกเคอร์ฟิวยังมีความจำเป็นต้องเน้นในบางกิจการและบางกิจกรรม เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ขอใช้คำว่า ให้ไปก่อน คือให้งด ให้หลีกเลี่ยง เมื่อถึงมาตรการที่เข้มข้นต่อไปอาจจะจำเป็นต้องใช้คำว่า ห้ามเมื่อถึงคำว่าห้ามแล้วคงมีกิจการกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้นน้อยกว่านี้มาก"

    เมื่อถามว่า การเปิดสถานพยาบาลได้ตามข้อกำหนดนั้น รวมถึงโรงพยาบาลสัตว์ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า รวมโรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะเป็นกิจการด้านบริการสาธารณสุขและแง่มนุษยธรรม

    เมื่อถามว่า พื้นที่สีแดงอะไรเปิดได้ไม่ได้อย่างไรบ้าง พนักงานส่งอาหารยังทำงานได้อยู่หรือไม่ แล้วการขอให้ทำงานนอกสถานที่ในส่วนของเอกชนแค่ขอความร่วมมือใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ตอบว่า เป็นการขอความร่วมมือซึ่งโฆษก ศบค.ได้ชี้แจงไปแล้ว เมื่อถามว่า ศบค.เตรียมแผนรองรับไว้แล้วใช่หรือไม่หากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลด โมเดลอู่ฮั่นปิดเมืองคุมเชื้อมีการประเมินไว้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมการไว้ในทุกสถานการณ์เราคิดสถานการณ์ขั้นต่อไปไว้ตลอดว่าสถานการดีขึ้น หรือไม่ดีไปกว่านี้จะทำอย่างไร สำหรับโมเดลอู่ฮั่นเป็นข้อพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อถึงเวลาต้องฟังกระทรวงสาธารณสุขว่าจะประเมินสถานการณ์อย่างไร ซึ่ง ศบค.มีความพร้อมในทุกกรณี เมื่อถามว่ามีแนวโน้มล็อกดาวน์เต็มรูปแบบหรือไม่แล้วต้องมีตัวเลขติดเชื้อขนาดไหนถึงจะใช้มาตรการนั้น เลขาสมช.ตอบว่า สำหรับการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบนั้นตัวเลขเราไม่ได้มองตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง เรามองหลายปัจจัย ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อ ตัวเลขสถานพยาบาลที่มีอยู่ และปัจจัยอื่นในแง่เศรษฐกิจด้วยเรามองทุกมิติไม่ได้มองด้านใดด้านหนึ่งด้านเดียว

    เมื่อถามว่า ศบค.ประเมินว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังเอาอยู่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ความสำเร็จในการควบคุมโรคจะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ หน่วยงานภาครัฐต้องมีความเข้มข้นจริงจังในการควบคุมโรค ภาคเอกชนให้การสนับสนุนตามมาตรการที่ศบค.กำหนด และประชาชนให้ความร่วมมือกับมาตรการทั้งของภาครัฐและเอกชนกำหนดเพิ่มเติม และส่วนที่ 4 ที่จะช่วยขับเคลื่อนมาตรการให้มีประสิทธิภาพได้คือ สื่อมวลชนทำความเข้าใจกับประชาชนจะทำให้มาตรการมีประสิทธิผล หาก 4 ส่วนนี้ให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง ศบค.คาดว่าสถานการณ์น่าจะเอาอยู่ แต่ลำพังศบค.อย่างเดียว ต่อให้มีมาตรการเข้มงวดอย่างไรแต่ที่เหลือไม่ให้ความร่วมมือก็คิดว่าไม่น่าจะเอาอยู่ เมื่อถามว่ามีการตั้งคำถามว่าจะมีการปรับปรุงโครงสร้างของ ศบค.แล้วนำผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นมาร่วมอีกหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ตอบว่า ปัจจุบันโครงสร้างศบค.ทำงานได้อย่างดี บางครั้งการให้ข้อมูลอาจแตกต่างกันบ้างแต่หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกัน ยืนยันทีมเดิมโครงสร้างเดิมยังมีประสิทธิภาพอยู่ ส่วนจะมีผู้เชี่ยวชาญมาเพิ่มเติมหรือไม่อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาแต่ส่วนตัวคิดว่าโครงสร้างปัญจุบันมีความพร้อมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เมื่อถามถึงการจัดหาวัคซีน ศบค.จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่าโดยเฉพาะวัคซีนที่รองรับสายพันเดลต้า พล.อ.ณัฐพล ตอบว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขทำงานกันเต็มที่ ขอให้เข้าใจกระทรวงสาธารณสุข แต่ปัญหาที่ตนเห็นมี 2 อย่างคือ บริบทของแต่ละวัคซีนแตกต่างกันไป วัคหนึ่งชนิดมีความเหมาะสมแต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปวัยรัสมีการกลายพันธุ์ วัคซีนชนิดหนึ่งไม่เหมาะกับสถานการณ์ ก็ต้องปรับรูปแบบกันไป ประการที่สองคือ ปริมาณวัคซีนในตลาดมีจำกัด ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะซื้อยี่ห้อนี้ในเวลานี้หรือเวลาไหน กลไกเป็นของผู้ขายผู้ซื้อมีความจำเป็นต้องเลือกซื้อและจัดหาตามปริมาณที่มีในตลาดหรือในส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด รวมถึงเวลาจัดส่งก็เป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนดเราไม่สามารถไปบังคับหรือกำหนดได้เองว่าเดือนนี้เราต้องการ 30 ล้านโดส ก็ต้องได้ 30 ล้านโดส ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณะสุขทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่ามีการพิจารณาการกำจัดการส่งออกต่างประเทศของ วัคซีนแอสตราเซเนกาหรือไม่

    พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เมื่อเช้านายกฯ เชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตนเอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือในการปรับแผนและรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไม่ว่าจะฉีดเข็มที่ 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์ รองรับปริมาณวัคซีนที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และเรื่องนี้กำลังหารือกันอยู่ โดยนายอนุทินจะนำกลับไปพิจารณา และนำกลับมาเสนอเรียนนายกฯอีกครั้ง

    เมื่อถามว่า ศบค.มีแนวทางแก้ไขให้ผู้ป่วยที่รอเตียงนานๆ อย่างไรบ้าง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า นายกฯได้ห่วงใย และสอบถามกระทรวงสาธารณสุข กทม. และตน ว่ามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร ชั้นต้นจะตรวจหาคัดกรองให้เป็นระบบ จากนั้นระบบแรกจะแยกกักตัวที่บ้าน โดยนายกฯให้ทำระบบนี้ให้สมบูรณ์โดยเร็ว แต่ในช่วงที่ระบบแยกกักตัวที่บ้านยังไม่สมบูรณ์ ให้จัดตั้งศูนย์พักคอย รอการส่งต่อ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯอย่างน้อยต้องมีเขตละ 1 แห่ง คาดว่าทุกส่วนเร่งรัดสถานการณ์การขาดแคลนเตียงดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ดีได้ในทันที ส่วนการติดต่อยากนั้นหากในอนาคตหากมีศูนย์พักคอยอยู่ที่เขตต่างๆ ก็สามารถติดต่อที่เขต ไม่จำเป็นต้องโทรมาที่ 1330, 1668, 1669 โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. รับปากอย่างช้าภายในสิ้นเดือนนี้แต่ละเขตจะมีศูนย์พักคอยอย่างน้อย 1 แห่ง พล.อ.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้ายว่า การใช้มาตรการที่เข้มข้น ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และขอให้ทุกคนร่วมมือให้ 14 วัน ปฏิบัติเพื่อให้มาตรการต่างๆ ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้นจะได้ผ่อนคลายเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยเราติดตามสถานการณ์ทุกวัน และจะประเมินทุก 7 วัน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดวันนี้วัคซีนโควิดไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าณัฐพล นาคพาณิชย์เลขาฯสมช.สมช.ล็อกดาวน์เคอร์ฟิวมาตรการล็อกดาวน์ศปก.ศบค.ข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 15:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์