สธ.แจงยิบ ไทม์ไลน์-ขั้นตอน จัดซื้อแอสตราฯ ยัน กำหนดจำนวน-วันส่งมอบไม่ได้

ข่าว

สธ.แจงยิบ ไทม์ไลน์-ขั้นตอน จัดซื้อแอสตราฯ ยัน กำหนดจำนวน-วันส่งมอบไม่ได้

ไทยรัฐออนไลน์

18 ก.ค. 2564 20:25 น.

สธ.แจงยิบ ไทม์ไลน์ และขั้นตอนจัดซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกา เผย ส่งแล้ว 12 ลอต กว่า 8.1 ล้านโดส ย้ำ ทำสัญญา ขณะยังไม่มีการผลิตด้วยซ้ำ เลยระบุจำนวนวันส่งมอบไม่ได้ ยัน ต้องเจรจาล่วงหน้ารายเดือน

วันที่ 18 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์กรณีการทำสัญญากับบริษัทแอสตราเซเนกา

โดยนายแพทย์โอภาส กล่าวว่า โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ องค์ความรู้และการจัดการเป็นเรื่องใหม่ ขณะที่ไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตอนนี้สายพันธุ์เดลตา ระบาดไปทั่วโลก มีการแพร่กระจายเชื้อมากขึ้น การก่อโรคเกิดความรุนแรงมากขึ้น ทำให้สถานการณ์การระบาดทั่วโลกและประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น การอ้างอิงข้อมูลเวลาใดเวลาหนึ่งมาพูดในปัจจุบันอาจไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากวันนี้ พูดอาจจะถูกต้อง แต่อนาคตอาจจะผิด เรื่องของวัคซีนโควิด-19 ก็เช่นกัน มีการผลิตออกมาในเวลาไม่ถึงปี เป็นการผลิตเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน จากปกติที่ใช้เวลานานหลายปี วัคซีนบางชนิด 50 ปี ยังทำไม่สำเร็จ เช่น วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนเอชไอวี ซึ่งวัคซีนโควิด-19 ทุกตัวขณะนี้ถือว่า มีประสิทธิภาพและปลอดภัยเป็นที่ยอมรับได้ในภาพรวม

สำหรับไทม์ไลน์โรคโควิด-19 และการจัดหาวัคซีนแอสตราเซเนกาเริ่มจากช่วงเดือนมกราคม 2563 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรก, วันที่ 25 มีนาคม 2563 ประเทศไทยออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมีผลบังคับใช้ 26 มีนาคม 2563 หลังพบการระบาดมากขึ้น, วันที่ 22 เมษายน 2563 คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เห็นชอบแผนการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของประชากรไทย, วันที่ 24 สิงหาคม 2563 กระทรวงสาธารณสุข ลงนามสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทแอสตราเซเนกามาให้ผู้ผลิตในไทย ทำให้มีแหล่งผลิตในประเทศไทย, วันที่ 23 กันยายน 2563 คณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนฯ เห็นชอบแผนจัดหาวัคซีนเบื้องต้น, วันที่ 9 ตุลาคม 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามเอกสาร และ 12 ตุลาคม 2563 ออกประกาศจัดหาวัคซีนในกรณีเหตุฉุกเฉิน โดยให้กรมควบคุมโรค สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จัดหาโดยการจองล่วงหน้า ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีวัคซีนที่ผ่านการวิจัย ซึ่งอาจผลิตสำเร็จหรือไม่ก็ได้

ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ครม.เห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้ากับแอสตร้าเซนเนก้า 26 ล้านโดส, วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ลงนามในสัญญา 3 ฝ่าย โดยแอสตร้าเซนเนก้าประเทศไทย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกรมควบคุมโรค เพื่อจองซื้อวัคซีน, วันที่ 5 มกราคม 2564 ครม.รับทราบ มติที่ ศบค. ให้สั่งซื้อเพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส, วันที่ 20 มกราคม 2564 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขึ้นทะเบียนวัคซีนแอสตราเซเนกาให้ใช้ได้ในภาวะฉุกเฉิน, วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ครม.เห็นชอบแก้ไขสัญญาจองซื้อวัคซีนจาก 26 ล้านโดส เพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส, วันที่ 2 มีนาคม 2564 ครม.รับทราบ และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณเพิ่มสำหรับ 35 ล้านโดส, วันที่ 25 มีนาคม 2564 กรมควบคุมโรคส่งสัญญาที่ลงนามแก้ไขให้บริษัทแอสตร้าเซนเนก้าประเทศไทย, วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ได้รับสัญญาตอบกลับจากแอสตร้าเซนเนก้าประเทศไทยและประเทศอังกฤษ หรือใช้เวลา 2 เดือนจึงได้รับการตอบกลับ และวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ครม.เห็นชอบกรอบการดำเนินงาน 61 ล้านโดส ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - ธันวาคม 2564

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า ในการส่งมอบวัคซีนแอสตราเซเนกานั้น ตามกำหนดการจะเริ่มเดือนมิถุนายน 2564 แต่เนื่องจากประเทศไทย มีการระบาดจึงมีการส่งมาให้ก่อน 2 ลอต ได้แก่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 117,300 โดส และวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 จำนวน 242,100 โดส รวม 359,400 โดส, สำหรับเดือนมิถุนายน 2564 ส่งมา 5,130,000 โดส ได้แก่ วันที่ 4 มิถุนายน 2564 จำนวน 1,787,100 โดส, วันที่ 16 มิถุนายน 2564 จำนวน 610,000 โดส, วันที่ 18 มิถุนายน 2564 จำนวน 970,000 โดส, วันที่ 23 มิถุนายน 2564 จำนวน 593,300 โดส, วันที่ 25 มิถุนายน 2564 จำนวน 323,600 โดส และวันที่ 30 มิถุนายน 2564 จำนวน 846,000 โดส เมื่อรวมกับวัคซีนที่ส่งมาก่อนหน้านี้เป็น 5,489,400 โดส ส่วนเดือนกรกฎาคม 2564 ส่งมาจำนวน 2,704,100 โดส ได้แก่ วันที่ 3 กรกฎาคม 2564 จำนวน 590,000 โดส, วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 จำนวน 555,400 โดส, วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 จำนวน 1,053,000 โดส และวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 จำนวน 505,700 โดส รวมทั้งหมด 12 ลอต จำนวน 8,193,500 โดส จะเห็นว่าเมื่อผลิตและตรวจรับรองรุ่นการผลิตเสร็จก็ทยอยส่งมอบ เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งว่าจะส่งเป็นรายสัปดาห์

สำหรับจดหมายของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าที่ส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอบคุณที่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตวัคซีนแอสตราเซเนกาในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศอื่นนอกอาเซียน คือ มัลดีฟส์ และไต้หวัน รวม 8 ประเทศ มีการระบุถึงข้อตกลงเจรจาจะส่งมอบวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย เริ่มในเดือนมิถุนายน 2564 แต่มีการส่งล่วงหน้ามาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 และพูดถึงเรื่องจำนวนวัคซีนที่สั่งจอง ประเทศไทยมีการจองมากที่สุด 61 ล้านโดส คิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนวัคซีนที่มีการจองในอาเซียน บริษัทยืนยันการจัดส่งวัคซีนให้ประเทศไทย 1 ใน 3 ของวัคซีนที่ผลิตได้ และจะพยายามส่งให้ครบถ้วนตามสัญญา

"ช่วงทำสัญญาจองและลงนามสัญญา 3 ฝ่าย ยังไม่ได้มีการผลิตวัคซีนจริง เป็นการทำสัญญาจองล่วงหน้าจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่า แต่ละเดือนจะผลิตได้เท่าไร ส่งให้เท่าไรและเมื่อไร จึงต้องมีการเจรจาแจ้งล่วงหน้าเป็นรายเดือน ซึ่งวันที่ 24 เมษายน 2564 กรมควบคุมโรคทำหนังสือแจ้งแอสตราเซเนกาว่า ต้องการวัคซีนจำนวน 6 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายน 2564 เดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน 2564 เดือนละ 10 ล้านโดส และเดือนธันวาคม 2564 จำนวน 5 ล้านโดส รวม 61 ล้านโดส แต่การส่งมอบวัคซีน ขึ้นกับกำลังการผลิตว่า ได้มากน้อยเท่าไรและส่งให้เราได้เท่าไร ดังนั้น จำนวนที่แจ้งไปไม่ได้แปลว่า จะได้ 100% ต้องเป็นการเจรจาทั้งสองฝ่ายในแต่ละเดือน และตอนทำสัญญาไม่มีการระบุจำนวนวัคซีนที่จะส่งออกต่างประเทศ เพียงแต่ระบุว่า ขอให้ประเทศไทยสนับสนุนและไม่ขัดขวางการส่งออกไปต่างประเทศ" นายแพทย์โอภาสกล่าว

นายแพทย์โอภาสกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่จดหมายมีการระบุว่า กระทรวงสาธารณสุข ต้องการวัคซีนเดือนละ 3 ล้านโดสนั้น เป็นการอ้างอิงถึงการประชุมไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยมีการสอบถามความสามารถในการฉีดวัคซีนของประเทศไทย ซึ่งข้อมูลที่มีคือเคยฉีดเดือนละ 3 ล้านโดส กรมควบคุมโรค ยังไม่เคยบอกอย่างเป็นทางการว่า จะฉีดได้แค่ 3 ล้านโดส ต่อมา มีตัวเลขประมาณการณ์และแจ้งแอสตราเซเนกาว่า ขีดความสามารถฉีดได้ถึง 10 ล้านโดส ถ้ามีวัคซีนเพียงพอ เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่บอกว่า แอสตราเซเนกาจะส่งให้ไทยเท่าไร มี 2 ส่วน คือ ความต้องการของประเทศไทย และกำลังการผลิต จะต้องเอา 2 ส่วนมาเชื่อมต่อกันจึงจะเป็นการส่งวัคซีนจริง ซึ่งขณะนี้ก็มีการส่งมาให้เราเรื่อยๆ บางสัปดาห์ก็ส่งให้ 2 ครั้ง

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นว่า จะจัดส่งวัคซีนจนถึงเดือนพฤษภาคม 2565 นั้น ขณะนี้การผลิตของแอสตราเซเนกาในประเทศไทย พยายามจะผลิตให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแอสตราเซเนกาไม่ได้แจ้งจำนวนการผลิตมา จากการคำนวณอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านโดสต่อเดือน เพราะฉะนั้น ถ้าคิด 1 ใน 3 คือ จำนวน 5 ล้านโดสต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ และการผลิตวัคซีนขึ้นกับหลายปัจจัย รวมทั้งชีววัตถุตั้งต้น จึงยากที่บริษัทจะรับปากได้ 100% แต่จำนวนวัคซีนในสัญญากับความต้องการของไทยคือ 61 ล้านโดส ภายในเดือนธันวาคม 2564 โดยจะต้องมีการเจรจาเป็นรายเดือน ซึ่งแอสตราเซเนกาไม่เคยออกมาระบุว่า จะส่งมอบถึงพฤษภาคม 2565 เป็นแค่จำนวนประมาณการจึงต้องมีการเจรจากันต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดวันนี้วัคซีนโควิดไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าแอสตราเซเนกากรมควบคุมโรคอนุทิน ชาญวีรกูลโอภาส การย์กวินพงศ์เปิดประเทศข่าวการเมืองข่าวการเมืองออนไลน์ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 20:36 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์