ดันทุรังเรือดำน้ำ 2 ลำ ปูด กมธ.งบฯ หมกเม็ด พท.มัด “ประยุทธ์-อนุทิน” เป้าเชือด

ข่าว

    ดันทุรังเรือดำน้ำ 2 ลำ ปูด กมธ.งบฯ หมกเม็ด พท.มัด “ประยุทธ์-อนุทิน” เป้าเชือด

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    17 ก.ค. 2564 05:25 น.

    ฝ่ายค้านเร่งเครื่องบดขยี้รัฐบาล พท.นัดพรรคร่วมฯ 19 ก.ค. กาหัวจับ รมต.ขึ้นเขียง “ประเสริฐ” มัดรวม “ประยุทธ์-อนุทิน” ตัวยืนเป้าเชือด โวจบศึกซักฟอกการเมืองเปลี่ยน ชี้คนไทยไม่เอารัฐบาล ยุบสภาฯ ก.พ.65 ยังช้าไป “สมคิด” กะซวกซ้ำมีแต่คนด่าไล่ “บิ๊กตู่” ไขก๊อกไม่ต้องรอปีหน้า “พิจารณ์” ให้จับตาพรรคร่วมรัฐบาลแตกคอ ฟุ้งรอบนี้ไม่เหมือนเก่า รอชมปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในสภาฯ “วิโรจน์” กัดไม่ปล่อยสัญญาซื้อแอสตราฯเทคนไทยรอเก้อ เค้นคอ “สาธิต” เปิดความจริงให้หมดเปลือก จี้ใจดำ ปชป.จะยอมให้ รบ.ก่อกรรม ทำเข็ญต่ออีกหรือ “ยุทธพงศ์” ปูด กมธ.งบฯหมกเม็ดดันทุรังผ่านเรือดำน้ำ นายหน้า “อ.” ใกล้ชิดพี่ใหญ่ตัวการล็อบบี้ “ก้าวไกล” ข้องใจ ทร.หั่นงบฯโรงพยาบาลท่ามกลางสงครามโควิด ป.ป.ช.ฟัน ส.ส.เชียงใหม่เพื่อไทยทุจริตสนามบอลโกลหนู

    พรรคฝ่ายค้านรุกคืบถล่มซ้ำความล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 ของรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยนัดหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 19 ก.ค.เพื่อกำหนดเป้าหมายรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ระบุหลังการอภิปรายฯ มั่นใจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

    พท.คุยจบซักฟอกการเมืองเปลี่ยน

    เมื่อวันที่ 16 ก.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า วันที่ 19 ก.ค.เวลา 10.00 น. พรรคร่วมฝ่ายค้านได้นัดหารือกันเพื่อกำหนดรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายว่าเป็นใครบ้าง ประเด็นหลักที่วางไว้คือวิกฤติโควิดที่รัฐบาลแก้ไขไม่ได้ บริหารผิดพลาดและส่อว่าจะทุจริต ผู้ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะรับผิดชอบโดยตรงและนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ถ้าประเด็นโควิดโยงถึงใครจะนำมาอภิปราย เชื่อว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน เราจะชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดการบริหารที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ประชาชนเสียชีวิตเพราะการ บริหารงานผิดพลาด

    คนไม่เอา รบ.ยุบสภา ก.พ.65 ยังช้าไป

    “เมื่อประชาชนได้ติดตามการอภิปรายจะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาล เชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมให้รัฐบาลชุดนี้ได้อยู่บริหารประเทศต่อ ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุการยุบสภาอย่างช้าเดือน ก.พ.65 มองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้น เร็วกว่านั้นก็ได้ เพราะประชาชนเหลือทนกับรัฐบาล” นายประเสริฐกล่าว

    “สมคิด” ไล่ “ตู่” ไขก๊อกไม่ต้องรอปีหน้า

    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงเดือน ส.ค.ว่า ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่จะทดสอบว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะเดินต่อได้หรือไม่ เพราะทุกวันนี้ในความคิดของพรรคร่วมฝ่ายค้านรัฐบาลควรจะออกไปได้แล้ว ด้วยการยุบสภาฯ หรือการลาออกของนายกฯ ไม่ต้องรอไปถึงปีหน้า เพราะอย่างที่เห็นกันอยู่วันนี้เดินไปทางไหนก็มีแต่คนด่ารัฐบาล การที่หลายคนคาดการว่าจะมีการยุบสภาฯ ช่วงเดือน ก.พ. 65 ช้าเกินไป ยิ่งอยู่นานไปประเทศยิ่งเสียหาย เปลี่ยนตัวนายกฯ เปลี่ยนผู้บริหารทุกอย่างอาจจะดีขึ้น

    จีบพรรคร่วม รบ.แชร์ข้อมูลมัดคนผิด

    เมื่อถามถึงเนื้อหาที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทยจะเน้นไปที่อะไร นายสมคิดตอบว่าพรรคเพื่อไทยจะเน้นไปที่ความล้มเหลวการ บริหารวัคซีน ต้องพูดกันให้ชัดเจนว่าใครผิดใครถูกอย่างไร ส่วนเรื่องอื่นยังอยู่ระหว่างการหารือ คนที่ต้องตอบคำถามเรื่องนี้ให้ชัดเจนคือ พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องโดยตรง พรรคร่วมรัฐบาลถ้ามีข้อมูลว่าใครทำให้ประชาชนเดือดร้อนสามารถส่งข้อมูลมาให้พรรคเพื่อไทยได้ ขอให้ทุกพรรคการเมืองมาช่วยกันสะสางปัญหาเรื่องวัคซีนให้โปร่งใสไม่เช่นนั้นพรรคท่านจะถูกประชาชนปฏิเสธเมื่อมีการเลือกตั้งไปด้วย เพราะประชาชนเจ็บป่วยล้มตายเกินที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว

    “พิจารณ์” จับตาพรรคร่วมฯ แตกคอ

    นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า คิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะภาพการบริหารจัดการ โควิด-19 มีเรื่องล้มเหลวให้เห็นมากมาย และเราอาจจะได้เห็นกรณีเกิดเสียงแตกในพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากมีการเปิดโปงความล้มเหลวเรื่องของโควิดในสภาฯ หากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลยังยกมือโหวตพายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นั่งเหมือนเดิม จะค้านสายตาสังคมและค้านสายตาประชาชน พรรคกำลังง่วนอยู่กับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ในชั้น กมธ. ส.ส.เกือบครึ่งพรรคไปนั่งติดตามตรวจสอบงบชั้นอนุ กมธ. จะมีอีกทีมงานเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผลของการอภิปรายรอบนี้จะไม่เหมือนเดิม การเปลี่ยนแปลงในสภาฯครั้งใหญ่อาจจะเกิดขึ้น

    กก.บี้ “สาธิต” เปิดให้หมดเปลือก

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข สารภาพความจริงให้ประชาชนรับทราบเรื่องสัญญาที่รัฐบาลทำไว้กับแอสตราเซเนกาว่าในเมื่อนายสาธิตกล้านำเอาความจริงมาเปิดเผยแล้ว ควรจะเปิดเผยความจริงทั้งหมด เช่น 1.ในเมื่อเงื่อนไขการอุดหนุนวงเงิน 600 ล้านบาท ให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มีเงื่อนไขระบุในหนังสือจากคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ลงวันที่ 24ส.ค.63 ระบุชัดว่ามีเงื่อนไขจำกัดการส่งออกและไทยจะมีสิทธิสั่งซื้ออันดับแรกเหตุใดรายละเอียดในหนังสือแสดงเจตจำนงทำสัญญา (Letter of Intent)เมื่อวันที่ 12 ต.ค.63 รัฐบาลจึงไปตกลงยอมให้แอสตราเซเนกา ส่งออกได้โดยปราศจากเงื่อนไข 2.ตกลงแล้วสัญญาวัคซีนเเอสตราเซเนกา 26 ล้านโดสที่ลงนามเมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 มีเงื่อนไขจำกัดการส่งออก และไทยมีสิทธิซื้อก่อนอยู่หรือไม่ ณ วันนี้ประชาชนได้รับวัคซีนไม่เป็นไปตามแผน 10 ล้านโดสต่อเดือน รัฐบาลบังคับสัญญาได้หรือไม่ 3.กรณีไม่มีเงื่อนไขจำกัดการส่งออกและสิทธิการซื้อวัคซีนก่อน แล้วสัญญารับทุนอุดหนุนของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่ลงนามเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.63 เกิดขึ้นได้อย่างไร

    ยอมให้ รบ.ก่อกรรมทำเข็ญต่อหรือ

    นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ตนขอให้กำลังใจนายสาธิต และขอตั้งคำถามเชิงให้กำลังใจไปยังนายสาธิตว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังจะยอมให้กับรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชน ต่อไปเรื่อยๆแบบนี้จริงๆ หรือ พรรคประชาธิปัตย์ทำได้แค่เบือนหน้าหนีกัดริมฝีปากล่าง และแอบไปร้องไห้ปาดคราบน้ำตากับภาพความทุกข์ยากสิ้นหวังของประชาชน ที่สาหัสขึ้นอยู่ทุกวัน ทำได้แค่นี้จริงๆหรือ

    นายกฯพ้นกักตัวเข้าทำเนียบฯลุยงาน

    เมื่อเวลา 08.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลับเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นวันแรก หลังกักตัวครบ 14 วัน ทันทีที่เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล นายกฯในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.รับฟังรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จากศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 (ศปก.ศบค.) ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็น ผอ.ศปก.ศบค.

    นั่งหัวโต๊ะหารือ ศบค.ชุดใหญ่

    จากนั้นเวลา 09.30 น. นายกฯเป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ครั้งที่ 10/2564 ที่ตึกสันติไมตรี มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.รวมถึงที่ปรึกษา นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร และในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือวัคซีนทางเลือก นพ.อุดม คชินทรนพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมประชุมด้วย รวมถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมพร้อมเพรียง

    “โจ้” ปูด กมธ.งบตุกติกดันผ่านเรือดำน้ำ

    เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) งบฯปี 2565 แถลงว่าการประชุม กมธ.งบฯมีการกระทำไม่เหมาะสม ไม่ยอมให้ผู้บริหารหน่วยงานเข้าชี้แจงจะเกิดข้อครหาความไม่โปร่งใสและผิดปกติ เพราะในอนุ กมธ.หัวหน้าส่วนราชการมาชี้แจงเองทั้งนั้น จึงเหมือนปิดประตูตีแมว เหตุผลที่พยายามไม่ให้หัวหน้าส่วนราชการเข้าชี้แจงเนื่องจากวันที่ 19 ก.ค. จะมีงบฯกระทรวงกลาโหมเข้าสู่การพิจารณา วงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ยืนยันว่าในงบฯปี 65 ยังคงมีงบฯจัดซื้อเรือดำน้ำ 2ลำ จากจีน จึงมีความพยายามจะผ่าน โดยไม่ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้ามาชี้แจง แต่กลับกันเมื่อวันที่ 15 ก.ค. งบประมาณของเหล่าทัพได้เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ผบ.เหล่าทัพมาชี้แจงด้วยตนเองครบทุกเหล่าทัพ

    แฉคนใกล้ “บิ๊กป้อม” ตัวการล็อบบี้

    นายยุทธพงศ์กล่าวด้วยว่า มีหลักฐานการจัดซื้อเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ พบว่ามีนายหน้าคนไทยอักษรย่อ อ. เป็นตัวกลางประสาน ทราบว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขอตั้งข้อสังเกตว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำซื้อผ่านระบบจีทูจีหรือไม่ เหตุใดถึงมีคนอื่นเกี่ยวข้อง “รัฐบาลทำไมใจดำแบบนี้ ถึงจะซื้อเรือดำน้ำให้ได้ในสภาวะที่คนอดอยากหิวโหย ท่ามกลางประชาชนเสียชีวิตติดเชื้อ ต้องฟ้องประชาชนเจ้าของงบฯ พวกสู้ด้วยชีวิต เอาชีวิตเข้าแลกไม่ยอมให้ผ่าน จะขัดขวางยังไงจะสู้เพื่อประชาชน และมีหลักฐานเด็ดต่อสู้ แม้กองทัพเรือจะฟ้องไม่หวั่น เพื่อรักษาศักดิ์ประชาชน พวกผมเลือกประชาชน ไม่เอาเรือดำน้ำ” นายยุทธพงศ์กล่าว

    กก.ข้องใจ ทร.ตัดงบฯ รพ.ยุคโควิด

    นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์และไอซีทีใน กมธ.งบฯปี 65 ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ได้เข้าสังเกตการณ์ที่ประชุมอนุ กมธ. การฝึกอบรมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุนและงบรายจ่ายอื่น พิจารณางบฯ ทร. พอดูรายละเอียดทุกโครงการปรับลดลงจากปีก่อนแทบทั้งสิ้น แม้แต่เงินอุดหนุน รพ.สังกัด ทร.ยังถูกปรับลดจากปี 64 ได้ 13,400,000 บาท ปี 65 เหลือ 11,900,000 บาท ในสถานการณ์โควิดระบาดสมควรได้รับเพิ่มเติมด้วยซ้ำ โดย ส.ส.เบญจา แสงจันทร์ ที่ปรึกษาคณะอนุ กมธ. ซักถามถึงหลักเกณฑ์ ตัวแทน ทร.ไม่ยอมตอบคำถาม

    ฟัน ส.ส.เชียงใหม่ พท.ทุจริตสนามบอล

    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่าป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ทุจริตก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 15 แห่ง วงเงิน 30 ล้านบาท จากการไต่สวนพบว่าปี 2556 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.ฝางและ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จัดทำโครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนูฯ 15 แห่ง นายประสิทธิ์นำกลุ่มบริษัทของ น.ส.อัมพวัน แก้วนพมาศ เข้าเป็นคู่สัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเรียกรับเงินตอบแทนจาก น.ส.อัมพวัน 7 ล้านบาท

    ถก 15 ผู้บริหารท้องถิ่นล็อกสเปก

    รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า นายประสิทธิ์ได้จัดประชุมผู้บริหารท้องถิ่น 15 แห่งเพื่อกำหนดคุณลักษณะสินค้าและราคากลางตามที่ น.ส.ฐิตารีย์กำหนด อาทิ ความยาวใบหญ้าเทียม 6 เซนติเมตร จากทั่วไปมีความยาว 5 เซนติเมตร การกำหนดแผ่นหญ้าเทียมให้มีจำนวนทอฝีเข็มไม่น้อยกว่า 12,000 ฝีเข็มต่อ ตร.ม. จากทั่วไป 8,000 ฝีเข็มต่อ ตร.ม. เพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายอื่นไม่ให้ยื่นเสนอราคาได้ ขณะที่ผู้บริหารท้องถิ่น 15 แห่ง ดำเนินโครงการโดยไม่สืบหาราคาสนามหญ้าเทียม ทำให้ราคากลางสูงเกินจริง สนามละ 1 ล้านบาท ป.ป.ช.มีมติว่าการกระทำของนายประสิทธิ์ นายกเทศมนตรีและนายก อบต.ใน อ.ฝางและ อ.แม่อาย 10 ราย คณะกรรมการกำหนดราคากลาง 21 ราย มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ส่วนเอกชน 6 ราย มีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 12:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์