ไลฟ์สไตล์
100 year

“อานนท์” โว 18 ก.ค. ม็อบเรือนหมื่น “ก้าวไกล” จับโกหกหนู สัญญาแอสตรา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
16 ก.ค. 2564 05:25 น.
SHARE

“บิ๊กตู่” รอดตัวกัก 14 วันตรวจเชื้อซ้ำไม่ติดโควิด เรียกถก ศบค.ประเมินผลหลังล็อกดาวน์ “ก้าวไกล-ปชป.” ขย่ม แผลบริหารวัคซีนเหลว ดิ้นปรับสูตรฉีดไขว้กลบปัญหาวัคซีนไม่พอ “วิโรจน์” เปิดคลิปแฉ “เสี่ยหนู” โกหกกลางสภาฯ แอสตราเซเนกาส่อเลื่อนส่งจาก ธ.ค.64 ไป พ.ค.65 พลิกสัญญา “อนุทิน” ลงนามให้ส่งออกไม่มีข้อจำกัด “กนก” จี้ใจดำไวรัสร้ายกลายพันธุ์ ยังดันทุรังซื้อซิโนแวคเพิ่ม 20 ล้านโดส เหน็บรัฐทุ่ม 600 ล้านเสมือนมัดจำแอสตราฯ แต่ถูกเทเลื่อนส่ง พ.ค.ปีหน้า “ไทยไม่ทน” บุก ทส.บี้ ชทพ.ถอนตัวกล่อมลูกท็อปรักษามรดกเตี่ย ยึดสัจจะยืนข้างประชาชน “อานนท์” โอ่ 18 ก.ค. มวลชนเรือนหมื่นฝ่าโควิดไล่ “ประยุทธ์”

รัฐบาลไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้จะพยายามปรับแผนการจัดหาและฉีดวัคซีน โดยการปรับสูตรฉีดไขว้วัคซีนต่างชนิด แต่ยังไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัยของคนในสังคม

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่” กักตัวครบเรียกถก ศบค.

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 รอ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่บ้านพักในช่วงกักตัว 14 วันเป็นวันสุดท้าย โดยช่วงเช้านายกฯได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งที่ 3 ผลเป็นลบ ไม่พบการติดเชื้อ โดยวันที่ 16 ก.ค. นายกฯจะเริ่มกลับไปปฏิบัติภารกิจในทำเนียบรัฐบาล ช่วงเช้าเรียกประชุม ศบค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) มีรองนายกฯ รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษา ศบค. เข้าร่วมเพื่อประเมินสถานการณ์หลังใช้มาตรการล็อกดาวน์ จากนั้นเวลา 18.00-20.00 น. นายกฯเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกอย่างไม่เป็นทางการ ผ่านระบบประชุมทางไกล ที่ตึกภักดีบดินทร์

“บิ๊กป้อม” กำชับ ศอ.บต.ช่วยชาวบ้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญตามมติ กพต. ได้แก่ การช่วยเหลือแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) กลับจากต่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดย ศอ.บต.ร่วมกับกระทรวงแรงงานจัดอบรมฝึกทักษะแนะแนวอาชีพ ช่วยให้มีงานทำแล้วมากกว่า 8,000 คน ที่ประชุมเห็นชอบโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเสริมสร้างความมั่นคงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 65-70 พื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา ให้ประชาชนได้รับเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน เห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาสุขภาวะและภาวะโภชนาการต่ำของเด็กเล็กในพื้นที่ จชต.ปี 65-68 และได้กำชับ ศอ.บต.ช่วยเหลือประชาชนลดผลกระทบจากโควิด-19 อย่างเร่งด่วน

“วิโรจน์” แฉ “เสี่ยหนู” โกหกคำโต

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวทางออนไลน์ ระบุถึงแผนการจัดหาและฉีดวัคซีน พร้อมเปิดคลิปวิดีโอคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้สื่อสารกับประชาชนว่าในเดือน มิ.ย. จะได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 6.3 ล้านโดส และเมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายอนุทินชี้แจงสภาฯว่า ไตรมาสที่ 3 วัคซีนแอสตราเซเนกาจะมีเต็มโรงพยาบาล เต็มแขนคนไทย มีจนไม่พอเก็บ และยืนยันวัคซีนแอสตราเซเนกาจะไม่มีวันถูกตัดคิว ไม่มีวันถูกคนมาแย่ง เพราะผลิตอยู่ในบ้านของเรา แต่เหตุใดรัฐบาลไม่พยายามหารือกับแอสตราเซเนกาปรับลดการส่งออกวัคซีน เพื่อให้คนไทยได้รับวัคซีนตามสิทธิพึงได้รับ ทำไมไม่ปกป้องชีวิตประชาชน ซ้ำร้ายนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ระบุว่า แอสตราเซเนกา ตามแผนที่ต้องส่งมอบให้คนไทยภายใน ธ.ค. 2564 เป็นไปได้ที่จะถูกขยายออกไปเดือน พ.ค.2565 จะส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยอัตรา 40 % ของกำลังการผลิตคือราวๆ 6 ล้านโดสต่อเดือน ไม่เป็นไปตามแผนที่ให้คำมั่นเอาไว้

เฉ่ง “อนุทิน” ลงนามส่งออกไร้ข้อจำกัด

นายวิโรจน์กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับสัญญาวัคซีนแอสตราเซเนกาที่ได้รับมาจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติพบเรื่องน่ากังวล เอกสาร Letter of Intent เป็นหนังสือแสดงเจตจำนงก่อนทำสัญญารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยนายอนุทินไปลงนามเมื่อวันที่ 12 ต.ค.2563 หัวข้อที่ 1 ข้อย่อย C ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ได้ตกลงในหลักการส่งออกวัคซีนโดยปราศจากข้อจำกัด ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการหารือกันอย่างสร้างสรรค์ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและแอสตราเซเนกา พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทิน ต้องตอบประชาชนว่าทำไมถึงไปแสดงเจตจำนงการทำสัญญาอย่างนั้น ไปตกลงในหลักการส่งออกโดยปราศจากข้อจำกัดได้อย่างไร

ฉะรู้แต่แรกยังกล้าโป้ปดกลางสภา

“ที่ประชาชนอยากรู้คือในท้ายที่สุดแล้วมีประโยคที่ระบุว่ารัฐบาลไทยสามารถจำกัดสิทธิการส่งออกและจะได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนเป็นอันดับแรก วัคซีนที่เหลือจึงจะนำไปส่งออกได้ อยู่ในสัญญาหรือไม่ ถ้าไม่มีเงื่อนไขที่ประชาชนคนไทยมีสิทธิซื้อวัคซีนได้ก่อนเป็นอันดับแรกอยู่ในสัญญา ต้องถามว่าแล้วในวันที่ 17 ก.พ. นายอนุทินไปพูดให้คำมั่นกับประชาชนว่าได้อย่างไร นี่เป็นการโกหกประชาชนกลางสภาหรือไม่ รัฐบาลต้องชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ คำถามสำคัญมากๆ คือนี่เป็นการทำสัญญาที่ยอมให้เขามาผลิตวัคซีนในประเทศไทย ทั้งๆที่รู้แต่แรกว่าไม่สามารถจำกัดการส่งออกได้ใช่หรือไม่” นายวิโรจน์กล่าว

“กนก” จี้ใจดำ สธ.สังคมอยากรู้ 5 ข้อ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตั้งคำถามถึงกระทรวงสาธารณสุขแทนคนไทย 5 คำถามที่ต้องการคำตอบชัดเจนว่า 1.ทำไมข้อมูลสั่งซื้อวัคซีนทั้งชนิด ราคา ปริมาณ วัน เวลาส่งมอบจึงสับสน อ้างว่าวัคซีนเป็นตลาดของผู้ขาย ไม่พอทำให้คนเชื่อ หลายประเทศได้วัคซีนไปก่อนหน้าและปริมาณมากกว่าไทย 2.ทำไมรัฐบาลจึงสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก 20 ล้านโดส ทั้งที่เชื้อไวรัสอู่ฮั่นกลายพันธุ์ไปเป็นสายพันธุ์เดลตาและอื่นๆแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนชนิดอื่นๆ เช่น ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา 3.ทำไมการส่งมอบวัคซีนแอสตราเซเนกา 60 ล้านโดส ที่ สธ.เคยให้ข้อมูลจึงล่าช้าจาก ธ.ค.64 ไปเป็น พ.ค.65 ทั้งที่รัฐบาลไทยให้เงินอุดหนุน 600 ล้านบาท เสมือนวางมัดจำซื้อล่วงหน้าแล้ว และโรงงานผลิตวัคซีนแอสตราเซเนกาตั้งอยู่ในไทย 4.การให้วัคซีนสลับชนิดเข็มที่ 1 และ 2 ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าจริงทำไมไม่ประกาศตั้งแต่ต้นทำให้คนจำนวนมากเข้าใจว่าเป็นเพราะวัคซีนแต่ละชนิดไม่เพียงพอฉีดทั้งเข็มที่ 1 และ 2 หรือไม่ และ 5.ทุกคำถามจบด้วยคำถามที่ว่าคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนครบทุกคนเมื่อไหร่ ประชาชนจำนวนมากต้องรักษาตัวที่บ้านแบบตามมีตามเกิด

“เพื่อไทย” ลั่นพร้อมดูแล ปชช.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวในคลับเฮาส์กลุ่ม CARE ระบุรัฐบาลจะยุบสภาปลายปีนี้ อย่างช้าไม่เกินเดือน ก.พ.65 ว่า แม้การยุบสภาจะเป็นอำนาจของนายกฯ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันจะทำตามความปรารถนาสูงสุดของชีวิต จะไม่ยุบสภา พยายามทุกวิถีทางเพื่อสืบทอดอำนาจให้ยาวนานที่สุด แต่ด้วยวิกฤติโควิด-19 การเมืองนอกและในสภา เสียงร้องไห้ทั่วทุกหัวระแหงจะกดดันพรรคร่วมรัฐบาลจนถึงจุดที่ไม่อยากเกาะ พล.อ.ประยุทธ์ จนจมลงก้นทะเลด้วยกัน ต้องกระโดดหนีตาย ถึงเวลานั้นแม้ พล.อ.ประยุทธ์จะอยากอยู่ต่อแค่ไหนก็อยู่ไม่ได้ พรรคเพื่อไทยคงไม่บอกว่าพร้อมเลือกตั้ง แต่เราพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนในสภาวะวิกฤติ เราลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลัง ขณะที่พรรครัฐบาลอาจไม่สามารถลงพื้นที่ได้มากนัก ลงไปประชาชนก็กดดัน สะท้อนผ่านโพลแทบทุกสำนัก ประชาชนเรียกร้องให้นายกฯลาออก

“เพื่อชาติ” ซัด “บิ๊กตู่” อยู่ต่อ ปท.ย่อยยับ

น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโควิดในพื้นที่ จ.เชียงรายรุนแรงมาก หากตรวจเชิงรุกเชื่อว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน เพราะหลังมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้างในกรุงเทพฯและปริมณฑล พบว่าแรงงานจำนวนมากกลับพื้นที่ ทั้งแรงงานไทยและต่างด้าว จ.เชียงรายเป็นรอยต่อระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน มาตรการดังกล่าวจึงปล่อยให้ผู้ติดเชื้อนำเชื้อไปแพร่ในพื้นที่ ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเท่าตัว ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถตรวจหาเชื้อได้เพราะโรงพยาบาลไม่รับ เนื่องจากไม่มีเตียงรักษา ขณะเดียวกัน รพ.สนามเต็มไปด้วยผู้ป่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บริหารประเทศแบบไร้ประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับผลกระทบทุกพื้นที่ แปรสภาพจากวิกฤติสู่หายนะ ทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ เศรษฐกิจพังทั้งการค้าขายและการท่องเที่ยวทรุดจนยากจะกู้คืนได้ ที่สำคัญยังทำลายระบบสาธารณสุขไทย จากอันดับ 6 ของโลกจนตกลงไปเรื่อยๆ ขืนอยู่ในตำแหน่งต่อไปคงทำลายประเทศย่อยยับที่สุด

“แรมโบ้” แจ้ง ป.จับ “เจ๊หน่อย”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วย รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ เข้าพบ พ.ต.อ.เสวก บุญจันทร์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.และ พ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย รอง ผกก.1 บก.ป.แจ้งความเอาผิดกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ตาม ป.อาญามาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่นและมาตรา 328 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นายเสกสกลกล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยจัดรณรงค์แคมเปญ “#ฟ้องรัฐบาลฆาตกร” เป็นการกล่าวหาเท็จ และหมิ่นประมาท สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง สร้างความแตกแยกในสังคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตั้งพรรคใหม่ แต่ยังเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ ยุยง ปลุกปั่น ใส่ร้ายผู้อื่น ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประกาศจะกลับไทย นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับได้ตลอดเวลา แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รับโทษ ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวและอื่นๆ

“เก่ง” สวนกลับรอรับหมายศาลเลย

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เห็นข่าวนายเสกสกลแจ้งความร้องทุกข์คุณหญิงสุดารัตน์ สงสัยว่าคนเรียกตัวเองเป็น ดร. ไม่รู้เลยหรือว่ารัฐบาลไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเป็นคู่ความไม่ได้ คำพูดที่ว่า “รัฐบาลฆาตกร” ก็ดี หรือ “รัฐบาลส้นตีน” หรือ “รัฐบาลเฮงซวย” ไม่อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้เลย ไม่เชื่อนายเสกสกลลองคลิกเข้าไปดูคำพิพากษาฎีกาที่ 724/2490 ที่วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานคำว่ารัฐบาลฆาตกรเป็นถ้อยคำที่ประชาชนพูดขึ้นก่อน เพราะเห็นว่ารัฐบาลนี้แก้ปัญหาโควิดล้มเหลว ทำให้คนตายมากมาย สร้างความเสียหายทุกด้าน คุณหญิงสุดารัตน์เลยเอาคำนี้มาถามประชาชนว่าควรฟ้องผู้ต้องรับผิดชอบหรือไม่ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญไม่ได้รณรงค์ให้เรียกโจรปัญญาน้อยมายึดอำนาจ สร้างความเสียหายให้บ้านเมือง ได้ข่าวว่าคุณหญิง มอบให้ทนายยื่นฟ้องท่าน ดร.ต่อศาลแล้ว รอรับหมายแล้วไปแก้คดีแล้วกัน

“ไทยไม่ทน” บุก ทส.จี้ ชทพ.ถอนตัว

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กลุ่มไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายจอมพล รุ่งเรือง ชูเลิศ หรือจอมพล ปฏิวัติ ประธานคณะกรรมการประ สานงานจัดตั้งพรรคปราบปรามโกงชาติ นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายธนเดช ศรีสงคราม หรือม่อน แกนนำกลุ่มอาชีวะเคียงข้างประชาชน นายณัฐภัทร อัคฮาด แกนนำผู้สูญเสียในเหตุการณ์พฤษภา 53 และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. รวมตัวปราศรัยและอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

กล่อมรักษามรดกพ่ออยู่ข้าง ปชช.

นายจอมพลอ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า ถึงแม้บทบาทของพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้รับฉายาว่าพรรคปลาไหล แต่อดีตนายกฯบรรหาร ศิลปอาชา ทิ้งมรดกสำคัญคือคำว่า รักษาสัจจะ ขอให้พรรคชาติไทยพัฒนานำมาปฏิบัติอยู่เคียงข้างประชาชน ด้วยการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หวังอย่างยิ่งว่านายวราวุธจะเห็นแก่ดวงวิญญาณของพ่อ ทำในสิ่งที่ต้องทำ จากนั้นยื่นหนังสือผ่านนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.ทส.ก่อนแสดงละครนำปลาไหลจำลองมาใส่ลงหม้อต้มเปรต พร้อมสเกตบอร์ดและใช้สแตนดี้ พล.อ.ประยุทธ์มาวางข้างๆ สื่อถึงพรรค ชทพ.จะเสื่อมเสียหากยังร่วมรัฐบาล

14 แกนนำอ่วมศาลรับฟ้องอีกคดี

ที่สำนักงานอัยการสูงสุดอาคารรัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีอาญา 10 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ส่งสำนวนฟ้องแกนนำกลุ่มราษฎร 14 คน ได้แก่นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง นายอานนท์ นำภา น.ส.จุฑาทิพย์ หรืออั๋ว ศิริขันธ์ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ นายกรกช แสงเย็นพันธ์ น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก นายธนายุทธ ณ อยุธยา นายบารมี ชัยรัตน์ นายทศพร สินสมบุญ นายเดชาธร บำรุงเมือง นายธานี สะสมและนายภานุมาศ สิงห์พรม ในความผิดตาม ป. อาญา มาตรา 116,215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีร่วมชุมนุมกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวันที่ 18 ก.ค.2563 โดยศาลประทับรับฟ้องเป็นคดีดำที่ อ.1668/64 นัดสอบคำให้การวันที่ 4 ส.ค. โดยมีผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัวเพียง 11 คน ที่เหลืออัยการจะแยกส่งฟ้องทีหลัง

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 11 คน โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัวจำเลย โดยไม่มีเงื่อนไข

“อานนท์” ลั่น 18 ก.ค.ชุมนุมนับหมื่นคน

นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร กล่าวว่า วันที่ 18 ก.ค. ยังคงชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแน่นอน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการระบาดของโควิดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน แต่ไม่กังวลเพราะพื้นที่จัดชุมนุมเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีอุปกรณ์ป้องกัน ทั้งหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์และเว้นระยะห่าง โอกาสติดเชื้อมีน้อยมาก แต่การชุมนุมจะไม่มีแกนนำ คาดว่ามีผู้ร่วมชุมนุมจากกลุ่มอื่นๆมาร่วมชุมนุม เบื้องต้นไม่น้อยกว่า 10,000 คน เพราะทุกคนที่มามีเป้าหมายเดียวกันคือเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกจากตำแหน่ง และให้รัฐบาลเร่งแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์โควิด

กมธ.ป.ป.ช.สอบ มท.1 ใช้บ้านหลวง

ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการอยู่อาศัยในบ้านพักทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมว่า จากการฟังคำชี้แจงของตัวแทนหน่วยงานทหาร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าพักบ้านพักทหารที่เข้าข่ายเช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ การประชุมนัดหน้า กมธ.จะหารือประเด็นนี้จะขยายผลการตรวจสอบ พล.อ.อนุพงษ์ ด้วยหรือไม่ หรือจะขอข้อมูลจากส่วนราชการใดก่อนสรุปมติ ส่วนการตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กรณีครองนาฬิกาหรู เบื้องต้นผู้ที่เชิญมาชี้แจงขอเลื่อนให้ข้อมูล ระบุกังวลต่อสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 แต่ข้อมูลเบื้องต้นที่ กมธ.ได้รับคือการสืบหาต้นตอของนาฬิกาหรูที่ต้องผ่านการนำเข้า และชำระค่าภาษีผ่านศุลกากร มีรายละเอียดคือผู้รับว่าเป็นเจ้าของนาฬิกานั้น ได้รับมาจากพ่อของเพื่อน มีค่าภาษี 18 ล้านบาท

กก.ชำแหละงบฯกรมหม่อนไหม

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ในฐานะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์และไอซีทีใน กมธ.งบฯปี 65 ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณางบฯกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรฯว่า กรมหม่อนไหมใช้งบปี 64 จำนวน 560 ล้านบาท ปี 65 อีก 506 ล้านบาท เฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากรปาไป 277 ล้านบาท คิดเป็น 55% ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรมีแค่ 68 ล้านบาทหรือ 14% ที่เหลือ 31% เป็นค่าใช้จ่ายในโครงการพระราชดำริและการจัดงานต่างๆ ขณะนี้โควิด-19 ระบาดกลับมีค่าใช้จ่ายจัดงานเเล้ว 17 ครั้ง เช่น โครงการตรานกยูงพระราชทานสืบสานตำนานไหมไทย 10 ล้านบาท สังคมตั้งข้อสงสัยว่าจัดงานกันเเบบไหนใช้งบฯอย่างไร และหากไปดูรายละเอียดรายโครงการจะมีค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าอบรมสัมมนา ค่าซื้อรถยนต์ ค่าจัดงาน มีอะไรเกี่ยวข้องกับเกษตรกรหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบ 18 กรกฎาอานนท์ นำภาไทยไม่ทนพรรคก้าวไกลวัคซีนโควิด-19พรรคประชาธิปัตย์ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 16:22 น.