“สาธิต” เผย วัคซีนแอสตราเซเนกา ขยายส่งมอบให้ไทยออกไปถึง พ.ค. ปีหน้า มอบ 2 หน่วยงานเร่งเจรจาให้ได้ตามเป้า ชี้ ยังไม่บูสต์เข็ม 3 ให้ประชาชนทั่วไปที่ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม
วันที่ 15 ก.ค. 2564 นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงมติการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในปี 2565 จำนวน 120 ล้านโดส ว่า กรอบการจัดหาวัคซีนของปี 2565 เดิม 50 ล้านโดส ที่ประชุมพิจารณาขอขยายกรอบไปเป็น 120 ล้านโดส ทุกเทคโนโลยี ทั้ง mRNA ไวรัล เวกเตอร์ และอื่นๆ รวมถึงการให้วัคซีนกับเด็กที่จะต้องมีการเพิ่มในอนาคต
“จริงๆ มีคลาดเคลื่อนนิดหน่อย ตัวเลขของปี 2564 จากเดิมแอสตราเซเนกา จะกำหนดส่งให้เราภายในเดือน ธ.ค. แต่ขยายมาน่าจะเป็น พ.ค. ปีหน้า 61 ล้านโดส (ยอดรวม) ในสัญญาอาจจะไม่ได้มีเงื่อนเวลา แต่อาจจะมีจำนวนเต็มทั้งหมด แต่เงื่อนเวลาเป็นแผนที่เสนอและพุดคุยกัน เน้นเรื่องการเจรจา สงครามวัคซีนในช่วงเวลานี้ต้องยอมรับว่าเป็นอำนาจของผู้ขาย เพราะฉะนั้นการกำหนดในสัญญาต่างๆ จะไม่ค่อย commit ในเรื่องเวลา”
นายสาธิต ระบุต่อไปว่า ที่กล่าวไปเป็นกรอบเวลา แต่หากผลิตได้มากก็อาจจะส่งได้ทัน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์โควิดกับสถานการณ์วัคซีนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ เรื่องการระบาดของโควิดแต่ละส่วน จึงมีการเปลี่ยนไปมา กรอบคือการตั้งกรอบไว้เพื่อที่จะให้กรมควบคุมโรคกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติไปจัดหา และภายใต้เงื่อนไขความเปลี่ยนแปลง เช่น บังเอิญปีหน้าไวรัสโควิดกลายพันธุ์ ในอนาคตอาจจะมีวัคซีนที่ผลิตมาเพื่อให้ครอบคลุม จึงเป็นกรอบกว้างๆ
...
ทั้งนี้ กรณีสัญญาแอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส จะยืดการส่งมอบไป พ.ค. 2565 แล้วไทยจะจัดการปัญหาอย่างไรนั้น นายสาธิต ตอบว่า ทุกส่วนวางแผนได้ในส่วนที่มีความพยายามอย่างเต็มที่ในวัคซีนที่ได้รับทุกยี่ห้อมาจัดการฉีดให้คนไทยเร็วและทั่วถึงที่สุด โดยแอสตราเซเนกา บอกว่าจะส่งให้เรา 40% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ขณะนี้แจ้งมาว่ากำลังการผลิต 15 ล้านโดสต่อเดือน แต่ในอนาคตอาจจะผลิตได้มากกว่า จึงเป็นเรื่องที่ต้องเจรจาว่าในสถานการณ์ที่ไทยกำลังต้องการวัคซีนอย่างมาก เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสูงขึ้น มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ต้องการวัคซีนมาหยุดยั้งการระบาดและกระจายไปให้ทุกคนในประเทศ
เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องนำวัคซีนแอสตราเซเนกาที่ได้รับตามที่คุยกันได้ มากับวัคซีนตัวอื่นด้วย เช่น ซิโนแวค ถ้าสมมติเดินหน้าฉีดจากที่ทำการเก็บตัวอย่างแล้วในการฉีดซิโนแวค แล้วตามด้วยแอสตราเซเนกา สามารถที่จะป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ประมาณ 60-70% ก็เอาส่วนนี้มาบริหาร
ส่วนเรื่องการปรับสูตรฉีดวัคซีนที่ดูแล้วต้องใช้แอสตราเซเนกาเพิ่มขึ้น จะหาจากไหนมาเพื่อรองรับในจุดนี้หากแอสตราเซเนกาขอขยายการส่งมอบนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอบว่า ต้องเจรจาให้เข้าใจถึงสถานการณ์ในประเทศไทย อยากได้ตามเป้า 10 ล้านโดสต่อเดือน และขณะนี้คนที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ยังไม่มีนโยบายบูสต์เข็มที่ 3 จะให้เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าเท่านั้น เพื่อให้วัคซีนทั่วถึงคนไทยทุกคนก่อน
นอกจากนี้ นายสาธิต ยังตอบคำถามเรื่องร่างประกาศกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนที่ผลิตในประเทศ ว่า ยังเป็นการเสนอมา แต่ก็มีการมอบหมายสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกรมควบคุมโรคเจรจากับแอสตราเซเนกาอย่างถึงที่สุด เน้นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก รวมถึงในสถานการณ์ที่ประเทศอื่นมีวัคซีนที่ยังไม่ต้องการจะสามารถสลับมาให้ไทยได้ก่อนหรือไม่ ทำเต็มที่เพื่อให้ได้ตามเป้า แต่การใช้อำนาจบางครั้งก็ได้ผล บางครั้งก็ไม่ได้ผล ต้องใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม สำหรับสังคมไทยส่วนตัวมองว่าความเชื่อมั่นสำคัญที่สุด ทั้งการให้ข้อมูลที่โปร่งใสและเป็นจริง.