ทางลง “พล.อ.ประยุทธ์” เปิดโฉมหน้าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ หากลาออก

ข่าว

    ทางลง “พล.อ.ประยุทธ์” เปิดโฉมหน้าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ หากลาออก

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 ก.ค. 2564 18:58 น.

    • วิกฤติโควิด-19 และเหตุการณ์โรงงานหมิงตี้ระเบิด ยิ่งสะท้อนถึงแนวคิดและการบริหารประเทศของรัฐบาลมากขึ้น จนเกิดการ call out เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้คนที่มีความพร้อมด้านการบริหารและมีความสามารถเฉพาะทางในการควบคุมสถานการณ์เข้ามาทำหน้าที่แทน
    • แม้ “พล.อ.ประยุทธ์” ลาออก แต่ก็ยังสามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง เพราะยังมีชื่อในฐานะแคนดิเดตของพรรคพลังประชารัฐ เช่นเดียวกับ “คุณหญิงสุดารัตน์ และ ชัชชาติ” แม้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อ หากพรรคฝ่ายค้านรวมเสียงในสภาได้ก่อน แต่กับ “ธนาธร” ไม่มีหวังสำหรับเกมนี้แล้ว
    • จะถึงขั้นยุบสภา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวหรือไม่ อ.ยุทธพร อิสรชัย เชื่อว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น เนื่องจากยังไม่เห็นถึงความได้เปรียบของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนนายกฯคนนอก ยิ่งเป็นไปได้ยาก เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดกติกาไว้ค่อนข้างซับซ้อน และเสียงทั้ง 2 สภา ก็มีไม่ถึง 750 เสียง

    แกนนำม็อบหลายคนที่เคยเหม็นหน้ากันเมื่อครั้งรัฐบาลชุดก่อนๆ ไล่ตั้งแต่ กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย และกลุ่มประชาชนคนไทย ยังจับมือกันปลุกมวลชนมาชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ออกจากตำแหน่ง โดยให้เหตุผลเดียวกันว่า วินาทีนี้ไม่มีใครทนไหวกับการบริหารประเทศเหมือนรัฐราชการอีกต่อไป ทั้งเรื่องสถานการณ์โควิด-19 และอื่นๆ โดยอ้างว่าไม่เห็นหัวประชาชน

    สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยขณะนี้ถึงทางตันจริงแล้วหรือไม่ และหาก พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งจริง ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ

    รองศาสตราจารย์ ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
    รองศาสตราจารย์ ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

    รองศาสตราจารย์ ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้มุมมองทางการเมืองกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง จะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่จากแคนดิเดต หรือบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอเอาไว้ ในตอนที่มีการเลือกตั้งเมื่อครั้งปี 2562 ซึ่งแคนดิเดตที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ คือ พรรคการเมืองนั้นจะต้องเป็นพรรคที่ได้เสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 20 ที่นั่งในสภา ปัจจุบันเหลือเพียง 6 คนเท่านั้น ประกอบด้วย

    1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (แคนดิเดตจากพรรคพลังประชารัฐ) ที่ยังมีสิทธิ์และอยู่ในข่ายที่จะถูกเลือกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ จึงขึ้นอยู่กับว่าจะแสดงเจตนารมณ์ว่าไม่รับการเสนอชื่อหรือไม่ (หากเกิดกรณีลาออก)
    2.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย)
    3.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย)
    4.ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ (แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย)
    5.นายอนุทิน ชาญวีรกูล (แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย)
    6.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (แคนดิเดตจากพรรคประชาธิปัตย์)
    ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตจากพรรคอนาคตใหม่ ถูกตัดสิทธิ์ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 10 ปี จึงถือว่าขาดคุณสมบัติ

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ซ้าย) ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ (กลาง) และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (ขวา)
    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ซ้าย) ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ (กลาง) และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (ขวา)

    หญิงหน่อย-ชัชชาติ ยังมีสิทธิ์เป็นนายกฯ อยู่

    ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าคุณหญิงสุดารัตน์ และนายชัชชาติ จะลาออกจากพรรคเพื่อไทยไปแล้ว ก็ไม่เกี่ยวกัน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงต้องขึ้นอยู่กับว่าเป็นแคนดิเดตที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองหรือไม่

    “ความเป็นพรรคไม่เกี่ยวครับ ถ้ายังอยู่ในบัญชีที่เสนอไว้กับ กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ก็จะมีการเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติได้ 6 ท่านนี้ จะเป็นท่านใดท่านหนึ่งก็ได้ แล้วมีเสียงรับรองตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แล้วโหวตด้วยเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา ก็คือ 376 เสียงขึ้นไป ต้องรวม ส.ว. (สมาชิกวุฒิสภา) ด้วย เพราะมีอำนาจมาโหวตได้ด้วย ส่วนใครจะได้รับการโหวต จะต้องมีการคุยกันนอกรอบก่อนการประชุม ว่าจะมีการรวบรวมเสียงของพรรคการเมืองไหนบ้าง หากพรรคฝั่งไหนรวมเสียงได้มากเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา ก็จะสามารถได้รับการโหวต” รองศาสตราจารย์ ยุทธพร กล่าว

    นายกฯคนนอก เกิดขึ้นได้ยาก ขั้นตอนซับซ้อน

    โดยขั้นตอนดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของรัฐสภา ใน ม.272 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 เว้นแต่ว่ามีการปลดล็อกนายกรัฐมนตรีคนนอก แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะการปลดล็อกนายกฯคนนอก ต้องใช้ถึง 3 ขั้นตอน คือ

    1.สมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจะต้องขอเปิดประชุม เพื่อปลดล็อกนายกฯคนนอก
    2.ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของรัฐสภา คือ 500 เสียง จาก 750 เสียง แต่ปัจจุบันสมาชิกรัฐสภามีสมาชิกไม่ถึง 750 คน
    3.ต้องโหวตด้วยเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 376 เสียงขึ้นไป แต่สมาชิกรัฐสภามีไม่ถึง และกึ่งหนึ่งมีอยู่ที่ประมาณ 360 กว่าเสียงเท่านั้น จึงถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ตามกลไก ม.272 ที่กำหนดเอาไว้ อีกทั้งค่อนข้างซับซ้อนและต้องใช้เสียงจำนวนมาก

    บิ๊กตู่ จะลาออก มีโอกาส 50:50 ต้องระบาดใหญ่จริงๆ

    ส่วนแนวโน้มที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะลาออก รองศาสตราจารย์ ยุทธพร ระบุว่า มีความเป็นไปได้ หากสถานการณ์ของโควิด-19 คุมไม่อยู่ หรือ outbreak (การระบาด) เหมือนประเทศอินเดีย จนนำไปสู่ภาวะรัฐบาลล้มเหลว (failed government) ไม่ใช่ รัฐล้มเหลว (failed state) ซึ่งก็หมายถึง ระบบสาธารณสุข การเยียวยา และแก้ปัญหาให้ประชาชน ไปไม่ได้อีกต่อไป จนมีคนเดือดร้อนมาชุมนุมมากขึ้น แต่โอกาสยังอยู่ที่ 50 : 50 เพราะเดือนสิงหาคมนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะครบรอบ 2 ปี อาจจะมีการดึงเวลาไปก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ จากนั้นค่อยยุบสภา ที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะอยู่ในปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า เพราะหากยังมีสถานการณ์โควิด-19 ก็จะทำให้สภาเปิดสมัยประชุมไม่ได้ และเกิดการยื้อออกไป

    “โอกาสแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อว่าประมาณ 6 เดือน 3 เดือน ไม่น่าทัน เพราะว่าสภาเองยังไม่รู้ว่าจะประชุมกันได้หรือไม่ ยังมีวาระ 2 และวาระ 3 ที่ค้างอยู่ในสภา ซึ่งตอนนี้เพิ่งผ่านไปวาระแรก ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีคนไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะมีประเด็นที่มีการพูดถึงกันอยู่ ว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่” รองศาสตราจารย์ ยุทธพร กล่าว

    พรรคร่วมรัฐบาลจะถอนตัวต้องได้เปรียบ

    ขณะที่การไม่รับเงินเดือน 3 เดือน ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปจบที่ยุบสภาหรือไม่ รองศาสตราจารย์ ยุทธพร มองว่า ยังไม่เป็นเรื่องที่ชัดเจนขนาดนั้น เพราะคิดว่าเป็นกระแสแฟชั่นทำตามผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี แต่การไม่รับเงินเดือนไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะคนไทยเวลาเกิดเรื่องใหญ่ๆ มักจะแก้ปัญหาแบบไทยๆ ด้วยการทำบุญทำกุศล ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพราะต้องแก้ที่หลักคิด และโครงสร้างต่างๆ ก่อน

    ส่วนโอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลจะถอนตัว ยังเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะจุดประสงค์ของการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ คือ การเลือกตั้งครั้งหน้า ดังนั้นหากจะถอนตัว พรรคร่วมรัฐบาลต้องมีความได้เปรียบทั้งในเชิงกติกา ที่รัฐธรรมนูญต้องแก้ไขแล้ว และการสร้างผลงานในพื้นที่ ซึ่งคืองบประมาณ ปี 2565 ที่ยังรออยู่ในวาระ 2 และวาระ 3 จึงไม่มีเงื่อนไขต่อการถอนตัวในเวลานี้

    “การถอนตัวตอนนี้ไม่มีผลอะไร เพราะยังไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไม่มีการลงมติกฎหมายสำคัญ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 65 ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทุกพรรคก็รอ เพื่อที่จะเอางบฯลงพื้นที่ทั้งนั้น ฉะนั้นการถอนตัวยังไม่มีหรอกครับ คงไม่เห็นง่ายๆ แต่มีโอกาสถ้าสถานการณ์ Outbreak จริงๆ” รองศาสตราจารย์ ยุทธพร กล่าว

    แต่ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ เกิดยุบสภาจริง แน่นอนว่าจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 90 วัน โดยจะต้องรักษาการจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่

    ส่วนที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในเดือนสิงหาคมนี้ แน่นอนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยุบสภาหรือลาออกไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ ว่าไม่ให้ยุบสภาหนี หากถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ความจริงแล้วการยื่นญัตติก็ประวิงเวลาได้ไม่กี่วัน

    ทางออกของประเทศจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลายลงได้หรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้เป็น Single command ที่มีอำนาจบริหารประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ในขณะนี้.

    ผู้เขียน : Supattra.l
    กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19special contentประยุทธ์ จันทร์โอชาลาออกลาออกจากตำแหน่งนายกฯคนนอกยุบสภาพรรคร่วมรัฐบาลชุมนุมม็อบอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านเลือกตั้งใหม่รักษาการคณะรัฐมนตรีSingle commandoutbreaksupattra.lข่าวการเมือง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 09:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์