ให้ประชาชนร่วมซักฟอกรัฐบาล รัฐล้มเหลว-ทุจริต ส่ง "ข้อมูล" ฝ่ายค้านรวบรวมไว้อภิปราย

ข่าว

    ให้ประชาชนร่วมซักฟอกรัฐบาล รัฐล้มเหลว-ทุจริต ส่ง "ข้อมูล" ฝ่ายค้านรวบรวมไว้อภิปราย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    13 ก.ค. 2564 05:24 น.

    ฝ่ายค้านดึงประชาชนมีส่วนร่วมซักฟอกรัฐบาล เปิดรับข้อมูลทุจริต-บริหารงานล้มเหลว “พิชัย” จี้คนในเรือแป๊ะถีบหัวเรือส่ง ถามจะพายกันไปอีกนานไหม “ชลน่าน” ขอ 30 เสียง ส.ส.รัฐบาลหัก “ลุงตู่” ช่วยชาติ ส.ว.รีบจัดประชุม 20 นาทีเลิกผวาโควิด “องอาจ” ชี้ล็อกดาวน์ทำคนจนเฉียบพลันพุ่ง “แรมโบ้” เย้ย “เสรีฯ” คงไม่มีใครบ้าจี้ตาม บช.น.งัดข้อหาจับม็อบ 70 ราย ทยอยออกหมายเรียก

    พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินหน้าเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล ตอกย้ำภาพการบริหารราชการแผ่นดิน แก้ไขปัญหาโควิด-19 ผิดพลาดบกพร่อง สุ่มเสี่ยงทำให้ประเทศไทยเป็นรัฐล้มเหลว พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนส่งข้อมูลการทุจริต และการบริหารที่ผิดพลาดล้มเหลว เพื่อการมีส่วนร่วมตรวจสอบฝ่ายบริหาร

    ฝ่ายค้านชวนคนไทยร่วมซักฟอก

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านผ่านระบบซูม อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เพื่อหารือถึงการประเมินสถานการณ์รัฐบาลช่วงวิกฤติโควิด และการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 นายประเสริฐกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่า สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤติขั้นสูงสุด ประชาชนล้มตาย ประเทศเสียหายยับเยิน จากการ บริหารงานผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาล ไม่อาจปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่มากไปกว่านี้ได้ ฝ่ายค้านเห็นร่วมกันว่าจำเป็นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจใน ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อความรอบคอบครบถ้วนของประเด็นอภิปราย รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ควรเชิญประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมส่งข้อมูลความผิดพลาดล้มเหลว และการทุจริตที่เกิดขึ้นมายังฝ่ายค้าน การอภิปรายครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกันระหว่างประชาชน ข้าราชการ และฝ่ายค้าน หยุดยั้งรัฐบาลที่ล้มเหลว ฝ่ายค้านจะทำงานต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

    “พิชัย” ยุคนเรือแป๊ะถีบหัวเรือส่ง

    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า จากความผิดพลาดซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการทุกด้าน จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องประกาศล็อกดาวน์ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ไม่ถึงร้อยละ 1 แน่นอนหรืออาจถึงขั้นติดลบ ต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 3-4 ปีถึงจะฟื้น หรืออาจไม่ฟื้นเลยก็ได้ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นผู้นำ ที่น่าห่วงกว่านั้นคือเจ็บหนักแต่ไม่จบ อาจต้องขยายล็อกดาวน์ต่อไปอีก เศรษฐกิจจะยิ่งทรุดอาจถึงขั้นพินาศได้ แทนที่จะซื้อวัคซีนคุณภาพอย่างวัคซีน mRNA มากๆ แต่กลับสั่งซื้อวัคซีนประสิทธิภาพต่ำ ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ดันทุรังอยู่ต่อไป ปัญหาจะยิ่งมากขึ้น เหมือนเรือแป๊ะที่หมดสภาพรูรั่วเต็มไปหมด เรือแป๊ะล่มกำลังจะจม ประชาชนโกรธเกลียดชังกันทั้งประเทศ ไม่มีทางจะกู้ได้แล้ว ทางที่ดีคือทุกคนในเรือแป๊ะต้องหาทางสละเรือเอาตัวรอด หากยังอยู่ต่อไปรับรองได้ว่าต้องจมน้ำตายพร้อมเรือแป๊ะ

    จะพายให้ “ตู่” ไปอีกนานไหม

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า แทนที่รัฐบาลจะเป็นพลังในการ ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหากลับกลายเป็นภาระ ปกติเสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ทำงาน ยิ่งต้องมากักตัวยิ่งล้มเหลวและสูญเสียโอกาส ความจริงกักตัว ไม่ควรกักสมอง รัฐบาลต้องลดไอโอแล้วเพิ่มไอคิว ประชาชนไม่ได้ด้อยค่าวัคซีนแต่อาจเป็นรัฐบาลที่ด้อยค่าบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในการนำวัคซีนประ-สิทธิภาพต่ำมาฉีดหรือไม่ คนไทยทั้งประเทศเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ลาออก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ยากกับคนที่ทำทุกอย่างเพื่อการวางแผนยึดอำนาจมา แต่พรรคร่วมรัฐบาลเคยได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างหรือไม่เห็นชีวิตคนติดคนตายเป็นใบไม้ร่วง ท่านยังจะ พายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่ง ยังจะเป็นนั่งร้านให้กับรัฐบาลสืบทอดอำนาจไปอีกนานแค่ไหน จิตใจทำด้วยอะไร พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้ององคาพยพทั้งหมด ต้องลาออก ยุติการสืบทอดอำนาจเพื่อเปิดโอกาสให้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน

    ขอ 30 ส.ส.รบ.หัก “ลุงตู่” ช่วยชาติ

    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับว่าระบบสาธารณสุขดีเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่วันนี้ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่รวบอำนาจทั้งหมดไว้ในมือ แต่คิดไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ การประกาศล็อกดาวน์ 14 วัน ไม่เกิดประโยชน์ เพราะยังไม่สามารถตรวจหาเชื้อว่าใครบ้างที่ติดเชื้อ เพื่อแยกไปรักษา ส่วนคนไม่เป็นอะไรให้ทำมาหากินปกติ แต่รัฐบาลกลับใช้อำนาจเกินกว่าเหตุปิดล็อกทุกอย่าง เหวี่ยงแหทำลายเศรษฐกิจ หากพรรคร่วมรัฐบาลยังร่วมพายเรือที่ใกล้อับปางลำนี้ต่อไป ไม่รับรู้ถึงความเดือดร้อนประชาชนทั้งประเทศ ขอให้ประชาชนจำไว้ว่าใครที่ร่วมกันทำร้ายประชาชน หากอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 30 เสียง ประกาศเป็นสัญญากับประชาชนจะไม่สนับสนุน ไม่ลงมติในสภาให้รัฐบาลชุดนี้ทุกกรณี แค่นี้ช่วยชาติได้ เป็นโอกาสนำพาประชาชนฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน

    ส.ว.รีบจัดประชุม 20 นาทีเลิก

    ช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรง ตำแหน่งกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จำนวน 15 คน จากนั้นที่ประชุมพิจารณาอนุมัติขยายเวลาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อีก 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร และร่าง พ.ร.บ.หอการค้าไทย ก่อนอนุมัติขยายเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรง ตำแหน่งในองค์กรต่างๆ โดยใช้เวลาพิจารณารวบรัดเพียง 20 นาที ก่อนที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ประธานการประชุมจะสั่งปิดประชุม ถือเป็นการประชุมที่ใช้เวลาสั้นที่สุด ตามมาตรการป้องกันโควิด

    วิป 3 ฝ่ายให้เลื่อนประชุมสภาฯ

    วันเดียวกันมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลัง ศบค.ออกมาตรการคุมเข้มด้านต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด ต่อมานายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ประธานสภาฯ แจ้งงดการประชุมสภาฯ 2 สัปดาห์ ให้มาประชุมอีกครั้งวันที่ 29-30 ก.ค. และให้งดประชุมคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญทุกคณะ ยกเว้นคณะ กมธ. และ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนคณะกรรมาธิการงบประมาณฯจะใช้วิธีการประชุมผ่านระบบซูมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีมี ส.ส.คนหนึ่งติดโควิดนั้น ได้ดำเนินการเร่งรัดตรวจสอบและวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดแล้ว

    ฝ่ายค้านไม่รามือศึกซักฟอก

    นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การงดการประชุมสภาฯ เป็นการตัดสินใจของนายชวน หลัง ศบค.มีคำสั่งล่าสุด ถือเป็นการให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐบาล เดิมฝ่ายค้านขอให้มีการประชุมต่อ แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลแล้วต้องยอมรับเหตุผลของนายชวน ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ระหว่างงด ประชุม 14 วัน ต้องพิจารณาหามาตรการไปด้วยว่า หากครบ 1 วันแล้วสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร เพื่อพัฒนาให้สามารถอยู่กับโควิดให้ได้ ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น การงดประชุมไม่ได้มีผลให้เปลี่ยนแปลงการยื่นอภิปรายไปได้ แม้สภาฯจะปิดแต่การตรวจสอบของฝ่ายค้านต้องดำเนินต่อ จะยื่นเมื่อใดยังบอกไม่ได้ แต่จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่ายื่นได้ไม่เกินกลางเดือน ส.ค.แน่นอน

    “ชวน” ย้ำไม่กระทบการทำงาน

    นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า แม้ต้องงดประชุมสภาฯ 2 สัปดาห์ จะไม่ส่งผลกระทบกฎหมายสำคัญที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะนี้มีเพียงร่างกฎหมาย 2 ฉบับที่ต้องเร่งดำเนินการ เมื่อเปิดประชุมช่วงปลายเดือน ก.ค. จะพิจารณาได้เสร็จทันตามกรอบเวลา ส่วนกรณีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ติดเชื้อ โควิคนั้น ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปตรวจไทม์ไลน์อย่างละเอียดว่า รับเชื้อมาจากที่ใด เนื่องจากสภาฯมีการคัดกรอง มีมาตรการสาธารณสุขเข้มงวดมาตลอด ต้องให้เกิดความชัดเจน ถ้าติดจากสภาฯคนอื่นต้องติดด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีข่าว ส่วนที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงเดือน ส.ค.นั้น สามารถดำเนินการได้ หากยื่นญัตติเข้ามาจะตรวจสอบ และบรรจุวาระตามความเหมาะสมต่อไป

    กมธ.มั่นใจหั่นงบฯ 65 เสร็จทัน

    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 แถลงว่า ขณะนี้ กมธ.พิจารณางบเสร็จสิ้นแล้ว 8 กระทรวง 4 กองทุน ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ก.ค. พิจารณางบกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาทิ แนวทางแก้ไขผล กระทบโควิด-19 ช่วยเหลือหนี้สินของนิสิต นักศึกษา รวมถึงจัดพื้นที่มหาวิทยาลัยเพื่อตั้งเตียงสนาม เป็นต้น แต่ กมธ. พรรคก้าวไกลทั้งหมดไม่ได้ร่วมประชุมเนื่องจากมี ส.ส.ติดโควิด โดย กมธ.พยายามปรับใช้เทคโนโลยีประชุมระบบซูมเพื่อให้พิจารณาได้ทันภายในวันที่ 29 ส.ค.ก่อนนำเข้าสภาฯในวาระ 3 วันที่ 21-22 ส.ค.หากไม่ทันกรอบเวลา 105 วัน รัฐธรรมนูญกำหนดชัดให้เห็นชอบตามที่รัฐบาลเสนอ แต่ยังไม่เคยเกิดขึ้น

    จวก “ณัฐชา” พูดไม่รับผิดชอบ

    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ติดโควิด-19 ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ฝากความห่วงใยขอให้นายณัฐชาอาการดีขึ้นหายป่วยไวๆการติดโควิดไม่ใช่ความผิด แต่ที่นายณัฐชาให้สัมภาษณ์ว่า น่าจะติดเชื้อจากคนในสภาฯนั้น ทำลายความน่าเชื่อถือของสภาฯ นายณัฐชาต้องชี้แจงติดจากใครเพื่อให้สภาฯไปดำเนินการพูดไม่มีความรับผิดชอบ ต้องอธิบายไปพบใครมาบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เรื่องนี้ปกปิดกันไม่ได้ สัปดาห์ที่ผ่านมาสภาฯไม่มีผู้ติดเชื้อ คิดว่านายณัฐชาทำให้คนในสภาฯติดเชื้อมากกว่า กมธ.18 คน ต้องกักตัวตรวจหาเชื้อโควิด ดูไทม์ไลน์ของนายณัฐชา พบว่ามีการประชุม กมธ.อื่นทั้งที่สภาฯขอความร่วมมือ กมธ.ทุกชุดงดประชุมตลอดสัปดาห์ยกเว้น กมธ.งบฯปี 65

    ชี้ล็อกดาวน์ทำคนจนเฉียบพลัน

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของอดีต ส.ส. และทีมงานพรรค ใน 10 จังหวัด ที่มีการสั่งล็อกดาวน์ โดยเฉพาะในเขต กทม. และปริมณฑล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านจำนวนมาก เรียกร้องให้ ศบค. และภาครัฐเร่งเยียวยารีบด่วน เพราะผลกระทบที่ได้รับทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักส่งผลให้มีคนว่างงานทันทีจำนวนมากเกิดปัญหาคนยากจนเฉียบพลันเพิ่มขึ้น และมีโอกาสเป็นผู้ยากจนเรื้อรัง การล็อกดาวน์ครั้งนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อ 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.กลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น กลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มคนไร้บ้าน 2.กลุ่มผู้ประกอบการ SME อาชีพอิสระ ธุรกิจบริการ ร้านอาหารภัตตาคาร ธุรกิจบันเทิง ภาครัฐควรจัดให้มีการจ้างงานระยะสั้น รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนทุกรูปแบบ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต งดเว้นหรือลดการเก็บภาษี หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ช่วยเหลือเร่งรัดให้การพักชำระหนี้ เพื่อต่อลมหายใจให้ยืนหยัดต่อไปได้

    เย้ย “เสรีฯ” คงไม่มีใครบ้าจี้ตาม

    นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ชักชวนประชาชนให้แจ้งความดำเนินคดีกับนายกฯกรณีบริหารประเทศผิดพลาดล้มเหลวนั้น แค่เกาะกระแสไปกับฝ่ายค้านและฝ่ายอื่นๆที่ออกมาด่าโจมตีนายกฯและรัฐบาลทุกวัน เพราะกลัวตกขบวนที่บอกว่ารัฐบาลกู้เงินมาแต่กลับนำไปแจกจ่ายประชาชนโดยไม่เกิดประโยชน์ หวังเพียงประโยชน์ทางการเมืองนั้น ลองไปถามประชาชนว่าชอบหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นถึงอดีต ผบ.ตร. อยากให้รับผิดชอบต่อประเทศประชาชนมากกว่านี้ อย่าแค่พูดเพื่อสะใจเท่านั้น และไม่มีใครไปบ้าจี้ไปทำตามแน่

    ชงชื่อ “ธนาคม” นั่งแท่นปลัด มท.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 13 ก.ค. กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด คาดว่าจะเสนอชื่อนายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แทนนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ และเสนอชื่อนายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมการปกครองแทน ทั้งนี้ นายธนาคม และนายสมคิดเป็นผู้ที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายฉัตรชัยให้ความไว้วางใจทำงานสำคัญๆและงานหลักของกระทรวงตามนโยบายรัฐบาลอยู่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวนหนึ่ง เพื่อแทนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เตรียมเกษียณอายุราชการ จากนั้นจะมีการสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป ทั้งนี้ เกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้ายจะพิจารณาการปฏิบัติงาน การแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่เป็นหลัก

    นายกฯลุยงานผ่านคอนเฟอเรนซ์

    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ยังอยู่ในช่วงกักตัว 14 วัน เมื่อวันที่ 12 ก.ค.นายกฯยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ มีวาระงานประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากบ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) โดยช่วงนายกฯเป็นประธานพิธีรับมอบวัคซีนป้อง กันโรคโควิด-19 จากรัฐบาลญี่ปุ่น ประชุมเตรียมการประชุมผู้นำความร่วมมือเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 65 ช่วงบ่ายประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว และเวลา 15.30 น. ประชุมทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจหารือแนวทางเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่ง ศบค.ล็อกดาวน์ 6 จังหวัด และเคอร์ฟิวใน 10 จังหวัด

    ทำเนียบฯ สั่งเวิร์กฟรอมโฮม

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ออกประกาศให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สปน.ปฏิบัติงานภายในที่พัก (เวิร์กฟรอมโฮม) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 ยกเว้นงานบริการประชาชน เริ่มวันที่ 12-31 ก.ค.ขณะที่หน่วยงานต่างๆในทำเนียบฯ เวิร์กฟรอมโฮมเช่นกัน

    บช.น.งัดข้อหาจับม็อบ 70 ราย

    พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และโฆษกบช.น. กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มประชาชนคนไทย กลุ่มคนไทยไม่ทน ร่วมกับกลุ่มคาร์ม็อบ วันที่ 9-11 ก.ค. มีการกระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 9 พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ พบผู้เข้าข่ายถูกดำเนินคดี 70 ราย ส่วนการนัดหมายชุมนุมเชิญชวนผ่านโซเชียลมีเดียให้ข้อมูลเป็นเท็จ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินคดีแล้ว

    ตำรวจทยอยออกหมายเรียก

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สน.นางเลิ้ง ได้ออกหมายเรียกเรียกกลุ่มประชาชนคนไทย 2 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวในวันที่ 12 ก.ค. และเปรียบเทียบปรับ ออกหมายเรียกกลุ่มคนไทยไม่ทน 24 คน ให้มาพบพนักงานสอบสวน วันที่ 23 ก.ค. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม 17 คน กรณีชุมนุมวันที่ 2 ก.ค. ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ก.ค. กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ 6 ราย ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ให้มารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 19 ก.ค. และ สน.ชนะสงครามออกหมายเรียกกลุ่มคาร์ม็อบ ชุมนุมวันที่ 3 ก.ค. อีก 10 ราย

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ซักฟอกรัฐบาลซักฟอกฝ่ายค้านประยุทธ์ จันทร์โอชาประเสริฐ จันทรรวงทองพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ข่าวหน้า1ข่าววันนี้

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 06:27 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์