เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จุดเทียนให้กำลังใจ "จตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำ "กลุ่มไทยไม่ทน" ที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำ ก่อนหน้ามีแถลงการณ์ ย้ำ ภารกิจ ขับไล่ "บิ๊กตู่"
วันที่ 11 ก.ค. เมื่อเวลา 19.00 น. นายนันทพงศ์ ปานมาศ แกนนำ เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย พร้อมแกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชน และมวลชนในพื้นที่ชุมนุมทั้งหมด ร่วมกันจุดเทียนเพื่อให้กำลังใจ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ถูกคุมขังในเรือนจำ และไว้อาลัยกระบวนการยุติธรรมในประเทศ
...
ขณะที่ก่อนหน้า เมื่อเวลา 18.00 น. แกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชน ได้ร่วมกันเคารพธงชาติ และมีการอ่านแถลงการณ์กลุ่ม ใจความระบุว่า ภารกิจไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นภารกิจสูงสุดที่ไม่อาจเลื่อน ทุกวินาที ที่พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งจะมีประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจเสียหายหนัก จึงขอประกาศจัดชุมนุมหลังจากนี้ต่อไป โดยจะแถลงชี้แจงให้ประชาชนทราบในวันที่ 13 ก.ค.
ส่วน นายไทกร พลสุวรรณ ยืนยัน ว่า กลุ่มไทยไม่ทน จะยังคงยืนยันขับเคลื่อนต่อไปแม้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จะถูกจำคุก โดยแนวทางที่วางไว้คือจะสนับสนุนและเข้าร่วมกับทุกองค์กรที่มีเป้าหมายขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนกัน และในช่วงที่มีการประกาศนโยบายล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ทางกลุ่มจะมีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์แบบกลุ่มย่อยๆ ไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่เน้นจัดชุมนุม แต่จะสื่อสารผ่านมวลชนทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก เมื่อรัฐบาลออกนโยบายล็อกดาวน์เพื่อเลี้ยงกระแส 14 วัน เราก็เลี้ยงกระแสมวลชนตามด้วย และถ้าสุดท้ายมาตรการล็อกดาวน์ครั้งนี้แก้ปัญหาโควิด-19 ไม่สำเร็จก็พร้อมชุมนุมใหญ่ทันที การต่อสู้ของสามัคคีประชาชนจะไม่เป็นเครื่องมือกลุ่มการเมืองใดๆ เพราะนายจตุพร ย้ำไว้ก่อนหน้านี้ว่าชัยชนะครั้งนี้ต้องเป็นของประชาชนเท่านั้นไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมนี้ เริ่มมาตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร โดยมี กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หรือ ครป. นายนันทพงศ์ ปานมาศ แกนนำเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นายณัฐภัทร อัคฮาด เครือข่ายญาติผู้เสียชีวิตเหตุการณ์พฤษภาคม 53 นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋งดอกจิก แกนนำ นปช. ร่วมกันจัดการชุมนุม "ไว้อาลัยนับถอยหลังรัฐบาลฆาตรกร" ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเคลื่อนขบวนเข้าปิดแยกนางเลิ้ง เพื่อยึดถนนพิษณุโลก เป็นพื้นที่ชุมนุม พร้อมตั้งจุดคัดกรองตรวจอุณหภูมิพ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ให้มวลชนที่เดินทางมาเข้าร่วม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแนวร่วมเสื้อแดงสูงอายุ และกลุ่มนักเรียนอาชีวะ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำลวดหนามมาขึงขวางถนนบริเวณพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร ไว้เพื่อสกัดกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ให้เข้ามาประชิด ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ ด้วย.