พท.ไล่ขย่ม ชงญัตติซักฟอกรัฐบาล ส.ค.นี้ “ประเสริฐ” ชี้เป้าปล่อยให้บริหารต่อประเทศเจ๊งแน่ ทั้งเศรษฐกิจพัง-บริหารโควิดห่วย แจ้งพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว จี้ “บิ๊กตู่” ถ้าไม่ไหวก็ปล่อยมือซะ “วิษณุ” สุดชิวถูกฟ้องเรื่องธรรมดา “ผู้กองนัส” โว รมต.ทุกคนพร้อมชี้แจง “บิ๊กตู่” กักตัวอยู่บ้าน แต่ยังประชุม ครม. ไร้ปัญหาแม้ ส.ส.พรรคร่วมปีนเกลียวกัน “ไพบูลย์” ยึดหัวโต๊ะ กมธ.แก้ รธน. เพื่อไทยตั้งท่าแปรญัตติตามเจตนารมณ์เดิม ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวนคดี “บอส อยู่วิทยา”

พรรคฝ่ายค้านเพื่อไทยเล่นบทรุกไล่รัฐบาลอย่างหนัก นอกจากเตรียมฟ้องเอาผิดรัฐบาลและนายกฯ กรณีบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงบริหารสถานการณ์โควิดผิดพลาดบกพร่องแล้ว ล่าสุดเตรียมเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ช่วงเดือน ส.ค.นี้

พท.ตั้งแท่นยื่นซักฟอกรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ก.ค.ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกันให้เสนอยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ในเดือน ส.ค.นี้ คาดว่าจะได้อภิปรายก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 18 ก.ย. เตรียมประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เบื้องต้นแจ้งแต่ละพรรคทราบแล้วเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ต้องการปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไป เกรงเกิดความเสียหายมากขึ้น ก่อนหน้านี้พรรคฝ่ายค้านเคยเสนอแนวทางการแก้ปัญหาต่อรัฐบาลไปแล้ว แต่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการจนส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องโควิดและวัคซีนที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ แม้ฝ่ายค้านจะเป็นรองเรื่องเสียงสนับสนุนในสภาฯ แต่ปัญหาครั้งนี้ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจ และมีผู้เสียชีวิต เชื่อว่าหากสภาฯได้ฟังเหตุผลการอภิปรายแล้วสภาฯจะเห็นด้วย

...

จี้ “บิ๊กตู่” ไม่ไหวก็ควรปล่อยมือ

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตอนนี้เหมือนกำลังเมาหมัดทำอะไรเหมือนผิดไปหมด ทั้งเรื่องการแพร่ระบาดไวรัส การจัดการวัคซีน และปัญหาเศรษฐกิจ หากรัฐบาลไม่สามารถเปิดประเทศได้ใน 120 วันจริง การจัดเก็บรายได้จะลดลงอีกมาก อยากให้รัฐบาลได้พิจารณาให้ดีและดูความพร้อมว่าจะเปิดประเทศได้เมื่อไหร่ ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆแบบนี้ มิเช่นนั้นไทยจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวได้ ทุกวิกฤติมีโอกาสหาก พล.อ.ประยุทธ์ฉลาดพอจะสามารถสร้างโอกาสในวิกฤติได้ แต่ที่ผ่านมากลับเปลี่ยนโอกาสเป็นวิกฤติมาตลอด หาก พล.อ.ประยุทธ์ทำไม่ได้หรือไม่เข้าใจ ควรปล่อยให้คนที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงเข้ามาทำดีกว่า

“วิษณุ” ชิวถูกฟ้องเรื่องธรรมดา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยหาช่องทางกฎหมายฟ้องร้องนายกฯที่บริหารจัดการสถานการณ์โควิดผิดพลาดล้มเหลว คำว่าผิดพลาดมีความหมายหลายอย่าง บางอย่างต้องไปดำเนินการทางการเมือง เช่น เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือตั้งกระทู้ถาม แต่หากเป็นเรื่องผิดกฎหมายกระทำไปโดยเจตนา หรือประมาทเลินเล่อ สามารถดำเนินคดีได้ มีการฟ้องอยู่เนืองๆ มีทั้งที่รัฐบาลแพ้ทั้งที่ชนะ ไม่เป็นไรมีการฟ้องกันมาเยอะแล้วไม่ได้ยุ่งยากอะไร เมื่อถามว่าภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีข้อยกเว้นห้ามฟ้องร้องรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า การฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผิดทางแพ่งเขาไม่ยกเว้น ฟ้องได้และต้องชดใช้ค่าเสียหาย ที่ผ่านมาก็มีการฟ้องภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และฝ่ายที่ฟ้องคือประชาชน แต่คดีอาญาอาจจะยาก เพราะกฎหมายคุ้มครองอยู่

“ผู้กองนัส” โวพร้อมแจงซักฟอก

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าเชื่อว่ารัฐมนตรีพร้อมชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ส่วนประเด็นที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯยังไม่ทราบ เมื่อถามถึงความขัดแย้งของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. กับนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จะเคลียร์กันอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เดี๋ยวคุยกัน ตอนนี้ยังไม่ได้คุย เมื่อถามว่าภูมิใจไทยยังไม่พอใจเท่าไหร่ ที่ให้นายสิระแถลงขอโทษ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ต้องดูสาระสำคัญว่าไปพาดพิงเขาอย่างไร ได้รับความเสียหายหรือไม่

ปัดถูกบิ๊ก พปชร.บีบให้ขอโทษ

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยระบุแกนนำพรรคพลังประชารัฐขอให้นายสิระขอโทษนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ไปวิจารณ์เรื่องการจัดหาวัคซีนโควิดว่า ไม่จำเป็นต้องขอโทษ เพราะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ถ้าทำผิดจริงพร้อมขอโทษ แต่สิ่งที่พูดไปมีตรงไหนที่พูดผิดบ้าง ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไม่เคยโทรศัพท์มาให้ตนไปขอโทษ ขณะที่ผู้ใหญ่ในพรรคทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยเรียกไปตักเตือน ขอให้ไปดูเนื้อหาที่พูดไม่ได้ล่วงเกินใครเลย คงไม่ต้องไปเคลียร์ใจอะไรกัน ขอให้เอาเวลาไปทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนดีกว่า

นายกฯกักตัวแต่ยังประชุม ครม.

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการโควิด ที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์(ร.1 ทม.รอ.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายกฯเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามปกติ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณไปยังห้องประชุม ครม. มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และข้าราชการระดับสูงเข้าร่วม และเชื่อมสัญญาณไปยังกระทรวงต่างๆ ขณะที่คณะทำงานนายกฯไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าทำความสะอาดฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรค ทำให้บรรยากาศภายในทำเนียบเป็นไปด้วยความเงียบเหงา

ไร้ปัญหาแม้ ส.ส.ปีนเกลียวกัน

ต่อมานายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันนายกฯไม่มีปัญหาในการทำงาน จากปัญหาความขัดแย้งของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ปัญหากระทบกันบ้างสุดท้ายเชื่อว่าทำความเข้าใจกันได้ด้วยดี ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนายกฯขอให้คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก เพราะหน้าที่หลักของรัฐบาลคือดูแลสุขภาพอนามัยประชาชน และดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การประชุม ครม.ทุกครั้งบรรยากาศยังเป็นไปด้วยดี เมื่อถามว่าจากสถานการณ์ที่ถาโถมเข้ามา รัฐบาลคิดจะทำบุญประเทศบ้างหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า นายกฯกำลังพิจารณาถึงวิธีการที่เหมาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสถานการณ์โควิดที่กำลังแพร่ระบาด แต่ไม่ต้องการให้คนมารวมตัวกันมากเพราะสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด แต่หากจะทำให้จิตใจประชาชนดีขึ้น นายกฯพร้อมดำเนินการ

หวั่นดราม่าขยายเวลากักตัว 14 วัน

เมื่อถามถึงความชัดเจนว่านายกฯต้องกักตัวกี่วัน นายอนุชาตอบว่า เบื้องต้นน่าจะเป็นไปตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขคือประมาณ 14 วัน เมื่อถามว่า นอกจากนายกฯแล้วยังมีรัฐมนตรีที่ไปร่วมงานภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ต้องกักตัวอีกกี่คน นายอนุชาตอบว่ายังไม่มีการพูดคุยกัน คิดว่ารัฐมนตรีแต่ละคนทราบดีอยู่แล้วว่าตัวเองมีความเสี่ยงหรือไม่ ในส่วนของนายกฯเมื่อทราบว่ามีความเสี่ยงได้ดำเนินการทันที ตรวจหาเชื้อแล้ว ผลออกมาเป็นลบ ขณะนี้อยู่ระหว่างเฝ้าระวังอาการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิม พล.อ.ประยุทธ์จะกักตัวเองเป็นเวลา 7 วัน สำหรับผู้ฉีดวัคซีนครบ2เข็ม แต่เกรงว่าจะเกิดกระแสดราม่าเนื่องจากประชาชนบางส่วนยังไม่เข้าใจ คิดว่าหากสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน

จับ ส.ส.ตรวจเชื้อก่อนเข้าสภาฯ

วันเดียวกันที่รัฐสภา นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา เพื่อหารือแนวทางการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสถานการณ์โควิด ต่อมานายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการประชุมสภาฯต่อไป โดยให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำ rapid test ตรวจหาเชื้อให้ ส.ส.ทุกคนทุกสัปดาห์ ก่อนเข้าห้องประชุม หากพบผลเป็นบวกสภาฯจะเข้าไปดูแลและให้กักตัวทันที ถ้าไม่จำเป็นให้งดผู้ติดตามทุกกรณี หรือต้องได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม ที่ประชุมได้พูดคุยเป็นกรอบกว้างๆว่าจะประสานรัฐบาลเร่งหาวัคซีนเข็มที่ 3 มาให้สภาฯ ขณะนี้ยังมี ส.ส. 15 คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เนื่องจากมีโรคประจำตัวและเป็นผู้สูงอายุ ส่วนการประชุมกรรมาธิการชุดต่างๆ ที่ยังไม่มีความจำเป็นถึงที่สุด ให้ชะลอประชุมไป 2 สัปดาห์

“ไพบูลย์” ยึดหัวโต๊ะ กมธ. แก้ รธน.

ต่อมาเวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญนัดแรก ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากเลือกนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน มีนายมหรรณพ เดชพิทักษ์ ส.ว. นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายสมชาย แสวงการ ส.ว. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (กก.) และนายสุรสิทธิ์ นิติวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. เป็นรองประธานตามลำดับ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เป็นเลขานุการ พร้อมตั้งโฆษก กมธ.จำนวน 7 คน

ติดเครื่อง 2 สัปดาห์ปรับจูนร่าง

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า คาดว่าจะใช้เวลาประชุมไม่นาน และนำร่างแก้รัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐมาประกอบ เพื่อให้การเดินหน้าพิจารณาอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์ ไม่มีอะไรน่าห่วงเพราะหลักการใกล้กัน เป็นไปตามข้อบังคับข้อ 124 ที่ระบุถึงการแปรญัตติเพิ่มมาตราใหม่ หรือแก้ไขมาตราเดิมต้องไม่ขัดหลักการ เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น อาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยให้ชัดเจน

พท.ตั้งท่าแปรญัตติให้เข้าง่าม

ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอแปรญัตติให้เป็นไปตามร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่พรรคเพื่อไทยเสนอให้มากที่สุด เพราะร่างในวาระรับหลักการของพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่สมบูรณ์ แต่จะมีช่องทางทำให้สมบูรณ์ได้หรือไม่ต้องคุยกัน หากทำได้พรรคเพื่อไทยเตรียมแปรญัตติเพื่อให้สมบูรณ์เหมือนฉบับของพรรค ขณะนี้ยกร่างไว้เรียบร้อยแล้ว

“4 กุมาร” ผุด “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์”

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 4 กุมาร นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำพรรคพปชร. ยังคงถูกจับตามองอนาคตทางการเมืองจากเก็บตัวเงียบมาเป็นปี โดยวันที่ 8 ก.ค. นายอุตตม เตรียมเปิดตัวกลุ่ม “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์” ผ่านไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กที่รวมคนทุกรุ่นทุกอาชีพ ระดมสมองแนวความคิดแก้ปัญหาสู้วิกฤติโควิด-19 มีนายณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ บุตรชายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ อดีตโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ สมัยรัฐบาล คสช.เข้าร่วม

ตั้ง 9 ป.ป.ช.ไต่สวนคดี “บอส”

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตว่า ที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 5 ก.ค. มีมติตั้งองค์คณะไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา 15 ราย โดยให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวน ทั้งนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กำชับให้เร่งรัดดำเนินการ อาจใช้เวลาเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ จึงให้กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวนเอง สำหรับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 15 รายที่น่าสนใจ ประกอบด้วย นายตำรวจยศ พล.ต.อ. 2 นาย ยศ พล.ต.ท. 2 นาย พ.ต.อ. 2 นาย พ.ต.ท. 2 นาย พล.อ.ท. 2 นายอัยการ 2 ราย ทนายความ 1 ราย นักการเมือง 2 ราย

เครือข่ายร้านอาหารวอนช่วย

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนเครือข่ายร้านอาหารผู้ประสบภัยโควิดจำนวนหนึ่ง นำโดย น.ส.พัสวี ไกรเดชอุดมไพศาล เจ้าของร้านรสดีเด็ด ย่านสยามสแควร์ ซอย 2 เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. เรียกร้องให้เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารใน 9 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากโควิด อาทิเยียวยาค่าเช่าพื้นที่ตั้งร้านเป็นเวลา 6 เดือน ขอผ่อนคลายมาตรการให้ร้านอาหารกลับมาเปิดให้นั่งที่ร้านได้ โดยมีมาตรการตามเหมาะสม การที่ร้านอาหารถูกวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงและถูกคำสั่งทุกระลอกของการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบอย่างหนัก ทางเครือข่ายจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการอย่างเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการยื่นหนังสือของ กลุ่มดังกล่าว ได้มีกลุ่มนักศึกษาเครือข่ายกลุ่มเดินทะลุฟ้า และกลุ่มราษฎร อีกจำนวนหนึ่ง มาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบเชิงสัญลักษณ์ “แบงค็อก แซนด์บ็อกซ์” ตั้งโต๊ะอาหารพร้อมเครื่องดื่มล้อเลียนภาพนายกฯและคณะรัฐมนตรี นั่งกินอาหารริมทะเล จ.ภูเก็ต พร้อมปราศรัยโจมตีความล้มเหลวของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้นายกฯลาออก

ตร.จ้องเอาผิดพวกอารยะขัดขืน

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า ตามที่แกนนำกลุ่มราษฎร ประกาศชักชวนร่วมกิจกรรมเปิดร้านอาหาร ถือเป็นการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และขอเตือนไปยังผู้ประกาศชักชวน รวมถึงผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม หากมีการฝ่าฝืนกฎหมายจำเป็นต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด