ชิงเหลี่ยมเลือกตั้ง

ข่าว

    ชิงเหลี่ยมเลือกตั้ง

    สายล่อฟ้า

      3 ก.ค. 2564 05:01 น.


      กาบัตร 2 ใบ ยังอีกยาว... รัฐสภาได้ลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 1 ร่าง จากทั้งหมด 13 ร่าง เป็นเรื่องของ “นักการเมือง” ล้วนๆ

      ร่างนี้ว่าด้วยการเลือกตั้งด้วยการเสนอให้มีการแก้ไขฉบับปัจจุบันปี 60 ที่กำหนดให้ลงคะแนนด้วยบัตรเพียงใบเดียว

      เป็น 2 ใบเลือกทั้งคนและพรรค

      ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 40 ได้เริ่มต้นนำมาใช้เป็นแบบ “พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค” ด้วยการหย่อนบัตร 2 ใบในครั้งเดียว

      แยก ส.ส.ที่จะได้มาใน 2 แบบ คือผู้สมัครแต่ละเขตและระบบปาร์ตี้ลิสต์

      จำนวน ส.ส.เขต 400 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน

      แน่นอนว่าพรรคการเมืองใหญ่จะได้เปรียบพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก โอกาสที่จะสูญพันธุ์มีความเป็นไปได้สูง

      “พลังประชารัฐ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์” สนับสนุนเต็มที่

      “เพื่อไทย” นั้นการกาบัตรเพียงใบเดียวทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา เมื่อไม่สามารถคำนวณจำนวนตัวเลขปาร์ตี้ลิสต์ได้แม้แต่คนเดียว

      เนื่องด้วยหลักคิดคือได้ ส.ส.เขตมากแล้ว ไม่ควรได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

      แม้จะแก้ลำด้วยการนำวิธีการ “แตกแบงก์พัน” มาใช้คือตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาอีกพรรค แต่เนื่องจากเกิดปัญหากลางทางต้องยุบพรรคไป

      เพื่อไทยจึงพยายามดิ้นรนทุกอย่างเพื่อให้มีการแก้ไข

      มองไปอีกหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากกาบัตรใบเดียว คือพรรคขนาดกลาง พรรคขนาดเล็กที่ได้ ส.ส.เข้ามาแบบเบี้ยหัวแตก

      เพราะมีหลายพรรค หลายกลุ่มวุ่นไปหมด

      แต่ที่ได้ประโยชน์ชัดเจนที่สุดคือพรรคอนาคตใหม่ (ก้าวไกล) นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ที่ได้ ส.ส.จำนวนมากทั้งแบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์

      แม้แต่พรรคภูมิใจไทยที่ว่าไปแล้วน่าจะพอใจกับการกาบัตร 2 ใบมากกว่า แต่กติกาเก่าก็มีส่วนทำให้พรรคนี้มีราคาขึ้นมาทันที

      จึงไม่รับร่างแก้ไขนี้

      พลังประชารัฐที่เสนอร่างแก้ไขก็มุ่งไปสู่ประเด็นนี้เป็นหลัก เพราะเชื่อว่าจะทำให้ชนะการเลือกตั้งได้

      โดยเฉพาะที่เพื่อไทยคาดหวังว่าจะเป็นแลนด์สไสด์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

      เช่นกันก้าวไกลหรือแนวร่วมก็ไม่ได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจน แต่ไปจับประเด็นทางการเมืองในวงรอบใหญ่มากกว่า

      เพราะก็ไม่มั่นใจ “บัตร 2 ใบ” จะทำให้ได้ ส.ส.แค่ไหน

      คงไม่มีทางได้อย่างเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแน่

      ว่าไปแล้วแม้จะเป็นเพียงแก้ไขร่างเดียว แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุดที่มีผลบังคับใช้เหนือกฎหมายทุกฉบับ

      ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านต่างก็ต้องเคลื่อนไหวกันเต็มที่

      แต่ยังไงเสีย “วุฒิสภา” คือตัวแปรสำคัญ

      สุดท้ายฝ่าย คสช.ก็จะเป็นฝ่ายชนะไป.

      “สายล่อฟ้า”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      แก้รัฐธรรมนูญบัตรเลือกตั้ง 2 ใบฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านวุฒิสภากล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้า

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 05:19 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์