ส.ว.แท็กทีม คว่ำร่าง พปชร. หนุนร่างพรรคร่วม รบ. วิปฯไฟเขียว 6 ร่าง "2 รมต." เอาด้วยปิดสวิชต์ ส.ว. "ภูมิใจไทย" แทงกั๊กบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ "เพื่อไทย" พาเหรดรับทั้ง 13 ร่าง ขณะที่บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคร่วมฯ ฉลุย 

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการโหวตลงมติในญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ ตัวแทนวิป 3 ฝ่าย ได้หารือภายในวิปของตัวเอง เพื่อวางแนวทางการลงมติในวาระแรก โดยวิปวุฒิสภาได้หารือกันแล้ว เสียงส่วนใหญ่มีความเห็นลงมติเห็นชอบเฉพาะร่างที่ 13 คือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 83 และ 91 เรื่องวิธีการเลือกตั้งให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) วุฒิสภาเห็นตรงกันจะไม่ให้ความเห็นชอบ เนื่องจากมีเนื้อหาไปแก้ไขมาตรา 144 และ 185 เรื่องการตัดบทลงโทษ ส.ส.และ ส.ว.ที่เข้าไปแทรกแซงการแปรญัตติงบฯ และรวมถึงการให้ ส.ส. และ ส.ว.เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของหน่วยราชการได้ ซึ่ง ส.ว.มองว่าทำลายหลักการสำคัญในการป้องกันการปราบโกงในรัฐธรรมนูญปี 2560 

ขณะที่วิปรัฐบาล มีมติเห็นชอบร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ร่างที่ 3 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เสนอแก้ไขเรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ร่างที่ 6 ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรื่องการเสนอให้แก้ไขยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ร่างที่ 7 ของพรรคภูมิใจไทย เรื่องการแก้ไขหมวด 5 และมาตรา 55/1 การกำหนดให้รัฐบาลมีหลักประกันเรื่องรายได้ให้กับประชาชนที่มีฐานะยากจน ร่างที่ 8 ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอให้เพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงกระบวน-การยุติธรรมได้อย่างง่าย รวดเร็ว ทั่วถึง และร่างที่ 13 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 83 และ 91 เรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนวิปฝ่ายค้านมีมติให้รับหลักการในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ 

...

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า กระทั่งเวลา 17.00 น. เมื่อเริ่มขานชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงตามลำดับตัวอักษร เพื่อลงมติในญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ ปรากฏว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ต่างลงมติไปในแนวทางเดียวกับมติวิปของฝ่ายตัวเอง โดย ส.ว.ทุกคนลงมติไม่รับหลักการหรืองดออกเสียงในร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ไปในทางเดียวกันทั้งหมด ส่วนร่างอื่นๆ เสียง ส.ว.ลงมติไม่รับหลักการ และงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ มีออกเสียงรับหลักการแทรกเพียงบางส่วนเท่านั้น ขณะที่ร่างที่ 13 เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส.ว.ลงมติรับหลักการโดยพร้อมเพรียงกันเกือบทุกคน มีเพียง ส.ว.ส่วนน้อยที่ลงมติงดออกเสียง อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ นางดวงพร รอดพยาธิ์ คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ และ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ที่ลงมติไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมี ส.ว.ที่ลงมติปิดสวิตช์ ส.ว. อาทิ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพิศาล มาณพัฒน์ นายคำนูณ สิทธิสมาน และคุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ เป็นต้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ส่วนการลงคะแนนของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เสียงไม่ค่อยไปทางเดียวกัน โดย ส.ส.พลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ลงมติรับหลักการในทุกร่าง แต่มี ส.ส.บางส่วนงดออกเสียงในร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงมติเห็นชอบทุกร่าง รวมถึงร่างที่ให้ปิดสวิตซ์ ส.ว. การยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ และการยกเลิกคำสั่งของ คสช. ขณะที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างฝ่ายค้านเกี่ยวกับการปิดสวิตซ์ ส.ว.

ด้าน พรรคประชาธิปัตย์ รับหลักการในทุกร่าง มีเสียง ส.ส.ของพรรคหายไปเล็กน้อยในบางร่าง ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย ลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ร่างที่ 3 ของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ร่างที่ 5 ของพรรคฝ่ายค้านเรื่องการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ และการยกเลิกคำสั่ง คสช. และร่างที่ 13 ของพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สำหรับ พรรคเพื่อไทย (พท.) ลงมติรับหลักการทุกร่างไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคพลังประชารัฐ พรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จนกระทั่งการขานคะแนนของสมาชิกรัฐสภามาถึงในเวลา 21.30 น. ผลการนับคะแนนเสียงในร่างที่ 13 ของพรรคร่วมรัฐบาล เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง คือ 367 คน ไปเรียบร้อยแล้ว จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 733 คน และยังมีเสียง ส.ว.ลงคะแนนรับหลักการเกิน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง เช่นกัน ทำให้ร่างที่ 13 ผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการเป็นที่เรียบร้อย

ขณะที่ร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการแก้ไขมาตรา 144 และ 185 เรื่องการยกเลิกบทลงโทษ ส.ส. และ ส.ว.ที่ก้าวก่ายการแปรญัตติงบฯ และการให้ ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซงการทำงานข้าราชการนั้น มีคะแนนไม่รับหลักการและงดออกเสียงของ ส.ว. เกิน 166 เสียง จาก ส.ว. 250 คน เท่ากับว่ามีเสียง ส.ว.ที่จะให้ความเห็นชอบร่างดังกล่าวไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงแน่นอน จึงไม่ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1 เช่นกัน.