‘จิรัฏฐ์’ พรรคก้าวไกล ซัด ไวรัสสายพันธุ์ไพบูลย์ ไม่ยอมเลิก ส.ว.เลือกนายกฯ (คลิป)

ข่าว

‘จิรัฏฐ์’ พรรคก้าวไกล ซัด ไวรัสสายพันธุ์ไพบูลย์ ไม่ยอมเลิก ส.ว.เลือกนายกฯ (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์

23 มิ.ย. 2564 20:15 น.

‘จิรัฏฐ์’ พรรคก้าวไกล ซัด ไวรัสรัฐธรรมนูญ คสช.กำลัง อัปเดตเป็น "สายพันธุ์ไพบูลย์" ชี้ ถ้าทำสำเร็จประเทศตกต่ำยาว แนะฉีดวัคซีนสองเข็ม เพื่อทำลายโรคให้สิ้นซาก 

วันที่ 23 มิ.ย. จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต 4 พรรคก้าวไกล อภิปรายญัตติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยระบุว่า ทุกทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤติโรคระบาด แต่ประเทศไทยน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะกำลังเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งไวรัสโควิด-19 ที่ว่าหนักแล้ว ยังซ้อนทับกับวิกฤติไวรัสรัฐธรรมนูญ ฉบับสืบทอดอำนาจ คสช. ที่ยังไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร ที่ยิ่งน่ากลัวคือ ไวรัส คสช.กำลังวิวัฒนาการตัวเองเป็นรัฐธรรมนูญ คสช. สายพันธุ์ไพบูลย์ ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้ประเทศตกต่ำยาว

“พรรคพลังประชารัฐเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตรา แต่ข้อเสนอที่เป็นหัวใจจริงๆ ของรัฐธรรมนูญสายพันธุ์ไพบูลย์ก็คือ ระบบการเลือกตั้ง โดยที่ไม่ยอมยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อหวังกินรวบอำนาจและต่ออายุให้กับ ‘ระบอบประยุทธ์’ ต่อไป”

ประการต่อมา คือเป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อโกง เป็นเวลา 2 ปีมาแล้ว เพราะได้ยินมาตลอด เรื่องการแบ่งเค้กกัน แบ่งงบประมาณกัน ทั้งที่โอ้อวดเอาไว้เหลือเกินว่า เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นอย่างนั้น และสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐเสนอมา โดยเฉพาะมาตรา 144 เป้าหมาย คือ การแทรกแซงงบประมาณเพื่อประโยชน์ตัวเอง แล้วไปแอบตัดบทลงโทษและอำนาจ ป.ป.ช. ออกหมด ดังนั้น แม้จะมีบทบัญญัติห้าม แต่ถ้าไม่มีบทลงโทษ ความหมายของมันก็คือ หาก ส.ส. และ ส.ว. แปรญัตติแทรกแซงงบประมาณเพื่อประโยชน์ตัวเองก็ทำได้ ตราบเท่าที่ไม่มีใครไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามีคนไปร้อง ศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจลงโทษได้แค่ให้ญัตตินั้นตกไป


“แก้แบบนี้รัฐมนตรียิ้มเลย เพราะมีอำนาจในการจัดทำงบประมาณอยู่แล้ว ทีนี้ก็ไม่ต้องมาคอยพะวงกันว่า จะมีใครมูมมามเกินพอดีจนถูกจับได้รึเปล่า เพราะถ้าถูกจับได้จริงๆ ก็ไม่ต้องพากันลงเหวไปด้วยกันทั้งครม. เหมือนแต่ก่อน ความพยายามสร้างวาทกรรมว่า รัฐธรรมนูญปราบโกงให้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เพราะมีมาตรา 144 เป็นตัวชูโรง เป็นแกนหลักเป็นพระเอกของหนังเรื่องรัฐธรรมนูญปราบโกง เพราะท่านจะสื่อว่า ถ้า ส.ส. หรือ ส.ว.แปรญัตติเพื่อแทรกแซงงบประมาณเพื่อประโยชน์ตัวเอง ก็คือการโกง แล้วจะแก้กฎหมายกลับไปให้สามารถแปรญัตติเพื่อแทรกแซงงบประมาณได้แบบนี้ สรุปแล้วท่านแก้เพื่อโกงหรือไม่ และเรื่องนี้ใครก็รู้ว่า ตบมือข้างเดียวไม่ดัง การทุจริตคอร์รัปชันจากฝ่ายการเมือง จะเกิดขึ้นได้ต้องมีข้าราชการคอยช่วยโยกงบ เขาเลยแก้ตัดความผิดของข้าราชการที่เกี่ยวข้องออกด้วย นี่คือเจตนาแก้เพื่อโกงกันเป็นขบวนการ และไม่ได้จบแค่นี้ ในมาตรา 144 ยังแก้ให้ศาลและองค์กรอิสระทั้งหลายสามารถแปรญัตติเพื่อของบประมาณเพิ่มจากกรรมาธิการได้ด้วย ปกติกล้วยต้องแจกในที่ลับ แต่นี่มันเกินไปแล้ว ท่านจะแจกกล้วยให้กันผ่านรัฐธรรมนูญเลยหรือ”

การแก้ไข มาตรา 185 ว่าด้วยบทบัญญัติในการไม่ให้ ส.ว. กับ ส.ส. แทรกแซงการทำงานพนักงานราชการ ซึ่งเดิมมี 3 วรรค ก็แก้เหลือวรรคเดียว โดยแอบตัดเรื่องการแทรกแซงการปฏิบัติราชการออกหมด ท่านก็จะสั่งการหน่วยงานราชการในพื้นที่ได้หมด และตัดไปถึงการแทรกแซงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ด้วย เพราะเวลางบประมาณลงมาจะลงมาเป็นโครงการ ท่านก็แค่เข้าไปที่หน่วยงานราชการและบอกว่าเป็นโครงการของท่านที่แปรญัตติลงมา คราวนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งแล้ว

สรุป 2 มาตรานี้ ที่อ้างประเด็นว่าจะให้ข้าราชการทำงานง่ายขึ้น กับประเด็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ง่ายขึ้นก็เป็นแค่ข้ออ้างที่ยกเอาขึ้นมาเพื่อที่จะโกงใช่หรือไม่ พอถูกจับได้ก็มาตีกรรเชียงอ้างว่าเอาโทษออกไปก็ไม่เป็นไร เพราะมีในกฎหมายลูกของ ป.ป.ช. อยู่แล้ว แต่พอเรื่องแดงหนักขึ้นอีก วุฒิสมาชิกหลายคนบอกรับไม่ได้ ก็หงายไพ่ที่คว่ำไว้บอกให้รับไปก่อนเดี๋ยวค่อยมาแก้ทีหลัง แบบนี้คุ้นหรือไม่

ในช่วงท้าย จิรัฏฐ์ เสนอทางออกของวิกฤติโรคอุบาทว์รัฐธรรมนูญ คสช. สายพันธุ์ไพบูลย์ ว่าต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม เข็มแรกคือแก้ไข มาตรา 272 ให้สำเร็จ เอา ส.ว.ออกไปให้ได้ เพื่ออิสระในการดำเนินนโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ สัญญาไว้กับประชาชน ประชาชนจะได้ประโยชน์จริงๆ จะได้ไม่ต้องมาทนฟังเสียงโอดครวญว่า เราทำอะไรผิด จะมาปิดสวิตช์เราทำไมเสียที

“หากวันไหนที่อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญกลับมาอยู่ในมือของประชาชนเจ้าของประเทศตัวจริงแล้ว ผมจะไม่แค่ปิดสวิตช์ ส.ว.หรอก จะโละออกจากระบบการเมืองไทยไปเลย เพราะไม่รู้ว่าจะมี ส.ว. ไว้ทำไม ขนาดยุทธศาสตร์ชาติกับแผนปฏิรูปประเทศ ทั้งที่ผลงานก็ย่ำแย่อีกประเด็นหนึ่ง จิรัฏฐ์ กล่าวว่า ข้ออ้างที่ใช้ในการคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อครั้งที่แล้ว รวมถึงครั้งนี้ที่ใช้อ้างอยู่ คืออ้างสถาบันหลักของชาติว่าห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด ซึ่งตนจะไม่ติดใจเลยถ้าท่านจะอ้างแค่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่อย่ามาอ้างประชาชน เพราะพวกท่านไม่ได้มาจากประชาชนจริงๆ ท่านอ้างแต่สถาบันหลักของชาติ ใครจะแก้รัฐธรรมนูญและกระทบกับสถาบันหลักของชาติจะไม่ให้ผ่านเด็ดขาด


“การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะมาตราไหน มันกระทบชาติทั้งนั้น เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของชาติ แก้ยังไง ให้ไม่กระทบชาติ สถาบันที่สอง ศาสนา ศาสนามีทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู เจได พันธมิตรหมวกฟาง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีประโยชน์อะไรกับประเทศชาติเลย หากไม่ยกเลิกมาตรา 272 เพราะการเอาอำนาจเลือกนายกฯ ของ ส.ว.ออกไปเท่านั้น ที่จะทำให้ได้รัฐบาลที่สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และมีแต่รัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาเท่านั้นที่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็จะต้องทำงานให้ประชาชน ให้เกียรติประชาชน จงรักภักดีกับประชาชนคนที่เลือกเข้ามา

"แต่วัคซีนเข็มแรกไม่พอ เพราะแค่กันตาย ไม่ได้กันติด ถ้าจะให้กันติด ต้องมีเข็มที่ 2 คือการจัดทำประชามติ ขอยืนยันอีกครั้งว่าการป้องกันไม่ให้ประเทศชาติ ต้องเผชิญกับวิกฤติไวรัสสายพันธุ์ไพบูลย์ คือการต้องทำลายโรคอุบาทว์นี้ให้สิ้นซากตั้งแต่การพิจารณาวาระแรก และเพื่อให้ประเทศชาติกลับไปเป็นปกติอีกครั้ง เราต้องฉีดวัคซีนเข็มแรกด้วยการยกเลิก มาตรา 272 และตามด้วยเข็มที่ 2 จัดทำประชามติ เพื่อให้เกิดการ" นายจิรัฏฐ์ กล่าว...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้รัฐธรรมนูญแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256ประชุมสภาประชุมร่วมรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญก้าวไกลไวรัสสายพันธุ์ไพบูลย์ไวรัสรัฐธรรมนูญคสช.จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์มาตรา 272ข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 20:41 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์