“ธรรมนัส” ผงาด ป้อมดันนั่งเลขาฯ พลังประชารัฐ เลือกวันนี้แทน “แฮงค์”

ข่าว

    “ธรรมนัส” ผงาด ป้อมดันนั่งเลขาฯ พลังประชารัฐ เลือกวันนี้แทน “แฮงค์”

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    18 มิ.ย. 2564 05:25 น.

    “บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะคุมเกมปรับโครงสร้าง พปชร.เอง กล่อม “สุริยะ-สมศักดิ์” จำเป็นต้องปรับ ลือทั้งวัน “อนุชา” ถอดใจ เจ้าตัวลั่นยังไม่ไขก๊อกเลขาฯ พปชร. “ผู้กองนัส” ดี๊ด๊าได้เสียบแทน หวานหยดยังเลิฟ “พี่แฮงค์” ดี “สุทิน” ตอก ส.ว.กลัวแสงประชาธิปไตย ค้านร่างฯฝ่ายค้าน “เสรีพิศุทธ์” ย้อนแสบมี ส.ว.ไว้ทำไม “สมชาย” งงผิดอะไรถึงจ้องปิดสวิตช์ แฉ ส.ส.พปชร.โดดร่ม กมธ.งบฯ ฟ้อง “กวิ้น-อั๋ว” ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน “แอมมี่” โอดข้อหาทำร้ายตำรวจ

    จับตาเกมงัดข้อภายในพรรคพลังประชารัฐ เพื่อปรับโครงสร้างทีมบริหารใหม่ ถึงขนาดปล่อยข่าวนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เลขาธิการพรรค ยอมถอดใจลาออกให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เสียบแทน จนนายอนุชาต้องออกมาดับกระแสข่าวลือดังกล่าว

    “อนุชา” ปัดไขก๊อกเลขา พปชร.

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการลาออก กระแสข่าวมีมาหลาย วันแล้ว เป็นเรื่องปกติที่มีความพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค แต่คงต้องแล้วแต่สมาชิกกรรมการ บริหาร และหัวหน้าพรรคจะตัดสินใจอย่างไร ไม่มีใครชี้นำได้ และวาระการประชุมพรรคในวันที่ 18 มิ.ย. ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตนจะเข้าร่วมด้วย แต่ไม่มีวาระการปรับโครงสร้างพรรค ยืนยันยังไม่มีสัญญาณอะไรจากหัวหน้าพรรค ทุกอย่างขึ้นอยู่กับที่ประชุม ส่วนตัวยังเดินหน้าทำงานให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งต่อไป เมื่อถามว่ากระแสข่าวดังกล่าวเป็นการเขย่าหรือกดดันบีบให้ลาออกหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ไม่ถึงขนาดนั้น มองเป็นเรื่องธรรมดา เชื่อว่าหัวหน้าพรรคยังมีบารมีที่จะเดินหน้าพรรคไปได้ด้วยดี ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งภายในพรรค

    “บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะคุมเกมเอง

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นหนังสือลาราชการวันที่ 18 มิ.ย. คาดว่าเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น มีวาระที่ต้องจับตาคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค

    ลือทั้งวัน “เสี่ยแฮงค์” ถอดใจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจับตาท่าทีของกลุ่มสามมิตร ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม รองหัวหน้าพรรค เป็นแกนนำ จะตัดสินใจอย่างไร จะยอมให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรค แกนนำกลุ่ม 4 ช. ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคแทนนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคคนปัจจุบันง่ายๆเลยหรือไม่ ท่ามกลางกระแสข่าวทวงสัญญาใจสลับเก้าอี้เลขาธิการพรรค 6 เดือน ทั้งนี้ เป็นไปได้สูงที่ ร.อ.ธรรมนัสจะขึ้นมาแทน เนื่องจากสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ที่มาร่วมประชุม มาจาก จ.ขอนแก่น ที่มีนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส.ส.ในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสเป็นเจ้าของพื้นที่ อีกส่วนมาจาก จ.นครราชสีมา ที่อยู่ในความรับผิดชอบนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล โดยมีกระแสข่าวลือตลอดทั้งวันว่านายอนุชาจะยื่นลาออก

    “พี่ใหญ่” อ้างจำเป็นต้องปรับ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้กล่าวกับทั้งคู่ว่าพรรคจำเป็นต้องปรับโครงสร้าง ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคให้ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่วันที่ 18 มิ.ย. และอยากให้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด เพื่อทำให้เห็นว่าพรรคมีเอกภาพโดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที

    ปลอบใจเก้าอี้ ปธ.ยุทธศาสตร์

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับตำแหน่งอื่นอย่างรองหัวหน้าพรรค จะถูกปรับลดลงเหลือ 4-5 คน ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ปัจจุบันเป็น ผอ.พรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในส่วนของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรค ขยับไปเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ตำแหน่งเดิมของ พล.อ.ประวิตรก่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ทั้งนี้ โครงสร้างพรรคดังกล่าวเป็นที่ตกลงกันได้ของแกนนำพรรคทุกกลุ่ม ส่วนรายชื่อ กก.บห. มีชื่อนายจักรพันธ์ พรนิมิตร และนายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. มาแทนโควตา กปปส.เดิมคือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ต้องคดีชุมนุมกลุ่มกปปส. จนต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี

    “ผู้กองนัส” ดี๊ด๊าได้เสียบแทน

    ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า เรื่องการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคใหม่ค่อนข้างชัวร์ว่าจะมีการปรับ ส่วนที่มีข่าวจะเสนอชื่อตนเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ยังไม่ทราบ คงแล้วแต่สมาชิกพรรค แต่หากสมาชิกไว้วางใจและเสนอขึ้นมาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาหลายพรรคมองว่าเราเป็นพรรคเฉพาะกิจ แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พปชร.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตรแสดงให้เห็น แล้วว่าไม่ได้เป็นพรรคเฉพาะกิจ เราเตรียมปรับแผนเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า เมื่อถามว่าต้องเคลียร์ใจกับนายอนุชาหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ผมกับพี่แฮงค์มีความสนิทสนมกันอยู่แล้ว ไม่เคยมีปัญหากับพี่แฮงค์และไม่เคยมีปัญหากับใคร เราพี่น้องกัน”

    ดาวฤกษ์บอกวันนี้ยังไม่ย้าย

    น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ กล่าวถึงกระแสข่าวนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เตรียมย้ายไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ว่า นายศิริพงษ์ยืนยันแล้วไม่เป็นความจริง เป็นปัญหาภายในของนายสำราญ ตลับเพ็ชร์ หัวหน้าสาขาพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรค เพราะเขาจะออกไปลงการเมืองท้องถิ่น วันนี้ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ทุกคนยังอยู่ในสังกัด พปชร. ยืนยันวันนี้ไม่มีคิดเรื่องย้ายพรรค แต่เป็นเรื่องปกติที่จะได้รับการทาบทามหรือชักชวน ไม่ใช่แค่กลุ่มเรากลุ่มเดียว เท่าที่ฟังจากนายกฯระบุว่าจะอยู่จนครบเทอมนั้น แสดงว่าอนาคตยังอีกยาว เท่ากับเหลือเวลาอีก 2 ปี เมื่อถูกถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคใหม่อย่างพรรคของ 4 กุมาร พรรคกล้าก็มาจีบ น.ส.วทันยาตอบว่า ไม่ใช่มาจีบ รู้จักกันอยู่แล้ว ยืนยันไม่มีคุยเรื่องย้ายพรรค

    “สุทิน” ตอก ส.ว.กลัวแสง ปชต.

    ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึง มี ส.ว.บางส่วนออกมาประกาศจะรับหลักการวาระแรกเฉพาะร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ว่า ส.ว.ต้องอธิบายต่อสังคมว่ามีเหตุผลอะไร เพราะร่างของ พปชร.กับฝ่ายค้านเกือบเหมือนกันทุกอย่าง แตกต่างกันแค่เรื่องตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่าง แสดงว่าไม่ได้ยึดหลักการ แต่ยึดหน้าคนยึดฝ่าย หรือ ส.ว.กลัวเสียงประชาธิปไตย แสดงว่ากลัวประชาชน ถ้าไม่กลัวก็ขอให้รับและไปทำประชามติ หาก ส.ว.มีธงในใจก็บอกมาตรงๆ พูด แบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติประชาชน คนเราต้องมีความอายระดับหนึ่ง

    “ชลน่าน” ฝัน ส.ว. ยังเอาด้วย

    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนที่พูดเป็น ส.ว.คนหนึ่งที่มีวิธีคิดแบบนั้น ไม่ใช่แนวคิดของ ส.ว. ทั้ง 250 คน ส่วนตัวยังมั่นใจลึกๆว่า ส.ว.หลายคนที่มาจากการสรรหา จะตัดสินใจโดยยึดความต้องการของประชาชนเป็นหลัก เพราะถือเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเหมือนกัน และมั่นใจว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 จะได้รับโอกาส ขอแค่รัฐสภามีมติเห็นควรให้เอาไปทำประชามติก่อน เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว “หลายเรื่องที่เราเสนอไม่กระทบ ส.ว. และการที่เราจะเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามภายใต้รัฐธรรมนูญเดิม เรายังหนีวงจรอุบาทว์ไม่พ้น ดังนั้น อะไรที่ไม่ดีในรัฐธรรมนูญนี้ถ้าแก้ได้ก็ควรต้องแก้”

    “ภูมิธรรม” บี้เผด็จการแฝงรูป

    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุที่พรรคเพื่อไทยต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตรา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามาก ถูกวางกลไกให้ยากต่อการแก้ไข การเสนอแก้ไขทั้งฉบับเป็นการยืนยันจุดยืนเดิมของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นว่าการแก้ไขทั้งฉบับเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่สถานการณ์การเมืองวันนี้ ไม่มีหลักประกันว่าจะแก้ทั้งฉบับจะเกิดขึ้นหรือไม่ จึงเห็นสมควรให้ทำควบคู่กันไป โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับระบบการเลือกตั้ง เราควรทำทุกช่องทางที่จะเกิดประโยชน์ ที่สำคัญต้องให้ประชาชนช่วยกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กดดันให้รัฐ (เผด็จการแฝงรูป) ต้องเร่งดำเนินการโดยไม่บิดพลิ้ว

    “เสรีพิศุทธ์” ถามมี ส.ว.ไว้ทำไม

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณี ส.ว.บางคนออกมาประกาศจะรับเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร.เท่านั้นว่า วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถามกลางที่ประชุมวุฒิสภา ส.ว.เงียบเป็นสากกะเบือ ไม่รู้จะมีไว้ทำไม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพปชร. แค่เอื้อประโยชน์ตนเอง เช่น เสนอใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หากใช้แบบเดิมผู้ใหญ่พรรค พปชร.จะไม่ได้เข้าสภา สงสารประชาชนที่มีผู้นำคิดแต่เอารัดเอาเปรียบตลอดเวลา เมื่อถามว่าพรรคเสรี-รวมไทยพร้อมสนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า เราเป็นพรรคเล็กไม่มีอำนาจไปต่อสู้ แต่มีจุดยืนเข้มแข็งมั่นคง ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด เรื่องกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบไม่มีปัญหาขึ้นอยู่กับประชาชน

    งง ส.ว.ผิดอะไรถึงจ้องปิดสวิตช์

    ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า ส.ว.ทำผิดอะไรถึงมาปิดสวิตช์อำนาจเลือกนายกฯ ทั้งที่ประเด็นนี้ผ่านการทำประชามติมาแล้ว ยืนยันเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ให้มีอำนาจส่วนนี้ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุค คสช. ส.ว.ไม่ได้มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ มีสิทธิเพียงร่วมโหวตเท่านั้น ดังนั้น ถ้าสภาผู้แทนราษฎรโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ ส.ว.ก็แค่เห็นชอบตาม เมื่อถามว่า ส.ว.จะโหวตให้เฉพาะร่างของพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ นายสมชายตอบว่า ยังตอบไม่ได้ แต่ ส.ว.จะปล่อยฟรีโหวต วันที่ 17 มิ.ย. วิปวุฒิสภาจะหารือพร้อมจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ให้ ส.ว.ด้วย ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ส.ว.จะเห็นด้วยทั้งหมดกับการคัดค้านอำนาจโหวตเลือกนายกฯหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับการยุบ ส.ว.ทั้งหมด

    วิป 3 ฝ่ายวางกรอบถกแก้ รธน.

    ต่อมาช่วงบ่าย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ผลการประชุมร่วม3ฝ่าย ระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา หารือถึงการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 22 มิ.ย. จะเริ่มพิจารณาร่างพิธีศาลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จากนั้นเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และร่างประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในวาระที่ 2 และ 3 ส่วนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะไปพิจารณากันวันที่ 23 มิ.ย. แบ่งเวลาอภิปรายระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา ฝ่ายละ 6ชั่วโมงคาดว่าการอภิปรายในวาระแรกจะเสร็จภายในวันที่ 24มิ.ย.

    “อ๋อย” เตือนอย่าหลงกล พปชร.

    ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ร่างแก้ไขของพรรค พปชร.โดยรวมคือการสร้างความมั่นคงให้กับระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เสริมความเข้มแข็งให้กับการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพวก ถือเป็นผลร้ายต่อบ้านเมือง แฝงไว้ด้วยเล่ห์เพทุบายที่จะทำให้พรรคฝ่ายค้านขัดแย้งแตกแยก ให้พลังประชาธิปไตยอ่อนแอลง ที่เริ่มมีผลให้เห็นบ้างแล้ว การเข้าไปร่วมเล่นเกมของพรรคพปชร.จึงไม่มีประโยชน์อะไร ซ้ำร้ายจะเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นไปจากการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดังนั้นวิธีที่ตรงไปตรงมาและง่ายที่สุดคือ ไม่ต้องไปถกเถียงในรายมาตราว่าอะไรดีหรือไม่ดี อย่างไร ต้องไม่ไปร่วมสังฆกรรมกับการแก้ไขของพรรค พปชร.ในทุกมาตราและทุกขั้นตอน ทุกฝ่ายเคยแสดงเจตนาต่อสังคมว่าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดย ส.ส.ร.ควรหาทางผลักดันให้มีการทำประชามติ และเกิดการร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตามที่ให้สัญญากับประชาชนไว้

    ขอฝ่ายค้านอย่าร่วมสังฆกรรม

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าว น่าเสียดายที่พวกเราผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่ผ่านมา ต้องสูญสลายไปเพราะฝ่ายเผด็จการไม่ยอมให้แก้ไข มาถึงตอนนี้ส.ส.บางส่วนกำลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อเสริมอำนาจของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แก้ไขระบบเลือกตั้ง รวมทั้งให้อำนาจ ส.ส.มายุ่งเกี่ยวกับงบประมาณได้ ถือเป็นการทำเพื่ออำนาจของนักการเมืองทั้งสิ้น ไม่ใช่เพื่อประชาชน ขอเรียกร้องไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้าน ให้กลับมาร่วมผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ต้องไม่ไปร่วมสังฆกรรมกับขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองเท่านั้น นี่คือบทพิสูจน์ความจริงใจต่อประชาชน

    แฉ ส.ส.พปชร.โดดร่มถกงบ

    วันเดียวกัน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565กล่าวว่า กมธ.ฯได้พิจารณางบของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือช่วยเหลือเกษตรกรให้จำหน่ายสินค้าเกษตรในสถานการณ์โควิด กมธ.บางคนเสนอควรให้ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดส่งตรงถึงผู้ซื้อทั่วประเทศ และยังหารือถึงปัญหาการลักลอบนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ

    ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กมธ.งบฯปี 65 กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่รู้ไปทำอะไรที่ จ.ขอนแก่น ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่รักษาองค์ประชุม เป็นไปได้ช่วยบริหารและจัดสรรบุคลากรอยู่ให้ครบองค์ประชุมด้วย

    เคหะฯยันทำตามระเบียบเป๊ะ

    อีกเรื่อง นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะ แห่งชาติ กล่าวถึงกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนการบริหารโครงการอาคารเช่า โครงการบ้านเคหะสุขประชา และโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงของการเคหะแห่งชาติไว้ตรวจสอบว่า ยืนยันว่าการเคหะแห่งชาติดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงทุน ตามมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนระหว่างปี ทั้งนี้ โครงการบ้านเคหะสุขประชาอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบภายหลังจากนำผลการดำเนินงานโครงการนำร่องเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ส่วนโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ ในระยะที่ 2 ความล่าช้าเกิดจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมาย การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดทุกโครงการ

    ฟ้อง “กวิ้น-อั๋ว” ฝ่าฝืน พ.ร.ก.

    ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานอัยการสำนักคดีศาลแขวง 6 ยื่นฟ้องนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ และ น.ส.จุฑาทิพย์ หรืออั๋ว ศิริขันธ์ แกนนำกลุ่มราษฎร เป็นจำเลยที่ 1-2 ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขอศาลนับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1124/2563 ของศาลแขวงดอนเมืองและคดีอื่นๆ ขณะเดียวกัน ยื่นฟ้องนายพริษฐ์ คดีอาญาหมายเลขดำ 315/2564 อีก 1 สำนวนฐานผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาใช้เครื่องขยายเสียง และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด โดยขอศาลนับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1124/2563 ของศาลแขวงดอนเมือง และคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ศาลนัดพร้อมสอบคำให้การตรวจพยานหลักฐาน สืบพยานโจทก์และจำเลย และดำเนินการกระบวนการคุ้มครองสิทธิทั้ง 2 สำนวนในวันที่ 1 ก.ค. ทั้งนี้ ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน และให้นายอดิศร จันทรสุข รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เป็นผู้กำกับดูแลนายพริษฐ์ และ ผศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มธ. กำกับดูแล น.ส.จุฑาทิพย์ หากจำเลยผิดสัญญาประกันให้ปรับคนละ 20,000 บาท

    “แอมมี่” โอดข้อหาทำร้ายตำรวจ

    ที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานอัยการคดีศาลแขวง ดุสิต นำตัวนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ฟ้องศาลในคดีทําร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ, ทำให้เสียทรัพย์ และทำให้ปรากฏซึ่งรูปรอยใดๆบนถนนหรือที่สาธารณะกรณีสาดสีหน้า สน.สำราญราษฎร์เมื่อวันที่ 28 ส.ค.63 นายไชยอมรกล่าวว่า เดิมถูก กล่าวหาผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด และทำให้เสียทรัพย์ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเพิ่มเป็นทำร้ายเจ้าพนักงาน มองเป็นยุทธศาสตร์เกินกว่าเหตุของรัฐไทยที่จะใช้ก่อกวนสร้างความลำบากให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมวันการสาดสีใส่เครื่องแบบตำรวจเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เป็นงานศิลปะมีคุณค่าอยากจะขอมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก ไม่เคยมองเจ้าหน้าที่รัฐเป็นศัตรู หลังยื่นฟ้องศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยใช้วิธีสาบานตน และนัดพร้อมสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 11 ต.ค.

    กลุ่มปฏิวัติการศึกษาฯบุก ศธ.

    ที่ด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กลุ่มปฏิวัติการศึกษาไทยประมาณ 10 คน ร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เผาระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน และร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พร้อมเขียนข้อความระบุว่า “ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขเราจะกลับมาอีกครั้ง” ทั้งนี้ หลังการเผาสำเนาเอกสารดังกล่าวเสร็จ ตัวแทนกลุ่มฯกล่าวว่า ทั้งระเบียบกระทรวง และร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เปรียบเสมือนสิ่งที่ไร้ประโยชน์เพราะไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งที่มีการเรียกร้องมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ธรรมนัส พรหมเผ่าอนุชา นาคาศัยพรรคพลังประชารัฐพปชร.เลขาธิการพลังประชารัฐประวิตร วงษ์สุวรรณประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐข่าวการเมืองข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 22:03 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์