- ข่าวสะพัดทั้งสัปดาห์ “ร.อ.ธรรมนัส” จากกลุ่ม 4 ช. อาจมาแทน “อนุชา” จากกลุ่มสามมิตร นั่งตำแหน่งแม่บ้านพรรคพลังประชารัฐแทน
- เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคฯ “บิ๊กป้อม” ยังคงยืนกรานว่า “ไม่มี ไม่มี แต่ก็ยังไม่รู้ เพราะต้องอยู่ที่สมาชิกพรรค”
- “อนุชา” ยังใจดีสู้เสือ แม้ 18 มิถุนายนนี้ ที่ประชุมใหญ่พรรคฯ ในจ.ขอนแก่น รู้ดีว่าทุกอย่างจะอยู่ที่ “บิ๊กป้อม” แต่ก็ขอเชื่อใจว่า จะไม่มีวาระซ้อนเร้นให้ลี้ลับ
ยิ่งใกล้วันยิ่งลือกันหนาหู ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ ส.ส. พะเยา พรรคพลังประชารัฐ จากกลุ่ม 4 ช. มาแน่ๆ จ่อนั่งตำแหน่งแม่บ้านพรรคพลังประชารัฐ แม้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค จะออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง ว่าไม่มีเรื่องเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค สื่อคิดกันไปเอง เพราะอย่างไรก็อยู่ครบเทอม ที่ยังเหลือเวลาอีก 2 ปี จึงไม่มีความจำเป็นจำต้องเปลี่ยนตัวแม่บ้านพรรค เพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งใหม่
แต่ก็อดคิดไม่ได้ ว่าพล.อ.ประวิตร จะดันเด็กในสังกัดตัวเองมาอยู่ใกล้ๆ ให้นั่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐอีกหรือไม่ เพราะระยะหลังๆ หอบหิ้วกันลงพื้นที่บ่อย ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส และอาจารย์แหม่ม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถือว่าเป็นกลุ่มลูกรัก ที่ไปไหน ไปด้วยกันตลอด หากได้คนรู้ใจมาอยู่ใกล้มือ ก็คงดีต่ออำนาจในพรรคไม่น้อย
...
งานนี้เห็นที่จะพึ่งทางบิ๊กป้อมไม่ได้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จึงตัดสินใจจูงมือนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรค น้องรักปรี่ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แม้จะบอกสื่อว่า “ไปร่วมบันทึกเทปเรื่องยาเสพติด ไม่ใช่ข่าวการประชุมพรรคนะ” ก็ตาม เพื่อให้สยบข่าวลือที่เกิดขึ้น
แต่กระแสข่าวก็ยังมีมาอย่างต่อเนื่อง ว่าวงประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 18 มิถุนายนนี้ ที่ จ.ขอนแก่น จะมีการปรับโครงสร้างพรรค ทั้งการปรับเปลี่ยนรองหัวหน้าพรรค จาก 10 คน ให้เหลือ 4 คน และที่เด็ดสุดคือตำแหน่งเลขาธิการพรรค ที่นายอนุชา นั่งอยู่
ยังไม่โดนทาบทามให้นั่งตำแหน่งไหน ต้องไปถามคนปล่อยข่าว
เรื่องนี้นายอนุชา เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ อย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ที่พรรคยังไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น และทราบเรื่องนี้จากที่มีกระแสข่าวเท่านั้น จึงยังไม่มีการพูดคุยหรือปรึกษา กับพี่ชายคนสนิท อย่าง "นายสมศักดิ์" แต่อย่างใด เพราะที่พรรคก็ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคฯ จึงต้องไปถามคนที่ปล่อยข่าว โดยก็ยังไม่ทราบเช่นเดียวกันว่าเป็นใคร เพราะไม่มีการระบุตัวตน
“ไม่ทราบเลย แต่ส่วนตัวผมก็ยังไม่ได้มีการทาบทามหรืออะไร ยังไง ก็หลายอย่างก็ไม่มีอะไร ก็ไม่เคยมีใครมาพูดถึง ท่านหัวหน้าก็ไม่ได้พูดถึง สื่อถาม ท่านหัวหน้าก็ไม่มีพูดถึงอะไรใช่ไหมครับ ใช่ ต้องฟังหัวหน้าเป็นหลักอยู่แล้วครับ” นายอนุชา กล่าว
18 มิ.ย.นี้ ยังไม่ได้คิดอะไร อยู่ที่หัวหน้า ไร้วาระซ่อนเร้น
ส่วนกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ แทน นายอนุชา ถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ ทันที บอกเพียงว่า ต้องไปดูคนที่ให้ข่าวออกมา
“กับร.อ.ธรรมนัสก็ไม่มีอะไรนะ เขาก็ไม่ได้พูดคุยอะไรนะ เมื่อก่อนก็เจอกันบ่อย ช่วงหลังพอประชุมครม. ก็เจอกันน้อยลง แทบไม่ได้เจอ เพราะเป็นการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จึงยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ยังไม่มีประเด็นอะไร ส่วนวันที่ 18 ผลออกมาเป็นไง ไม่ได้คิดอะไรเลย ก็อยู่ที่ท่านหัวหน้า ก็บอกแล้ว ก็ยืนยันอยู่ตลอดนะ ไม่มีอะไรเป็นวาระซ่อนเร้นสำหรับตัวผมอยู่แล้ว” นายอนุชา กล่าว
จะเป็นคนเดิมหรือเลือกใหม่ไม่มีใครรู้ ต้องถาม "พล.อ.ประวิตร"
ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ เช่นเดียวกันว่า ไม่ได้สมัครในตำแหน่งดังกล่าว ส่วนที่พรรคจะเสนอชื่อใครก็เป็นอีกเรื่อง แต่ยืนยันว่าไม่ได้สมัครตำแหน่งดังกล่าวไป เรื่องที่เกิดขึ้นคาดว่าเป็นการเต้าข่าวขึ้นมาเอง ส่วนช่วงนี้ก็ไม่ได้เจอ นายอนุชา จึงยังไม่ได้พูดคุยกัน หรือพูดคุยกับใคร เพราะวันที่ 18 มิถุนายน นี้ เป็นการหารือเรื่องงบดุลของพรรคตามปกติ
ส่วนการลงพื้นที่กับพลเอกประวิตรที่ผ่านๆ มา แค่ไปตรวจดูเรื่องน้ำที่ดูแลกำกับอยู่ ไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการเปลี่ยนตัว และไม่มีการพูดถึงเรื่องการเมือง
“เอาจริงๆ ไม่มีใครรู้เรื่องพวกนี้เลย จริงครับ ผมเห็นแต่มีข่าวไปลง ว่าจะมีเรื่องโน้นเรื่องนี้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ไม่มีใครเลยรู้วันนั้น จะเป็นคนเดิมหรือจะมีการเลือกอะไร เพราะทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคท่าน ว่ามีนโยบายอะไรยังไง เราเป็นเด็กๆ ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไร อันนี้ตรงๆเลย ผมไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้นะครับ แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจนะครับ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
เรื่องของ พปชร. ไม่มีอะไรต้องคิดมาก "บิ๊กป้อม" ว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น
ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่า ข่าวที่ออกมามีทั้งข่าวจริงและข่าวเท็จ แม้ส่วนใหญ่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์จะเป็นข่าวเท็จมากกว่าก็ตาม แต่ก็ยืนยันว่าข่าวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การเตรียมยุบสภา
“ผมไม่ใช่พร้อมหรือไม่พร้อม ผมฟังท่านหัวหน้า ว่าท่านจะมีนโยบายยังไง ไม่ใช่ทุกคน เฉพาะผม เพราะผมอยู่กับท่านมานาน และท่านก็ให้ความเอ็นดูผม และผมเห็นว่าท่านมีนโยบายและทำอะไรก็เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ประชาชน ส่วนผมไม่มีเรื่องอื่น เรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีประเด็นอะไรเลยครับ ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องคิดมากเลยนะครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่หัวหน้าว่าจะกำหนดนโยบายอะไรยังไง ส่วนมากก็คงเรียกกรรมการคุยนะครับ ข้อสรุปท่านว่ายังไง ส่วนตัวผมก็ว่าอย่างนั้นนะครับ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนตัวแม่บ้านพรรคไม่มีใครรู้ดีเท่า “บิ๊กป้อม” เพราะทุกอย่างที่รู้ๆ อยู่ในมือหมด
ผู้เขียน : Supattra.l
กราฟิก : Varanya Phae-araya