ค.ว.ย. “คอยวัคซีนอยู่” ไม่ใช่มุกของเกรียนคีย์บอร์ด อารมณ์เฮี้ยวของจิ๊กโก๋โซเชียลฯ แต่เป็นอาการของมวยรุ่นใหญ่ “ลายคราม” ระดับอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส. มือปราบคอร์รัปชันคนดัง ที่ระบายความสุดทน เหลืออดกับการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล
หลังโดนแจ้งเลื่อนฉีดวัคซีนแบบไม่มีกำหนด เส้นก็ไม่ใช้ เข้าคิวก็โดนเท มีเงินซื้อก็ไม่มีขาย ด่ายับวัคซีนภายใต้รัฐบาลนี้ ประสิทธิภาพก็ไม่มีความเสมอภาคก็ไม่มี กะล่อนอีกต่างหาก
ตามเสียงแห่ แชร์บทห้าวเป้งของอาจารย์แก้วสรร เชียร์ให้ด่าแรงกว่านี้
ที่แน่ๆโดยน้ำหนักหมัดไม่ธรรมดา เพราะสถานะของอาจารย์แก้วสรรคือแนวร่วมคนสำคัญ ฝ่ายที่ถือหาง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม
กองหนุนหันกลับมาถล่มแบบไม่ไว้หน้า มันยิ่งทำให้รัฐบาล “บิ๊กตู่” หมดราคา
ประกอบกับสถานการณ์ตรงหน้ามันก็ประจานชัด โรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดพากันแจ้งเลื่อนการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่นัดไว้ เนื่องจากวัคซีนที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอ
ปล่อยคนรอค้างเติ่ง อกสั่นขวัญเสียกับตัวเลขผู้ติดเชื้อ คนตายรายวัน
แต่นั่นยังไม่หมดอาลัยตายอยากเท่ากับภาพของฝ่ายบริหารที่ “มั่วซั่ว” หลงทิศไปคนละทางสองทาง มาตรฐานของหน่วยงานรัฐที่โยนกลองใส่กันมั่วอุตลุด
ถึงจุดประจานความผิดพลาด ไม่มีใครแอ่นอกเป็นเจ้าภาพ
แบบที่กระทรวงสาธารณสุขรีบโบ้ยให้ กทม.เพราะจัดสรรวัคซีนให้แล้ว ออกแนวปัดสวะ ยุให้ประชาชนไปด่า กทม.เองบริหารวัคซีนให้ขาดได้อย่างไร ก่อนโดน กทม.โต้กลับทันทีทันควัน วัคซีนที่จัดให้ไม่ได้ครบตามจำนวนที่สาธารณสุขแจ้งไว้ ตัวเลขเพี้ยนเป็นแสนเป็นล้านโดส
...
โยนกลองใส่กันแบบไม่อายสายตาประชาชนเลย
สุดท้ายยังมีคนของแพทย์ชนบทออกมาถือหาง “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ชี้เป้าตัวจริงที่ควรโดนด่าคือ “บิ๊กตู่” ที่รวบอำนาจ ศบค.ในการบริหารจัดการวัคซีนไว้หมด
โยนระเบิดไปบึมที่ตึกไทยฯ “เสี่ยหนู” ไม่ยอมโดนล่อเป้าเดี่ยว
และก็เหมือนโชว์เขี้ยวทางการเมือง ตามภาพข่าวขณะกรุงเทพฯ ปริมณฑลโซนแดง ประชาชนกำลังป่วนโดนแจ้งเลื่อนฉีดวัคซีน แต่ “เสี่ยหนู” เดินสายไปโผล่ที่ถิ่นเซราะกราว ตรวจการฉีดวัคซีนที่จังหวัดบุรีรัมย์ นั่งคู่กับ “อาจารย์ใหญ่” นายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีเหนือค่ายภูมิใจไทย
แท็กทีมเซราะกราว ปักหลัก ตั้งแท่นบู๊ตำบลกระสุนตก
ในบรรยากาศอึมครึม ปาหี่ลิเก ตบ จูบ ปล่อยลูกกรอกโซ้ย “นายกฯลุงตู่” ในสภา แล้วก็เข้าแถวโหวต แบ่งเค้กงบฯ แถมยังโชว์ “มิสคอล” นายอนุทินบอกนักข่าวเองเลยว่า ไม่ได้รับสาย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าค่ายพลังประชารัฐ ก่อนโทร.กลับ ได้รับแจ้งจากอีกฝั่งกดโทร.ผิด
ชักจะจูนกันไม่ติด กลบอาการปีนเกลียวไม่มิด ภูมิใจไทยกับพลังประชารัฐ “3 ป. กับ 2 น.” ส่อให้เห็นอาการทางใจที่เกินเยียวยา กล้าซัดกันต่อหน้าถี่ๆ
นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงลับหลัง แอบนินทา ด่ากันยับ
“วัคซีน” ถูกลากโยงไปผูกกับการเมือง เรื่องของการแย่งชิงคะแนนนิยม ทีแรกก็หวังตีกินแต้มบุญคุณกับชาวบ้าน แต่พอผิดพลาดวัคซีนมาไม่ทัน ต่างฝ่ายต่างก็ปัดขี้ใส่กันแบบไม่อายประชาชน
และ ณ วันที่วัคซีน กระท่อน กระแท่น กะปริบกะปรอย
คนไทยรอความหวังแบบไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ที่ไม่รอแล้วก็คือ ค่ายพลังประชารัฐเตรียมยกโขยงไปจังหวัดขอนแก่น นัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 18 มิถุนายนนี้
ท่ามกลางไวรัสมรณะโควิด-19 ล้อมเมือง ตามท้องเรื่องแบบที่แกนนำพรรคปฏิเสธหน้าใสซื่อ เป็นแค่วาระปกติตามกฎหมายพรรคการเมือง เรื่องของการขับเคลื่อนการบริหารพรรคตามวาระปกติ
แต่เซียนการเมืองอ่านไต๋ แค่ “บิ๊กป้อม” หัวหน้าค่าย พปชร.ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธปมร้อนการเปลี่ยนเลขาธิการพรรค โบ้ยให้เป็นเรื่องแล้วแต่สมาชิกจะว่ากันเอง
นั่นก็จับทางได้ ไฟเขียวทุกสี่แยกเลย
โดยเส้นทางเปิดโล่งสำหรับ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯผู้มากบารมี จะกรีธาทัพลิงในสังกัดไร่กล้วย เปิดปฏิบัติการเขี่ย “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ พ้นเก้าอี้แม่บ้านใหญ่ ล้างไพ่ทีมสามมิตร ออกจากกระดาน
ยึดแท่นบัญชาการ พปชร. รอรับศึกเลือกตั้งใหญ่
และมันก็เหมือนปรากฏการณ์ “เดจาวู” ย้อนไปไม่กี่เดือนก่อน ก็เพิ่งมีการเกณฑ์คนชัยนาทมาประชุมใหญ่ พปชร. กดดันเปลี่ยน กรรมการบริหารพรรคชุดเก่า หักดิบกันตามข้อบังคับพรรค
รอบนี้สัญจรไปอีสาน เป็นคิวคนขอนแก่นจะเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
กงกรรมกงเกวียนการเมือง มันมาไวจริงๆ.
ทีมข่าวการเมือง