ความเป็นผู้นำ แก้วิกฤติได้ ซูเปอร์โพลได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อเรื่องความนิยมผู้นำรัฐบาลกับประชาธิปไตย พบว่าเกินครึ่งหรือ 55.4% มีระดับความไว้วางใจในระบอบประชาธิปไตยที่จะช่วยลดความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
ขณะที่ 28.4% วางใจปานกลางและ 16.2% วางใจค่อนข้างน้อยถึงไม่วางใจเลย ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่หรือ 93.4% ระบุผู้นำที่เด็ดขาด สั่งการและควบคุมแก้ปัญหาชาติและประชาชนมีประโยชน์ ช่วยได้ 6.6% ระบุไม่มีประโยชน์ ช่วยไม่ได้ 98.5% ระบุสิ่งที่เห็นและเป็นไปในประชาธิปไตยบ้านเราคือการแก้ปัญหาวิกฤติชาติมีคนมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ คอยตำหนิคนทำงาน
เมื่อถามถึงความนิยมต่อนักการเมืองบุคคลสำคัญต่างๆ ถ้าวันนี้เลือกได้จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี
อันดับแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 30.8% รองลงมาคือ 14.9% คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ อันดับ 3 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล 4.8% นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 3.1% นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 2.1%
นี่น่าจะเป็นชุดข้อมูลหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีความมั่นใจว่ายังเป็นผู้นำประเทศต่อไปได้ แม้จะถูกโจมตีขับไล่อยู่ทุกวันก็ตาม เพราะนั่นคือเสียงของประชาชนจริงๆ
การตัดสินใจเข้าควบคุมอำนาจในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 เอาไว้ทั้งหมดแล้วสั่งการและอำนวยการได้ทั้งระบบ คือวิธีการแก้ไขปัญหา ทำให้ผลตอบรับค่อนข้างดีในความรู้สึกของประชาชนในยามที่ต้องทนทุกข์ด้วยความยากลำบาก
ที่สำคัญก็คือฟันฝ่าอุปสรรคผ่านมาได้จนถึงขั้นนี้
หากประเมินจากสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 โดยรวมแล้วคงใช้เวลาอีกไม่นานนักก็จะควบคุมสภาพได้ หาก “วัคซีน” ที่จะฉีดให้ประชาชนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะขลุกขลักบ้างก็ไม่มากนัก มีแต่แนวโน้มจะดีขึ้นทุกวัน
...
“บิ๊กตู่” จัดการโควิด-19 ได้ก็จบ สามารถดำเนินบทบาททางการเมืองได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องกังวลกับพรรคร่วมรัฐบาลเท่าใดนัก ที่สำคัญก็คือยังไม่เห็นใครจะโดดเด่นเท่า
ยิ่งในแวดวงการเมืองด้วยกันแล้ว หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคยังไม่สามารถที่จะทาบรัศมีได้ เพราะประชาชนยังให้ความเชื่อมั่นและการยอมรับ กอปรกับมีความพร้อมทุกอย่างทั้งอำนาจ เงินตรา บารมี และสามารถกุมใจราชการได้ทั้งระบบ
อันหมายรวมถึงพลังประชารัฐที่จะแนบแน่นมากยิ่งขึ้น หมายความว่าจะมี ส.ส.ผละจากพรรคเก่าเข้ามาสังกัดเพิ่มมากขึ้น แทงหวยที่มีแต่ถูกกับถูก...ดีกว่าพวกที่ไร้อนาคต.
“สายล่อฟ้า”