ไลฟ์สไตล์
100 year

โฟกัส “บิ๊กตู่” เผชิญศึก “โควิด-เศรษฐกิจ-การเมือง” : รุมล้อมกรอบ บีบคายอำนาจ

ทีมข่าวการเมือง
13 มิ.ย. 2564 05:07 น.
SHARE

ณ ห้วงเวลาที่ยังต้องใช้คำว่า “วิกฤติ” ไม่พ้นโคม่า ตามสถิติ “เหยื่อ” ไวรัสมรณะโควิด–19 ผ่านรายงาน ของ ศบค.แบบรายวัน ตัวเลขไม่ได้ลดดีกรีอันตรายคนตาย สูงสุดทะลุเกิน 40 ศพ ผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ในหลัก 2–3 พันราย

คลัสเตอร์ใหม่ลามไปหลายจังหวัด โดยเฉพาะแคมป์คนงานก่อสร้าง โรงงานที่มีแรงงานต่างด้าว

โดย “ศูนย์กลาง” การระบาด โซนแดงเถือกยังอยู่ที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดชลบุรี และเริ่มลามขยายวงออกจังหวัดเขตติดต่อภาคกลางทั้งพระนครศรีอยุธยา สระบุรี เพชรบุรี ราชบุรี

แต่ละจุดส่อลามรุนแรง มีแต่ผู้ติดเชื้อหลักร้อยขึ้นทั้งนั้น

ศบค.ต้องไล่ตามบล็อก ตามสกัดกันไม่ทัน สถานการณ์ ติดเชื้อยังอันตราย ขณะที่หนทางเดียวที่จะเอาอยู่คือยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนโควิด–19 สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ยังช้ากว่าเชื้อมรณะอยู่หลายช่วงตัว

คนไทยได้ฉีดวัคซีนแค่ 5–6 เปอร์เซ็นต์ จากที่ปักหมุดไว้ร้อยละ 70 ของพลเมือง 65 ล้านคน

ตามฉากคิกออฟ “วาระแห่งชาติ” ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นำทีมหางเครื่องชุดใหญ่ โหมโรงการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา

แต่ปูพรมได้วันเดียว รุ่งขึ้นอีกวันต้องเก็บพรม

อารมณ์ตลกร้าย แบบที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัดประกาศเลื่อนฉีดวัคซีนยี่ห้อแอสตราเซเนกาออกไป เพราะได้รับการจัดสรรจากส่วนกลางจำนวนน้อย ไม่พอกับประชาชนที่ลงทะเบียนรอ

เรื่องจริงไม่อิงดราม่า บางโรงพยาบาลได้แค่ 10 โดส

ภาพปรากฏการณ์ตรงหน้ามันเป็นคำตอบชัดๆไทยอยู่ในโหมดขาดแคลนวัคซีน ย้อนแย้งกับลีลาขึ้นเสียงเขียวของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ที่ออกลูกขู่ตั้งกรรมการสอบโรงพยาบาลที่ประกาศเลื่อนฉีดวัคซีน

ฝ่ายการเมืองตีปี๊บเล่นกระแส แต่ฝ่ายปฏิบัติทีมหมอขาดของต้องรับหน้า เจอเสียงด่าจากประชาชน

คนสั่งกับคนทำความยากง่ายมันต่างกันเยอะ

และถึงที่สุดเลย มันก็อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเอ่ยปาก “ขอโทษ” ประชาชน 2–3 รอบ จากการที่รัฐบาล บริหารจัดการวัคซีนขาดๆเกินๆไม่ทันต่อสถานการณ์ ทำประชาชนสับสน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติอลหม่าน

อาการผู้นำชักจะ “สารภาพ” โจทย์โควิดยากเกินมือ

แค่วัคซีนยังตกม้าตายเพราะพลาดแทง “ม้าเต็ง” แอสตราเซเนกา ไม่เผื่อความเสี่ยง ถึงจุดวิกฤติต้องวิ่งหาวัคซีนทางเลือกกันหูตาเหลือก เลือกแทงดะ “ม้าแคระ–ม้าแกลบ”

รับทุกยี่ห้อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ได้ใน 1-2 วัน ต้องรอต่อคิวยาวๆ

ความหวังเดียวอยู่ที่วัคซีนโควิดส่อเค้ากระท่อน กระแท่น นั่นก็ไม่ต้องมองข้ามช็อตไปถึงการฟื้นชีพมหาวิกฤติเศรษฐกิจโควิดที่เป็นโจทย์โคตรหินโยงสถานการณ์ทั่วโลก

ตามเงื่อนไขไฟต์บังคับการฟื้นเศรษฐกิจโควิดมันผูกโยงกับวัคซีน

ถ้าการฉีดปูพรมในประเทศไทยยังช้าแบบ “เต่าไล่งับยางรถยนต์” และ “ม้าเต็ง” วัคซีนหลักอย่างแอสตราเซเนกาต้องลุ้นกันแบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน ต้องพึ่งม้ารองอย่างซิโนแวคที่คนติดยี่ห้อ แหยงไม่มั่นใจ

มันก็เป็นอะไรที่ต้องทำใจ ส่อไม่ทันเดดไลน์ร้อยละ 70 ของพลเมือง 65 ล้านคน

และนั่นก็ไม่ต้องคาดหวังอะไรให้สูงเกินความจริง กับสิ่งที่รัฐบาลพยายามโหมตีปี๊บกระตุ้นความมั่นใจในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว นำร่องที่จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่แรกในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

เร่งติดเครื่องยนต์ที่หนึ่งดึงรายได้จากทัวร์ต่างชาติ

แต่โอกาสที่นักท่องเที่ยวจะกล้ามาเที่ยวเมืองไทยมันยังเป็นเครื่องหมายคำถาม ในเมื่อไทยยังฉีดวัคซีนแค่ 6 เปอร์เซ็นต์ ห่างไกลกับเป้าหมาย “ภูมิคุ้มกันหมู่”

หลักความจริงมันยังย้อนแย้งกับภาพมโนความคิดฝัน

ที่สำคัญ ในวันที่เครื่องยนต์หลักท่องเที่ยวยังลุ้นหนัก เครื่องยนต์รองการส่งออกเพิ่งกลับมาเดินเบาๆ รายได้เข้าประเทศยังกะปริบ กะปรอย ตรงกันข้ามกับรายจ่ายไหลเป็นท่อน้ำประปาแตก

งบเยียวยาโควิด เงินก้นถุงเหลือก้อนสุดท้ายแล้ว

ตามแนวโน้มแบบที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง รับสารภาพกลางสภา เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทรอบแรกหมดเกลี้ยง รัฐบาลจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้อีก 5 แสนล้านบาท

ตอกย้ำความผิดพลาดในการบริหารจัดการวิกฤติโรคระบาด ผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” ต้องบากหน้าทนฟังเสียงเย้ยหยันจากฝ่ายค้านในสภา มวลชนฝ่ายต้านนอกสภา รุมโห่ฮา “นักกู้แห่งลุ่มเจ้าพระยา”

ร้องเพลงเสียดสี “ต้องกู้ ต้องกู้ จึงจะชนะ”

แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อรัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น

และก็ตามฟอร์ม พ.ร.ก.กู้สู้โควิด 5 แสนล้านบาทผ่านด่านสภาเรียบร้อย ตามรอยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2565 วาระแรก ด้วยเสียงโหวตชนะขาด 270 ต่อ 196

“บิ๊กตู่” หิ้วงบประมาณกระเป๋าตุง ในสภาพสะบักสะบอมทั้งตัว

จากการโดนรุมล้อมกรอบสกรัมในสภา ไล่ตั้งแต่ “เด็กโหด” ทีมก้าวไกลที่ใส่แบบไม่เลี้ยง อัดผู้นำเก่งแต่กู้ สร้างภาระให้ลูกหลาน โชว์ฉีกเอกสารงบฯกลางสภาหักหน้า กันแรงๆ ขณะที่จอมเก๋าอย่างพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมอายเด็ก ปล่อยมวยหมัดหนักออกมาซัดนายกฯแรงๆชิ่งข้อครหาล้มมวยแลกกล้วย

ฝ่ายค้านโชว์ ฟอร์ม ได้สมกับมวยดุดันไล่ซ้ำคู่ต่อสู้อย่าง “บิ๊กตู่” ที่กำลังเป๋ไปเป๋มา

แต่ที่ผิดฟอร์ม ผิดข้าง ก็คือพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งค่ายภูมิใจไทย และยี่ห้อประชาธิปัตย์ ที่ โหนขบวน ถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะลูกกรอกเกรียนเซราะกราวที่เย้ยผู้นำออก พ.ร.ก.กู้เงิน ต้องกู้หน้านายกฯ ก่อน

ตบหัว ลูบหลัง เกาะเอว ตุ๊ยท้อง ภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ตามแห่ประจาน รุมยำ “บิ๊กตู่” น่วม อารมณ์จุกเสียด หน้าตาบอกบุญไม่รับ จากที่บ่นใน ครม.พรรคร่วมรัฐบาลต่อหน้ารับปากอย่างดี แต่ลับหลังด่าแบบไม่ไว้หน้า อาการยังพาลไปฉุนฝ่ายค้านที่ไล่เหมือนหมูเหมือนหมา ไม่ให้เกียรติผู้นำ

พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอาการงัวเงีย เคลียร์ปมงบประมาณฯไม่ชัด ถามม้า ตอบช้าง ถามการจัดงบฯไม่เหมาะกับวิกฤติโควิด ดันไปตอบเรื่อง “ลุงพล” ไหลไปเรื่องเอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวในสภา

งง มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย

ทั้งหมดทั้งปวง โดยอารมณ์ที่จับทางได้ มันเป็นอาการของผู้นำที่อยู่ในดงกระสุนตก โดนล้อมกรอบถล่มหนักทั้งจากฝ่ายตรงข้าม และฝั่งเดียวกันเอง

ตามสภาพผู้รับเหมา “ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

ลำพังฝ่ายค้านอ่านทางได้ ต้องไล่ขย่มตามเป้าหมายพลิกขั้วอำนาจ แต่หมากซ้อนกลมันอยู่ในคิวของคนกันเองทั้งภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ ที่ดาหน้าอัด “บิ๊กตู่” แต่แล้วก็เข้าแถวโหวตผ่านงบประมาณ

ไม่เขินที่ถูกมอง “เพื่อนกิน” ชิ่งหนียามภัยมา แต่โผล่มาแบ่งเค้กกันสลอน

ตามลีลามันไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่าอารมณ์หมั่นไส้ ถือโอกาสสั่งสอนเอาคืน จากที่โดน พล.อ.ประยุทธ์ รัฐประหารโควิด เวนคืนอำนาจ หมดโอกาสแชร์ผลประโยชน์

ไม่มีโอกาสแจมบริหารงบฯ สั่งข้าราชการซ้ายหัน ขวาหัน เหมือนภาวะปกติ

มันจึงต้องแสดงให้เห็นอิทธิฤทธิ์ “หอกข้างแคร่” พร้อมทิ่มแทง

แต่มันยังมีคิวที่เล่นกันแรง แฝงเกมลึก สลับซับซ้อน ยิ่งกว่าปมของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ฉวยสถานการณ์ซ้ำผู้นำกำลังอ่วมอยู่ในวงล้อมโควิด ลูกติดพันเกมอำนาจการเมือง

กับเหลี่ยมขบตาปลาในหมู่ทหารเฒ่า

ตามปรากฏการณ์ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ เอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง แจ้งข้อกล่าวหา “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกวุฒิสภา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ

มุมหนึ่งก็มองได้ เป็นวาระ ปกติที่อยู่ในแฟ้มคดี กระบวนการ อีกยาว

แต่มันบังเอิญโผล่ในห้วงจังหวะที่ “บิ๊กตู่” กำลังช้ำ ปม “บิ๊กติ๊ก” เท่ากับซ้ำให้ทรุดเข้าไปอีก

ที่น่าเอะใจ ป.ป.ช.ชุดนี้ก็มีที่มาจากการตัดสายสะดือทำคลอดโดย คสช.และมาตรฐานการชี้มูลที่ผ่านมา มักจะถูกมองว่าเข้าเหลี่ยมอำนาจทีมทหารเฒ่ามาตลอด

อยู่ๆ ป.ป.ช.หันดาบมาจ่อคอหอยน้องชายผู้นำ

ในสายตาเซียนการเมือง ผู้เชี่ยวชาญเกมอำนาจ ที่เกาะติดขุมข่ายอำนาจ 3 ป.

ย่อมมองทะลุไปถึงปมที่ซ่อนอยู่หลังกอไผ่

ยิ่งเป็นอะไรที่โยงต่อเนื่องกับกระแสความเคลื่อนไหวการตั้งป้อมค่ายโดยปลัด “ฉ” เป็นโต้โผรองรับฐานอำนาจ “บิ๊กตู่” อีกทาง ท่ามกลางกระแสไอ้ห้อยไอ้โหนขบวนอำนาจทหารเฒ่า ไม่สบอารมณ์กับมุกแตกไลน์อำนาจ เลยอาจนำมาซึ่งเกมล่อเป้ากันเอง ขู่ เตือน กระตุกขา

เตือน พล.อ.ประยุทธ์ให้เห็นถึงความสำคัญโครงสร้างอำนาจที่ต้องพึ่งพา

และตามสถานการณ์มันไหลมาถึงจุดวัดดวงในสภาพที่ผู้นำทหารเฒ่า ผู้เล่นบท “ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” กำลังตกอยู่ในวงล้อม โรคระบาดโควิด เศรษฐกิจ การเมือง

ฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล คนในเครือข่ายขุมอำนาจแฝง 3 ป. ร่วมกันรุมสกรัม

เกมบีบให้คายอำนาจ “รัฐประหารโควิด” ที่รวบไว้ โดยเฉพาะงบประมาณ

สถานการณ์ต้องลุ้น “บิ๊กตู่” จะฝ่าแนว “ล้อมกรอบ” ได้อย่างไร ในอารมณ์แบบที่เจ้าตัวส่งสัญญาณเป็นนัย รัฐบาลยังเหลือเวลาอีก 1 ปี เปิดโหมดวัดใจ

จะยอมงอ หงอตามแรงขู่ เล่นบทนักการเมืองอาชีพเต็มตัว เพื่อทู่ซี้ลากยาวต่อ

หรือไว้ลาย “ทหารอาชีพ” บีบมาก ก็หักดิบยุบสภามันซะเลย.

“ทีมการเมือง”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดจองวัคซีนโควิดวัคซีนโควิดลงทะเบียนฉีดวัคซีนฉีดวัคซีนทีมข่าวการเมืองวิเคราะห์การเมือง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 เวลา 16:13 น.