นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พอใจฝ่ายค้านอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน ติง นายกฯ ใช้อารมณ์ ข่มขู่คุกคาม ส.ส. จ่อตั้ง กมธ.ตรวจสอบ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน

วันที่ 10 มิ.ย. 2564 ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงภาพรวมการอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทว่า ฝ่ายค้านพอใจการอภิปรายเราชี้ให้เห็นว่า การกู้เงินก้อนสุดท้ายน่าจะเป็นปัญหากับประเทศ ทั้งด้านวินัยการเงินและการคลัง และล่อแหลมให้เกิดการทุจริต ใช้เงินไม่เป็นไปตามแผนงาน เกรงว่าจะนำเงินก้อนนี้มาใช้ไม่เกิดประโยชน์ ไม่บรรลุผล ไม่ตอบโจทย์ ทั้งการแก้ปัญหาวิกฤติโควิดและเศรษฐกิจ เพราะเป็นการกู้ที่ไม่มีแผนงานและโครงการ เปรียบเหมือนตีเช็คเปล่า หรือแบงก์เช็ค ขณะที่รัฐบาลก็ตอบคลุมเครือไม่ชัดเจน โดยเฉพาะแผนงานที่จะนำเงินไปใช้ไม่มีความชัดเจนเลย จะซ้ำรอยกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

นายสุทิน กล่าวต่อว่า แต่ที่น่าผิดหวังที่สุด คือ การตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ใช้อารมณ์ในการตอบ จนบดบังสาระไปหมด ที่น่าเป็นห่วงมากคือ ท่าทีที่ออกมาในลักษณะข่มขู่สมาชิกสภาผู้แทนฯ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น และไม่ควรเกิด เพราะการทำงานของ ส.ส. ในสภาฯ เป็นเอกสิทธิ์มีการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนประชาชนที่ต้องตรวจสอบ หนักเบาก็ไม่ควรล่วงเกิน ส.ส. การใช้กิริยาข่มขู่นี้เป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน เพราะถ้า ส.ส. กลัวคำขู่ ก็ไม่กล้าทำงานตรวจสอบแทนประชาชน แต่เห็นใจและเข้าใจว่า นายกฯ ทำงานหนัก แต่ท่านก็ต้องเห็นใจ ส.ส. ฝ่ายค้านด้วยว่า เราก็ถูกกดดันจากพี่น้องประชาชน และสังคมเช่นกัน เช่น เมื่อวาน (9 มิ.ย.) มีกลุ่มประชาชนมายื่นเรื่องให้ฝ่ายค้านลาออก เหตุเพราะฝ่ายค้านไม่สามารถทำงานตรวจสอบรัฐบาลได้

...

"ในอดีตไม่เคยมีนายกฯ คนไหนเท่าที่ผมจำได้โดยเฉพาะช่วงหลัง ที่จะใช้คำพูดในทำนองข่มขู่ คุกคาม ส.ส. ไม่ค่อยมี จึงอยากเตือนนายกฯ ให้ระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ให้มาก" นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวอีกว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้กล่าวสรุปปิดการอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน จากนั้นจะเป็นการลงมติ หลังจากลงมติแล้วก็จะมี ส.ส.บางส่วน หารือเรื่องการจัดตั้งกรรมาธิการตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินกู้ 5 แสนล้านบาท โดยมีความเห็นออกเป็น 2 ทาง คือ 1. ให้กรรมาธิการเดิมที่มีการตรวจสอบ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเดิมอยู่แล้ว ก็ให้ตรวจสอบงบเงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้รวมเข้าไปด้วย รวมเป็น 1.5 ล้านล้านบาท หรือ 2. เห็นว่า การทำงานของกรรมาธิการชุดเดิมล้มเหลว ถูกขัดขวางในการทำงาน มีปัญหามาก ตรวจสอบยากมาก จึงควรจะตั้งกรรมาธิการชุดใหม่ขึ้นมา แต่ขั้นตอนนี้จะต้องเกิดขึ้นหลังจาก พ.ร.ก.ฉบับนี้ จะผ่านการโหวตหรือไม่ และจะผ่านการพิจารณาของ ส.ว.หรือไม่ หากผ่านการพิจารณาของ ส.ว. อาจจะมีการยื่นเรื่องให้ตั้งกรรมาธิการติดตามตรวจสอบเงินกู้ 5 แสนล้านบาท อีกคณะหนึ่งก็ได้.