รัฐบาล เพิ่มสิทธิประโยชน์การตรวจทางห้องแล็บ ตรวจและรักษาภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่มีอาการหลอดเลือดอุดตัน ภายหลังได้รับวัคซีนในช่วง 4-30 วัน ครอบคลุมเบิกจ่าย 4 รายการ

วันที่ 9 มิ.ย. 2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า ระบุว่า ปัจจุบัน มีประชาชนให้ความสนใจ และร่วมใจกันเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้แก่ประชาชนภายหลังจากที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว ล่าสุดรัฐบาลได้เพิ่มสิทธิประโยชน์การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) เพื่อตรวจและรักษาภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่มีอาการหลอดเลือดอุดตัน ภายหลังได้รับวัคซีน (ภาวะ VITT) ซึ่งครอบคลุมการเบิกจ่าย 4 รายการ ได้แก่

1. การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง CBC
2. การตรวจวินิจฉัย Heparin-PF4 antibody (lgG) ELISA assay
3. การตรวจวินิจฉัย Heparin induced Platelet activation test (HIPA)
4. ยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ซึ่งให้เบิกจ่ายตามระบบ VMI

แม้ว่าภาวะ VITT จะมีอัตราการเกิดที่ต่ำมาก (1 : 125,000 - 1 : 1,000,000 ของผู้ได้รับวัคซีน) แต่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จำเป็นต้องขยายสิทธิเพื่อดูแลประชาชนที่มีอาการข้างเคียงให้ได้รับการดูแลทั้งกระบวนการ

ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนไปแล้วในช่วง 4-30 วัน หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • แขนขาชาอ่อนแรง
  • ปากเบี้ยว
  • พูดไม่ชัด
  • หายใจลำบากหรือติดขัด
  • เจ็บแน่นหน้าอก

ต้องรีบเข้ารับการตรวจเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง โดย สปสช. จะสนับสนุนค่าตรวจรวมทั้งค่ารักษาให้.

...