ไลฟ์สไตล์
100 year

เลขาฯ สมช. ชี้ ปลดล็อกเอกชน-อปท.ซื้อวัคซีน แต่ยังต้องสั่งจากหน่วยงานรัฐ

ไทยรัฐออนไลน์
9 มิ.ย. 2564 15:08 น.
SHARE

เลขาฯ สมช. ชี้ แม้ปลดล็อกเอกชน-อปท. จัดหาวัคซีน แต่ต้องสั่งจากหน่วยงานรัฐ สอดคล้องแนวทางกระจายวัคซีน ย้ำ ต้องผ่าน คกก.โรคติดต่อจังหวัดพิจารณาด้วย ยังไม่รู้โมเดอร์มา-ซิโนฟาร์มมาเดือนไหน

วันที่ 9 มิ.ย. 2564 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงประกาศ ศบค. เรื่องแนวทางบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ปลดล็อกให้องค์กรเอกชนและท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ได้ ว่า จากการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินทำข้อเสนอแนะมาที่ ศบค. อยากให้กำหนดแนวปฏิบัติการดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีน จึงเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบ และออกเป็นประกาศ

ส่วนคำถามว่าต้องซื้อจากหน่วยงานรัฐที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่สามารถซื้อโดยตรงกับบริษัทผู้ผลิตได้ใช่หรือไม่นั้น ในระยะนี้ขอให้เป็นแบบนี้ไปก่อน เนื่องจากวัคซีนมีจำกัด แต่ละประเทศผู้ผลิตกำหนดเงื่อนไขจำหน่ายคือให้หนึ่งประเทศหนึ่งสัญญา สมมติว่าถ้าทั้งรัฐและเอกชนต้องการซื้อ ต้องแบ่งปริมาณกัน โดยเนื้อหาประกาศมี 3 ส่วนสำคัญ คือ

1. กำหนดหน่วยงานที่สามารถนำเข้ามาในราชอาณาจักร ได้แก่ กรมควบคุมโรค สถาบันวัคซีนแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม สภากาชาดไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่สามารถนำเข้ามาได้ รวมทั้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป

2. ให้เอกชนและโรงพยาบาลเอกชน สามารถสั่งซื้อจากหน่วยงานที่กล่าวข้างต้น ไม่สามารถซื้อโดยตรงจากบริษัทได้

3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ดูกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แผนงานงบประมาณ แผนกระจายวัคซีนของ ศบค. เนื่องจาก อปท. ต้องใช้เงินแผ่นดิน จึงใช้งบประมาณให้คุ้มค่ามากที่สุด และสอดคล้องกับแผนวัคซีนที่กำหนดแนวทางไว้และส่วนที่เพิ่มเติม คือ ทุกส่วนงานทั้งเอกชนและโรงพยาบาลเอกชน หรือหน่วยงานใดก็ตาม ต้องประสานบูรณาการกับหมอพร้อม เนื่องจากแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม” จะเป็นแพลตฟอร์มสุดท้ายที่ควบคุมข้อมูลของประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติที่ฉีดวัคซีนให้เป็นระบบเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าในส่วนของ อปท. ต้องกำหนดวงเงินในการใช้จ่ายหรือไม่ เพราะ อปท.แต่ละท้องที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐไม่เท่ากัน ถ้านำมาใช้กับวัคซีนทั้งหมดอาจไม่พอกับการบริหารงานด้านอื่นหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า สิ่งที่ถามเป็นคำตอบในตัวอยู่แล้ว เพราะ ศบค. เป็นห่วงศักยภาพด้านงบประมาณของท้องถิ่นที่แตกต่างกันอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ หากเป็นไปได้อยากให้ อปท. ทำหน้าที่แค่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดประชาชนเข้ามาฉีดวัคซีน ตามที่ ศบค. หรือกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า อปท. ควรให้ ศบค. พิจารณาว่าจะจัดซื้อได้จำนวนเท่าไรโดยดูจากรายได้เงินอุดหนุนของรัฐด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ตอบว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ย้ำว่าต้องดูกฎหมาย ดูแผนงานที่ ศบค. แจกจ่ายให้ ซึ่งเราพิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว ดูจากสัดส่วนของประชาชน จังหวัดใหญ่ประชากรมากก็ได้มาก พิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดจังหวัดใดที่มีการแพร่ระบาดสูงและรุนแรงจะได้รับสัดส่วนที่เติมเข้าไป และพิจารณากลุ่มจังหวัดเศรษฐกิจ ที่ต้องเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดก็จะได้รับเพิ่มเติมอีกส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่า อปท.ทุกแห่งจะซื้อได้ ต้องดูหลักเกณฑ์แนวทางนี้ และการดำเนินการจะพิจารณามาตามลำดับ ตั้งแต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จากนั้นนำเข้า ศบค. พิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ว่าประกาศออกไปแล้ว อปท. สามารถซื้อได้เองทันที

ส่วนเอกชนหรือสถานพยาบาลเอกชนที่จะซื้อวัคซีนจากหน่วยงานตามที่รัฐกำหนดจะต้องรายงานจำนวนที่จัดซื้อให้กับ ศบค. ด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ไม่ต้อง เพราะหน่วยงานรัฐที่จะสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนใหญ่จะหารือกับ ศบค. ว่าจะสั่งวัคซีนชนิดนี้จำนวนเท่าไร เพื่อแจกจ่ายให้ใครบ้าง สำหรับจำนวนที่จะให้เอกชนหรือหน่วยงานซื้อได้ ยังไม่ได้กำหนด เพราะยิ่งได้ฉีดมากขึ้นเร็วขึ้นยิ่งดี แต่เราจะดูปริมาณที่มา ขณะนี้รัฐบาลเตรียมวัคซีนให้ประชาชน 100 ล้านโดส สำหรับ 50 ล้านคน คนไทยมีประมาณ 67 ล้านคน ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 2.6 ล้านคน รวมประมาณ 70 ล้านคน การที่เตรียมไว้สำหรับ 50 ล้านคน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ถ้าสามารถฉีดให้ได้มากกว่านี้ก็ดี แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบจำนวนทั้งหมดของคนไทยที่ต้องการฉีดวัคซีนว่ามีเท่าไร ยังไม่สามารถประเมินได้

“ถ้าสั่งวัคซีนเข้ามาในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดปัญหาภายหลังไม่มีคนมาฉีดแล้ววัคซีนเหลือ ขอให้เห็นใจ เวลานี้จะคิดเผื่อไปถึงอนาคตก็ลำบาก แต่เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะถูกตำหนิว่าทำไมทำอย่างนั้นอย่างนี้ ขอให้คิดถึงปัจจุบัน และอยากให้คิดว่าเมื่อถึงเดือน ก.ย. หรือ ต.ค. สถานการณ์ดีขึ้นจะมีคนให้ฉีดอีกกี่คน สรุปคือเราต้องเตรียมไว้ในจำนวนหนึ่งที่คิดว่ามากพอและเป็นไปได้”

อย่างไรก็ตาม ในคำถามว่าวัคซีนที่จะเข้ามาจำหน่ายให้กับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ จะมาประมาณเดือนใด พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เบื้องต้นประมาณ 3-5 ล้านโดส ของโมเดอร์นาและซิโนฟาร์มที่ติดต่อเข้ามา แต่ยังไม่ทราบว่าจะมาในเดือนใด ต้องรอหลังจากประกาศนี้ไปแล้ว จะมีการติดต่อจริงจังอย่างไร.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19วัคซีนโควิดอปท.โรงพยาบาลเอกชนณัฐพล นาคพาณิชย์ซื้อวัคซีนโควิด-19องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกระจายวัคซีนไฮไลต์ไวรัสโคโรน่า

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 14:25 น.