ผมเคยอ่านตำรารู้แค่ว่า นสพ.บางกอกรีคอดเดอร์ นสพ.ฉบับแรกของไทย ที่ นพ.บรัดเลย์ มิชชันนารีอเมริกัน พิมพ์จำหน่าย พ.ศ.2387 รัชกาลที่ 3 ไม่มีข่าวใหญ่โตน่าสนใจ มีแค่รายงานเรือสินค้าเข้าออก
“กาญจนาคพันธุ์” เขียนเรื่องบางกอกรีคอดเดอร์ ไว้ในนิตยสารกระดึงทอง (ส.ค.2500) เปรียบเทียบกับเรื่อง “นิวยอร์กไทม์” ทำให้ผมได้ความรู้ใหม่
นสพ.ของหมอปลัดเล (ชื่อเขียนตามต้นฉบับ) นับเป็นต้นแบบ ผู้นำข่าวขุด หรือข่าวสกู๊ป ข่าวเดี่ยวลงพิมพ์ก่อนใคร ส่งผลสะเทือนเลือนลั่นไปทั้งโลกหลายข่าว
บางกอกรีคอดเดอร์ลงข่าวเอื่อยเฉื่อยธรรมดาจน 1 พ.ค.2408 ก็ขุด ข่าวตื่นเต้นพิศวง เอาหนังสือสัญญาน้ำสุราซึ่งทำกันเองลับๆ ระหว่างกัปตันเออบาเร็ตกงสุลฝรั่งเศส กับนายอากรสุราในกรุงเทพฯ ออกมาตีแผ่
ตอนนั้น อเมริกันกับฝรั่งเศส ส่วนที่เกี่ยวข้องกับไทยก็ยังไม่มีอะไรกันนัก อเมริกันยุ่งกับสงครามกลางเมือง แต่เมื่อ นสพ.สัญชาติอเมริกันมาขุดข่าวมิดีมิร้ายของฝรั่งเศสให้งามหน้าเล่น จึงกระทบกระเทือนกันไปหลายฝ่าย
ตัวกงสุลเออบาเร็ตนั้น เริ่มรู้กันว่าเป็นคนขี้โมโหและดุ มีเรื่องอาละวาดให้บางกอกรีคอดเดอร์ขุดบ่อยๆ เช่นเรื่องหม่อมราโชทัย อธิบดีศาลต่างประเทศ ถูกตบหน้า
เรื่องมีว่า บาทหลวงฝรั่งเศส กับพระยาวิเศษวิวาทกัน บาทหลวงไปฟ้องกงสุลเออบาเร็ตว่า ขุนนางไทยด่าถึงศาสนา เขียนจดหมายให้คนถือเข้าไปฟ้องในหลวงถึงพระราชวังตอนดึก
สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงอ่านแล้วตรัสว่า จะพิจารณาวันรุ่งขึ้น คนถือหนังสือพยายามตื๊อ เมื่อไม่ได้ดังใจก็กลับมาฟ้องกงสุลว่า ในหลวงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระเจ้านโปเลียน
ท่านกงสุลโกรธ เขียนจดหมายอีกฉบับ ทูลสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ว่าจะไปฟ้ององค์เอมเปอเรอ และจะเรียกเรือรบที่ไซ่ง่อนมาตีเมืองไทย
...
วันที่เกิดเรื่องนี้ หลังข่าวสัญญาลับน้ำสุราสามเดือน สมเด็จพระจอมเกล้าฯ รับสั่งให้หม่อมราโชทัย ไปชี้แจง พอถึงตึกกงสุล ท่านเออบาเร็ต ก็ปรี่เข้ามาผลักอก
ข่าวถูกขยาย เป็นตบหน้า บ้างก็ว่าจิกหัว กระชากหีบเครื่องหมากเครื่องยศเหวี่ยงกระจุยกระจาย
บางกอกรีคอดเดอร์ เขียนข่าวนี้ โดยใช้คำฝรั่ง แปลเป็นไทย ธรรมดาว่า หยาบคายไม่มีมารยาท แปลอย่างหาเรื่องก็ “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”
นสพ.โจมตีไม่กี่วัน ท่านกงสุล ก็ผลุนผลันลงเรือหลวงไปฝรั่งเศส แต่จะไปฟ้องพระเจ้านโปเลียนจริงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ เรือรบที่ขู่ไว้ทำให้กลัวๆกัน ก็ไม่เห็นโผล่มา
ฝีมือขุดข่าวของหมอปลัดเล ถึงขั้นสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงตรัสชมเชยกับกงสุลอเมริกัน ทรงยื่นพระกำปั้น แหย่ไปทางหมอปลัดเล เป็นทำนองหยอกให้รู้ว่าคุ้นเคยกันดี
นอกจากขุดข่าวนี้บางกอกรีคอดเดอร์ ยังขุดข่าวที่กงสุลฝรั่งเศส ขู่รัฐบาลสยามให้ปลดสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ออกจากตำแหน่งหัวหน้าเสนาบดี ด้วยเรื่องที่พยายามกีดกันไม่ให้ฝรั่งเศสยึดเขมร
ถึงขั้นนี้นายเออบาเร็ตก็ทนไม่ได้ ฟ้องหมอปลัดเลข้อหาหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 1,500 เหรียญ คดีขึ้นศาลกงสุลอเมริกัน ตัดสินให้หมอปลัดเลแพ้คดี ให้ชดใช้ค่าเสียหาย 100 เหรียญ
ตอนนั้น หมอปลัดเลทั้งชราและยากจน พวกฝรั่งสงสาร เรี่ยไรเงินกันช่วยจ่ายค่าเสียหายแทน
พ.ศ.2409 บางกอกรีคอดเดอร์ พิมพ์ขายได้ 23 ปี ก็ต้องเลิก ไม่มีทุนรอนและหมดเรี่ยวแรงที่จะขุดข่าวต่อ บางกอกรีคอดเดอร์ ไม่เพียงเป็นต้นแบบคำเรียก หนังสือพิมพ์
ยังเป็นต้นแบบการขุดข่าวแบบคุณภาพ ที่กาญจนาคพันธุ์ เปรียบเหมือนเด็กๆ ก่อพระเจดีย์ทราย...แต่ถ้าเป็นข่าวอีกแบบ ที่สมัยต่อมาเรียกข่าวตลาด ท่านเปรียบเป็น “กองขี้วัว”
ข่าวกองขี้วัวนี้ ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวขายดี ตัวอย่างข่าวน้องชมพู่ กับลุงพล นั่นปะไร ตามอ่านกันมาเป็นปี เบื่อแสนเบื่อแค่ไหน อย่างน้อยก็ต้องยังชำเลืองตามอง.
กิเลน ประลองเชิง