วันนี้วันดีเดย์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ดันกลายเป็น “วาระสุดมั่วแห่งชาติ” ไปเสียฉิบ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ กรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศแท้ๆ ยังมั่วได้ขนาดนี้ โรงพยาบาลเอกชนที่เป็นจุดฉีดวัคซีนหลายแห่ง แจ้งผู้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนให้รอรับ SMS คืนวันที่ 6 มิถุนายน เพื่อไปฉีดวัคซีนเช้าวันที่ 7 มิถุนายน เพราะวัคซีนไม่มาตามนัด คาดว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนจากรัฐบาลในค่ำวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน

ส่วนผู้ลงทะเบียน “หมอพร้อม” ในต่างจังหวัด แต่ละจังหวัดก็ฉีดไปตามยถากรรม ได้รับเท่าไหร่ก็ฉีดเท่านั้น บางจังหวัดผู้ว่าฯ แจ้งยกเลิกการฉีดไปเลย เห็นใจคนที่ผิดหวังจริงๆ

ผมไม่คิดเลยว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะบริหารประเทศได้แย่ขนาดนี้ โดยเฉพาะเรื่อง การจัดหาและการกระจายวัคซีนที่มีชีวิตประชาชน 70 ล้านคน เป็นเดิมพัน และ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศกว่า 15 ล้านล้านบาท

ไหนละครับ “ความพร้อม” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้โฆษกรัฐบาลออกมาแถลง ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขและ กทม. มีศักยภาพการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้วันละ 860,000 คน โดย กรุงเทพฯ มีจุดฉีดวัคซีนมากกว่า 150 แห่ง และ 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีจุดฉีดวัคซีน 1,475 แห่ง ผมจะรอดูว่าวันนี้รัฐบาลสามารถฉีดวัคซีนได้ถึง 860,000 คน ตามที่แถลงไว้หรือไม่

ชาว กทม. พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยแจ้งว่า ตั้งแต่ 7 มิถุนายน เป็นต้นไป โรงพยาบาลในพื้นที่ กทม. จะเริ่มฉีดวัคซีนให้ ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ที่ลงทะเบียนผ่าน “หมอพร้อม” จำนวน 463,861 ราย และ ฉีดเข็มที่ 2 อีก 520,000 ราย ก็ต้องดูว่าวันนี้จะฉีดได้สักกี่ราย เมื่อวันเสาร์โรงพยาบาลหลายแห่งแจ้งว่ายังไม่ได้รับวัคซีน ผู้ที่ได้นัดฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิถุนายน ให้รอรับเอสเอ็มเอสยืนยันคืนวันที่ 6 มิถุนายน ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี ไหนคุณหมอบอกว่า ก่อนไปฉีดวัคซีนต้องนอนหลับให้เพียงพอ

...

แม้รัฐบาลจะบริหารจัดการวัคซีนได้สุดมั่ว ก็ต้องทนเอาครับ การได้ฉีดวัคซีนดีกว่าไม่ได้ฉีดวัคซีน สามารถป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ จะมีใครทำมาหากินกับวัคซีนตามที่มีข่าวลือหรือไม่ ผมไม่ทราบจริงๆ ขอให้เวรกรรมเป็นผู้พิจารณาก็แล้วกัน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า การฉีดวัคซีนในเดือนมิถุนายนนี้ เป็นการฉีดวัคซีนตามแผนหลัก ใน สัปดาห์นี้จะมีวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 ล้านโดส วัคซีนซิโนแวคอีก 1.5 ล้านโดส ขณะนี้มีวัคซีนในมือที่จะฉีดตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน เป็นต้นไปรวม 3,540,000 โดส สัปดาห์ที่ 3 จะมีวัคซีนมาอีกอย่างน้อย 840,000 โดส และ สัปดาห์ที่ 4 อีก 2,580,000 โดส เป็นวัคซีนอะไรไม่ได้บอก ภาพรวมเดือนมิถุนายนจะมีวัคซีนมากกว่า 6 ล้านโดส ปลายเดือนนี้คาดว่าจะฉีดให้ได้ 10 ล้านโดส รวมกับที่ฉีดไปก่อนแล้วเกือบ 4 ล้านโดส

สรุปง่ายๆ ก็คือ เดือนมิถุนายนนี้จะฉีดให้ได้ 6 ล้านโดส เอา 30 วันหาร เฉลี่ยฉีดได้วันละ 200,000 โดส น้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพการฉีดที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้โฆษกออกมาแถลงว่า สามารถฉีดได้วันละ 860,000 คน (โดส) แต่ตัวเลขที่ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลง เฉลี่ยฉีดได้วันละ 2 แสนโดสเท่านั้น น้อยกว่าศักยภาพถึง 4 เท่า

แล้วเดือนหน้า กรกฎาคมวัคซีนแอสตราเซเนกาอีก 10 ล้านโดส จะมาตามนัดไหม?

คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ เจ้าของโปรเจกต์ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่มีกำหนด เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 กรกฎาคมนี้ ก็ยังบ่นกับนักข่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ก็มีความกังวลเช่นกันว่า การจัดสรรวัคซีนอาจไม่สามารถทำได้ตามกำหนด ถ้าวัคซีนไม่มาตามนัด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ก็จะเป็นแค่แซนด์ในบ๊อกซ์ ชาวภูเก็ต อาจจะต้อง ฝันสลาย อีกครั้ง แม้จะทุ่มเทลงไปเต็มที่แล้วก็ตาม.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

ปฏิบัติการไทยรัฐ ฝ่าวิกฤติโควิด-19