ไลฟ์สไตล์
100 year

“เรืองไกร” ซบพลังประชารัฐ เป็น กมธ.งบฯ ปัดถูกกดดัน-ไม่มีเงินล่อ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
4 มิ.ย. 2564 05:20 น.
SHARE

ปิดฉากลิเกโรงใหญ่ ส.ส.ภท.-ปชป.โหวตผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.งบฯ 65 วาระแรก ไม่มีใครกล้าแตกแถว “บิ๊กตู่” เมินกระแสปรับ รมว.สธ. พปชร.เปิดตัว “เรืองไกร” สวิงขั้วเปลี่ยนสี นั่ง กมธ.งบฯด้วย เจ้าตัวปัดถูกกดดัน-ไม่มีเงินล่อ แค้น พท.มองข้ามหัว “วิรัช” ฟุ้งก่อนเลือกตั้งใหญ่จะมีเซอร์ไพรส์กว่านี้ ปูดตัวจี๊ดฝ่ายค้านจ่อทยอยซบ พท.เย้ย “ประยุทธ์” ไปไม่เป็น ฉะพรรคร่วมปาหี่ต่อรองผลประโยชน์ ท้าลั่นพร้อมรับไม้กู้วิกฤติแทน “ลุง” ภท.พลิ้วแค่ติเพื่อก่อไม่ทำลายใคร ท้วงติงในสภาถือเป็นหน้าที่ ส.ส.

หลังแสดงลิเกโรงใหญ่ในการอภิปรายวิพากษ์–วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 สุดท้าย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ ไม่มีใครกล้าแตกแถว แต่ที่เเซอร์ไพรส์กว่าคือการเปิดตัวนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ย้ายสวิงขั้วซบพรรคพลังประชารัฐ มานั่งเป็น กมธ.งบประมาณด้วย

ข่าวแนะนำ

ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 65 ฉลุยวาระแรก

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 23.40 น. วันที่ 2 มิ.ย. หลังการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 วาระแรกเสร็จสิ้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 269 ต่อ 201 เสียง งดออกเสียง 2 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 จำนวน 72 คน ตามสัดส่วน ครม. 18 คน พรรคเพื่อไทย 15 คน พรรคพลังประชารัฐ 13 คน พรรคภูมิใจไทย 7 คน พรรคก้าวไกล 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน และตามสัดส่วนของพรรค การเมืองที่มีที่นั่งในสภานัดประชุมนัดแรกวันที่ 4 มิ.ย. สำหรับรายชื่อ กมธ.งบฯที่น่าสนใจ อาทิ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และที่สร้างความฮือฮามากสุดคือ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ มีชื่อเป็น กมธ.ในนามพรรคพลังประชารัฐ

ปาหี่ ภท.–ปชป.ไม่กล้าแตกแถว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบผลการลงมติ พบว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนลงมติรับหลักการทุกคน ไม่มีใครแตกแถว โดยเฉพาะส.ส.พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีปัญหาระหองระแหงใจกับนายกฯลงมติรับหลักการทุกคน เช่นเดียวกับพรรคเล็กทุกพรรค ในส่วนของพรรคฝ่ายค้านพบว่ามีเสียงหายไป 11 เสียง เป็น 4 เสียงของงูเห่าพรรคก้าวไกล คือ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย และนายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ที่ลงมติเห็นด้วย ขณะที่ น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี ป่วยต้องเข้าแอดมิตที่โรงพยาบาลกะทันหัน อีก 5 เสียงพรรคเพื่อไทย คือ นายจักรพรรดิ ไชยสาสน์ ส.ส.อุดรธานี นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ส.ส.มหาสารคาม น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายพลภูมิ วิภัติ-ภูมิประเทศ ส.ส.กทม. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี และพรรคประชาชาติ 1 คน คือ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี ที่ไม่ลงคะแนน

“บิ๊กตู่” เมินกระแสปรับ รมว.สธ.

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ขณะเดินลงมาจากห้องประชุมพร้อมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ยินดีที่ร่าง พ.ร.บ.งบฯผ่านมติไปด้วยดี จะได้ใช้งบประมาณเพื่อเดินหน้าให้เร็วที่สุด หลายอย่างต้องเร่งดำเนินการ ส่วนอะไรพอหรือไม่พอ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของฝ่ายบริหาร เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข แต่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบ ได้แต่หันมาขอบคุณบรรดารัฐมนตรีที่เดินมาส่งพร้อมทำท่ายกนิ้วว่า “เยี่ยม” และเดินทางออกจากอาคารรัฐสภาทันที

“เรืองไกร” เปลี่ยนสีซบ พปชร.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ให้สัมภาษณ์ว่ามีคนของพรรคพลังประชารัฐชักชวนให้มาช่วยดูการจัดทำงบประมาณปี 65 จึงตอบรับเพราะเป็นคนทำงาน ไม่ได้มีอะไร ในชั้น กมธ.มองว่าถ้าอยู่เสียงข้างมากจะทำงานแล้วเกิดประโยชน์กว่าอยู่เสียงข้างน้อยที่ทำอะไรได้ไม่มาก และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ติดต่อมานานแล้ว เมื่อพรรคพลังประชารัฐเสนอมาจึงยินดีทำงานด้วย เมื่อถามว่าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือยัง นายเรืองไกรตอบว่ายอมรับมีการติดต่อชักชวนให้มาร่วมงาน ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็เคยเอ่ยชวน แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตอบรับ ตอนนี้ยังรอขั้นตอนทางเอกสารหากเรียบร้อยจะเป็นสมาชิกพรรคอย่างสมบูรณ์ คงเข้าไปช่วยดูเรื่องกฎหมายและงานที่เคยทำ เมื่อถามว่าถือเป็นการย้ายขั้วหรือไม่ นายเรืองไกรตอบว่าไม่เกี่ยวกัน ตนทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ เป็นแมวที่จับหนูได้ทุกสี

ปัดถูกกดดัน–เงินล่อย้ายขั้ว

นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการก่อนหน้านี้ ทั้งที่ร้อง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร หรือคนในซีกรัฐบาล จะเดินหน้าต่อไปไม่มีถอนเรื่อง ส่วนงบกองทัพจะตรวจสอบเหมือนที่ผ่านมาโดยเฉพาะงบลับชั้น กมธ.จะให้ความสำคัญ ยืนยันการไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐไม่มีใครมากดดันบีบบังคับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีหรือเรื่องเงิน แค่เห็นว่าทำงานได้เปิดโอกาสให้ก็ตอบรับร่วมงาน ถ้าใครจะมองว่าย้ายขั้วคงห้ามไม่ได้ ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเคยใส่ชื่อตนเป็น กมธ.งบฯปี 64 แต่กลับถอดออกแล้วเปลี่ยนคนทั้งที่พูดคุยกันจบแล้ว รู้สึกเจ็บลึกเมื่อให้ทำงานแล้วเอาคืน ทำให้ไม่ไว้ใจยากที่จะไปร่วมงานอีก

“วิรัช” ฟุ้งจะมีเซอร์ไพรส์กว่านี้

นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นายเรืองไกรสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเป็นเดือนแล้ว เราเป็นพรรคใหญ่บางอย่างที่เราขาดไปก็ต้องเสริมตรงส่วนนั้น โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณต้องได้คนที่มีความเข้าใจ เห็นว่านายเรืองไกรมาเสริมตรงนั้นได้ กรณีนี้ยังไม่น่าตกใจ ถ้ามีการเลือกตั้งในครั้งหน้าอาจเซอร์ไพรส์กว่านี้ เมื่อถามว่างานด้านกฎหมายมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อดูแลอยู่ จะซ้ำซ้อนกันหรือไม่ นายวิรัชตอบว่าไม่เกี่ยวกันใครรับผิดชอบเรื่องใดก็ทำไป ตรงไหนขาดก็เข้าไปเสริม การทำงานยังมีหลายแผนก ตรงนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รับทราบว่านายเรืองไกรมาเป็นสมาชิกพรรคแล้ว พร้อมขอให้ช่วยกันทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนายเรืองไกรแล้ว ยังมีนักการเมือง และ ส.ส.อีกหลายคนเตรียมย้ายเข้าพรรคพลังประชารัฐ หนึ่งในนั้นเป็น ส.ส.ภาคเหนือ ฝ่ายค้านฝีปากกล้าและล่าสุดพรรคพลังประชารัฐกำหนดนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 20 มิ.ย. ที่ จ.ขอนแก่น มีประเด็นที่ต้องจับตาคือ การปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค

พท.ซัดนายกฯไปไม่เป็นแจงงบ

ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยพอใจการทำหน้าที่ของ ส.ส.พรรค ที่ช่วยกันอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯชี้ให้เห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไร้ประสิทธิภาพ บริหารประเทศผิดพลาด ล้มเหลวซ้ำซากมาตลอด 7 ปี โดยเฉพาะสถานการณ์ระบาดโควิด-19 รัฐบาลล่าช้าทั้งการป้องกัน ตรวจรักษา แก้ปัญหาผิดที่ผิดเวลา จัดหาวัคซีนล่าช้า ทำให้ประชาชนเดือดร้อนด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ จัดงบประมาณล้มเหลวไม่สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน แฝงการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ส่อมีการหาประโยชน์ทางการเมือง ขณะที่นายกฯจำนนต่อข้อเท็จจริง ตอบไม่ได้ไปไม่เป็น ชี้แจงไม่ตรงคำถาม

ฉะลิเกต่อรองผลประโยชน์

นายประเสริฐกล่าวว่า คำถามสำคัญที่นายกฯชี้แจงไม่ได้คืองบฯกระทรวงกลาโหม ที่นำไปจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวม 3 เหล่าทัพกว่า 8,274 ล้านบาท ยังไม่รวมงบผูกพันระหว่างปี 2565-2568 อีก 88,969 ล้านบาท โดยเฉพาะการซื้อเรือดำน้ำแบบจีทูจีของกองทัพเรือ 37,849 ล้านบาท กลับกันกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นหน่วยงานหลักแก้วิกฤติโรคระบาด กลับถูกลดงบประมาณถึง 4,300 ล้านบาท เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 12 ปี เหตุผลดังกล่าวนำมาสู่การไม่รับร่างงบประมาณของ ส.ส.เพื่อไทย เพราะไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ ทั้งนี้แม้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านวาระแรก ด้วยกลไกการเมืองและการประสานผลประโยชน์กันอย่างไม่คำนึงถึงทุกข์ยากของประชาชน แต่เห็นได้ว่าการอภิปรายของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน กลับตอกย้ำให้เห็นการจัดทำงบฯที่ไม่สอดคล้องสถานการณ์วิกฤติชาติ แย่งชิงการนำทางการเมือง ไร้แนวทางพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แต่ก็ลงมติย้อนแย้งกับสิ่งที่อภิปรายในสภา ส่อว่าอาจมีการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง

ลั่นพร้อมรับไม้กู้วิกฤติแทน “ลุง”

“ในวาระ 2 ชั้นกรรมาธิการ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ประชาชนต้องรอด ประยุทธ์ต้องร่วง จะปกป้องภาษีประชาชนทุกบาททุกสตางค์ให้จัดสรรใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น พรรคเพื่อไทยเรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์พิจารณาตัวเอง เปิดทางให้ผู้มีความรู้ความสามารถมาแก้วิกฤติประเทศ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป สถานการณ์เลวร้ายเกินจะฟื้นฟู ประยุทธ์ไม่พร้อม เพื่อไทยพร้อม พรรคเพื่อไทยที่ได้รับการยอมรับไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร มีความพร้อมจะแก้ปัญหาและดูแลชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน มั่นใจว่าทำได้ดีกว่ารัฐบาลนี้อย่างแน่นอน ไม่เชื่อ อย่าท้า” นายประเสริฐกล่าว

4 กระทรวง ศก.มัดรวมยังน้อยกว่า กห.

น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างงบประมาณฯ ปี 65 ที่ตั้งงบรายจ่ายประจำสูงถึงร้อยละ 76.1 และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปเบียดงบลงทุน สถานการณ์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนี้คือรัฐบาลต้องกู้มากกว่างบลงทุน หมายความว่าเงินกู้ส่วนหนึ่งถูกกู้มาเพื่อจ่ายงบประจำ คือเงินเดือนและค่าจ้างข้าราชการ ที่ผ่านมายอดจีดีพีต้องพึ่งพาการส่งออกถึงร้อยละ 70 แต่ 10 อันดับแรกการส่งออกของไทย แทบไม่มีที่ยืนในรายการสินค้าสำคัญของไทยเลย กว่าร้อยละ 80 เป็นของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน ใช้ไทยเป็นฐานผลิต ปี 2562-2563 จีดีพีของไทยอยู่ที่ 15-16 ล้านล้านบาท แต่กลับจัดเก็บภาษีได้เฉลี่ยเพียงร้อยละ 15 เป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก รัฐบาลเคยบอกว่าจะชูอุตสาหกรรมภาคการเกษตร ผลักดันสู่ตลาดโลกหลังวิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาสของไทยที่จะสร้างฐานรายได้เพิ่ม แต่ปรากฏว่าการจัดสรรงบฯให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้ง 4 กระทรวงรวมกัน ยังได้น้อยกว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมเกือบ 1 แสนล้านบาท สรุปแล้วงบประมาณที่จะผลักดันการส่งออกสินค้าของไทยหลังวิกฤติโควิด-19 ได้รับการจัดสรรน้อยกว่างบประมาณสำหรับการนำเข้าอาวุธยุธโธปกรณ์เสียอีก

ภท.พลิ้วแค่ติเพื่อก่อไม่ทำลายใคร

ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การที่ ส.ส.ของพรรคอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์งบฯอย่างหนัก เพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติคือรัฐบาลรู้ข้อบกพร่อง นำไปแก้ไข ไม่ใช่วิจารณ์เพื่อทำลายใคร เป็น ส.ส.มา 3 สมัย อยู่ฝ่ายรัฐบาลตลอด แต่ทุกครั้งที่อภิปรายไม่เคยชื่นชมรัฐบาล หากไม่ลงมติรับหลักการ ร่างงบฯจะตกไป รัฐบาล และหน่วยงานต่างๆต้องให้สำนักงบประมาณพิจารณากันใหม่ กว่าจะเสนอกลับเข้าสภาฯอีกครั้ง ใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากใช้งบฯปี 64 ไปพลางก่อนก็ไม่มีงบฯลงทุน ซึ่งไม่เป็นผลดี และยังไม่มีงบฯสำหรับบริหารโควิด-19 การอภิปรายท้วงติงเพื่อต้องการชี้ให้เห็นชัดๆว่าการจัดสรรงบฯแบบนี้ บนสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ เป็นการจัดสรรที่ผิดพลาด และน่าผิดหวัง ควรทำได้ดีกว่านี้ เรามีหน้าที่วิพากษ์เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่วิพากษ์เพื่อนำไปสู่ความพินาศ

ท้วงติงในสภาถือเป็นหน้าที่ ส.ส.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่โหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 เพราะเราไม่ได้พิจารณาเพียงมิติการเมือง แต่ต้องพิจารณาถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เชื่อว่า ส.ส. ไม่ว่าฝั่งใดต้องทำหน้าที่เสนอความเห็นชมบ้างติติงบ้าง แล้วแต่ประสบการณ์ และความคิดเห็น ยืนยันการแสดงความเห็นในสภาเป็นสิ่งที่ ส.ส.พึงกระทำ เพื่อให้ผู้ยื่นกฎหมาย และรัฐบาลรู้ข้อบกพร่อง และนำไปปรับปรุง เมื่อวันที่ 27 พ.ค. มี พ.ร.ก. 2 ฉบับที่เสนอโดยรัฐบาลทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ให้ข้อเสนอแนะ ตำหนิหลากหลาย แต่สุดท้ายก็อนุมัติเห็นชอบ คำถามคือแบบนี้เรียกละครโรงใหญ่ เหมือนกันไหม แปลกใจพอตัวเองทำบอกเพื่อชาติ พอคนอื่นทำบอกเล่นละคร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะพรรคพลังประชารัฐพ.ร.บ.งบประมาณ 2565พรรคเพื่อไทยวิรัช รัตนเศรษฐข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 08:22 น.