บริหารวัคซีนผิดพลาด

ข่าว

    บริหารวัคซีนผิดพลาด

    ทีมข่าวการเมือง

      27 พ.ค. 2564 05:08 น.

      วัคซีนไม่พอ สวนทางกับความต้องการของประชาชน สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสมรณะโควิด–19 ในไทย ลุกลามบานปลายน่ากลัว คนแห่จองฉีดวัคซีนกันทั่วประเทศ แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้ฉีดกันเมื่อไหร่ วัคซีนจะมีหรือไม่

      ตามจังหวะที่ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ออกมาตั้งคำถามถึงบริษัทแอสตราเซเนกา

      ทำไมไม่ปรับลดโดสวัคซีนให้เหลือเพียงเข็มเดียวสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนา ในภาวะที่มีวัคซีนไม่เพียงพอ จะได้เอาไปฉีดจำนวนคนได้มากขึ้นเท่าตัว และเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วขึ้น

      หลังเกิดปัญหาหน่วยบริการหลายแห่งเลื่อนการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 2 ออกไป
      กลัว “ของขาด” วัคซีนมาไม่ทันตามกำหนด

      เรื่องนี้ไปถาม “หมอหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ก็ยืนยันทะแม่งๆ วัคซีนแอสตราเซเนกา ที่ผลิตในไทย ส่งทันฉีดวันที่ 7 มิ.ย.แน่ เพราะในสัญญาการส่งมอบระบุชัด

      แต่ก็อาจนำวัคซีนที่อยู่ในแหล่งผลิตอื่นส่งให้ไทยก็ได้

      ขณะที่บริษัท แอสตราเซเนกา ประเทศไทย บอกเพียงว่าจะส่งมอบให้ตามกำหนดเดือน มิ.ย. แต่ไม่ระบุวันไหน

      ยังรับประกันความชัวร์ไม่ได้ ทั้งที่ดีเดย์ฉีดวัคซีนให้ผู้ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม จะเริ่มในวันที่ 7 มิ.ย.นี้แล้ว เช่นเดียวกับ กทม.ที่ให้ลงทะเบียนจองวันที่ 27 พ.ค. และฉีดวันที่ 7 มิ.ย.เหมือนกัน

      วัคซีนส่อเค้าไม่พอ แถมการบริหารจัดการยังสับสนอลเวง

      ก่อนหน้านี้ “หมอหนู” บอกให้ประชาชนวอล์กอินมาฉีดวัคซีนกันได้เลย คล้อยหลังไม่นาน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งยกเลิก จนประชาชนมึนงงไปหมด

      แม้แต่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พรรคหลักรัฐบาลยังออกมาโวย เรียกร้องให้นายกฯและคณะกรรมการจัดสรรวัคซีนแห่งชาติ รื้อแผนกระจายวัคซีนที่กำลังจะเข้ามาอีกประมาณ 6 ล้านโดส ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตรงหน้า

      เพราะ 20 อันดับที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน ปรากฏว่าจังหวัดสีแดงได้รับการจัดสรรน้อยกว่าจังหวัดที่เป็นสีขาวและสีเขียว ตั้งข้อสงสัยมีการใช้เส้นสาย เล่นพรรคเล่นพวกหรือเปล่า
      ไม่ใช่ฝ่ายค้าน แต่พวกเดียวกันฟ้องประจาน งานเข้ารัฐบาลเต็มๆ

      การบริหารจัดการวัคซีนที่เข้าขั้น “ล้มเหลว” ของรัฐบาลเป็นเพราะความประมาท ขยับตัวช้าเกินไป ไม่ให้ความสำคัญกับ “วัคซีน” ตั้งแต่แรก

      ย่ามใจว่าเคยเป็นประเทศที่บริหารจัดการโควิดได้ดีเป็นลำดับต้นๆของโลก

      พอโควิดกลับมาระบาดระลอก 2 ระลอก 3 เพราะความหละหลวมของรัฐบาลเอง ทั้งคลัสเตอร์บ่อนการพนัน แรงงานเถื่อน สถานบันเทิง และเชื้อกระจายรุนแรงเลวร้ายกว่าเดิมหลายเท่า

      ก็ออกอาการไฟลนก้น วิ่งไล่ตามแก้ปัญหากันหัวหมุน

      รู้สึกตัวอีกทีก็ช้าเกินไป วัคซีนมาไม่ทัน ความเชื่อมั่นไม่เหลือ ผลที่ตามมาคือเศรษฐกิจวอดวาย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเสียหาย

      ต้องเยียวยา ฟื้นฟูกันขนานใหญ่ กู้เงินมาอีก 5 แสนล้านบาท กู้แล้วกู้อีก สมฉายา “รัฐบาลเวรี่กู้” คราวก่อนก็เพิ่งกู้มา 1 ล้านล้านบาท

      สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำ แต่คนไทยเป็นหนี้อานจำไม่ลืม

      เป้าหมายสำคัญและจำเป็นของ พ.ร.ก.เงินกู้ นอกจากเยียวยาประชาชนแล้ว ต้องช่วยเหลือเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อย ที่เผชิญวิกฤติโควิดมานานนับปี

      เพื่อรักษาการจ้างงานที่มีอยู่เดิม ไม่ให้มีการปลดคนงาน

      ตามที่พรรคเกิดใหม่อย่างพรรคกล้า ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหอก พรรคไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นแกนนำ เสนอแนะเน้นย้ำมาตลอด

      ต้องใช้งบประมาณให้ตรงเป้า ไม่สะเปะสะปะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเหมือนที่ผ่านมา

      เพราะหากภาคธุรกิจเหล่านี้ล้มระเนนระนาดไป รัฐบาลก็อาจต้องล้มไปเช่นเดียวกัน

      เหนืออื่นใดรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถคุมไวรัสโควิดได้อยู่หมัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน

      หากทำไม่ได้ หรือช้าเกินไป รัฐบาลก็อยู่ยาก.

      ทีมข่าวการเมือง

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19วัคซีนโควิดสถานการณ์โควิดแอสตราเซเนกาอนุทิน ชาญวีรกูลวิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองวัคซีน AstraZenecaวัคซีน Sinovac

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 18:24 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์