พท.ไล่ขย่ม ฉะจัดงบฯข้ามหัวประชาชน ใช้ชีวิตและสุขภาพคนไทยเป็นเดิมพัน ส่ง “กิตติรัตน์-พิชัย” เปิดเวทีปูพรมถล่มนอกสภาฯ “สงคราม” จวกจ้องแต่หาประโยชน์ทางการเมือง ปธ.วิปรัฐบาลปัดยัดไส้งบกองทัพไว้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสน ล. โอดเป็นงบดูแลชายแดนแค่ 200-300 ล้านเท่านั้น วิป 3 ฝ่ายได้ข้อยุติให้ชำแหละงบฯ 47 ชั่วโมงเต็ม “บิ๊กตู่” ถกทีม ศก.วางแผนจ่ายเยียวยากลุ่มเอสเอ็มอี แต่ไม่มีพูดถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสน ล.-งบฯทหารสักแอะ “ไทยไม่ทน” บี้ ปชป.ถอนสมอ ชี้ “ระบอบประยุทธ์” คือภัยคุกคามชาติ

ตามที่พรรคฝ่ายค้านดาหน้าออกมาชำแหละความไม่ชอบมาพากลในการจัดสรรงบประมาณปี 2565 ที่มุ่งเน้นแต่ความมั่นคงของกองทัพมากกว่าการดูแลสุขภาพและชีวิตของประชาชน ในช่วงสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

พท.ฉะจัดงบฯข้ามหัวประชาชน

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เต็มที่ มีหลายประเด็นที่เป็นข้อสงสัย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจที่เกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเดิมพันสุขภาพและชีวิตประชาชนผ่านงบประมาณปี 2565 หรือไม่ เหตุใดเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังเป็นไปเพื่อปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งไม่สนใจทุกข์ร้อนของประชาชน ไม่จัดลำดับความสำคัญของปัญหา และไม่มีวิสัยทัศน์ในการจัดสรรงบประมาณ เห็นได้จากงบกระทรวงสาธารณสุขถูกตัดไปถึงร้อยละ 10.8 ขณะที่งบด้านการป้องกันประเทศลดไปเพียงร้อยละ 4.9 เห็นชัดว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับความมั่นคง กระทำข้ามหัวประชาชน

...

เปิดเวทีปูพรมถล่มนอกสภาฯ

น.ส.อรุณีกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมจัดเวทีวิพากษ์การจัดสรรงบประมาณปี 2565 โดยทีมเศรษฐกิจพรรคจะเจาะลึกให้เห็นถึงโครงสร้างการจัดสรรงบฯในภาวะวิกฤติที่บิดเบี้ยว เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง นำโดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนและทีมเศรษฐกิจพรรค ในวันที่ 28 พ.ค. ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กพรรค

“สงคราม” แซะรัฐหาประโยชน์

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ไม่สอดรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่สร้างความมั่นคงทางทหารมากกว่าความมั่นคงด้านสาธารณสุข ความจริงต้องตัดงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มาซื้อเวชภัณฑ์และวัคซีน ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า รัฐบาลต้องตีโจทย์ให้แตกว่าควรให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน นายกฯต้องฟังเสียงสะท้อนประชาชนให้มากที่สุด และปรับงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศ ส่วนการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาทนั้น ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะกู้เงินด้วยกระดาษเพียง 4 แผ่น ถือว่าดูถูกประชาชน เงินภาษีประชาชนแต่รัฐไม่บอกประชาชนว่าจะใช้เงินอย่างไร เงินกู้กว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้แก้ไขปัญหาโควิดที่ผ่านมาล้มเหลว หวั่นใจว่ารัฐบาลจะนำไปหาประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าช่วยเหลือประชาชน

ปัดยัดไส้งบกองทัพใน พ.ร.ก.กู้เงิน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรยังคงเดินหน้าประชุมตามปกติ วันที่ 27-28 พ.ค. จะพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามที่ ครม.เสนอ และวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2565 ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิดอย่างเข้มงวด ส่วนที่ฝ่ายค้านประกาศไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบฯล่วงหน้านั้น เป็นเรื่องปกติ เป็นหน้าที่แต่ละฝ่าย รัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อสงสัย ยืนยันรัฐบาลพิจารณารายละเอียดงบฯรายจ่ายถี่ถ้วน ไม่มีการแอบเอางบประมาณกองทัพไปซ่อนไว้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท งบประมาณกองทัพที่อยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงินนั้น เป็นงบที่จำเป็นต้องใช้ดูแลพื้นที่ชายแดน ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 มีอยู่แค่ 200-300 ล้านบาทเท่านั้น

ให้ชำแหละงบฯ 47 ชั่วโมงเต็ม

ช่วงบ่าย ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2565 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. ว่า ใช้เวลาอภิปรายทั้งหมด 47 ชั่วโมง 30 นาที ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้เวลาฝ่ายละ 22 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือ 3 ชั่วโมงครึ่ง เป็นของประธาน จะผ่อนคลายให้สมาชิกถอดหน้ากากอภิปรายได้ แต่ต้องมาอภิปรายบริเวณโพเดียมที่จัดไว้ในห้องประชุม และตั้งกรรมาธิการวิสามัญรวม 64 คน ลดจำนวนลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด เป็นสัดส่วน ครม. 16 คน พรรคเพื่อไทย 13 คน พรรคพลังประชารัฐ 12 คน พรรคภูมิใจไทย 6 คน พรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ พรรคละ 5 คน และแบ่งตามสัดส่วนพรรคการเมือง การอภิปรายครั้งนี้ถือว่าน้องๆการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะนำปัญหาความเดือดร้อนประชาชนมาสะท้อนในสภา โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2565 ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ทันสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด จะตรวจสอบงบรายจ่ายให้จัดสรรถึงประชาชนได้ดีกว่า

พปชร.ผวากลัวคนงานแพร่เชื้อ

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากการตรวจพบแคมป์คนงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 515 คน ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก หากยังเปิดสภาฯต่อไป แต่เมื่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตัดสินใจให้เปิดประชุม และที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายหารือกันเรียบร้อยแล้ว ต้องยอมรับการตัดสินใจ คงทำได้แค่ให้เข้มงวดกวดขันการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด แต่ดูแล้วน่าเป็นห่วง ไม่รู้คนงานก่อสร้างเหล่านี้แพร่เชื้อไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะร้านค้าบริเวณวัดแก้วฟ้าจุฬามณีที่คนงานออกไปซื้อของ รวมถึงยังมีคนงานบางส่วนมาเก็บงานที่เหลือ ไม่ทราบว่าเอาเชื้อมาแพร่หรือไม่

ถกทีม ศก.วางแผนจ่ายเยียวยา

วันเดียวกันเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ เข้าร่วม ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า ประชุมติดตามและพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะต่อไป ครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่ SMEs เพื่อรักษาการจ้างแรงงาน การลงทุนภาครัฐกระจายรายได้สู่ชุมชนกระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อย ควบคู่ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านการท่องเที่ยว

ไม่มีพูดถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสน ล.

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท แต่หารือภาพรวมแบบกว้างๆ โดยเฉพาะประเด็นการเยียวยาประชาชนในอดีตเพื่อนำมาพิจารณาต่อยอดโครงการเยียวยาที่กำลังจะมีขึ้น รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจว่าจำเป็นจะต้องใช้งบฯเท่าไหร่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้นั้นจะยังไม่มีเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 25 พ.ค. เนื่องจากต้องรอให้โครงการ ม33เรารักกัน และเราชนะ เรียบร้อยก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในช่วงเดือน มิ.ย. และหารือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2565 ที่จะเข้าสภาวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. เน้นชี้แจงการจัดสรรงบฯที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด โดยที่ประชุมไม่มีการพูดถึงงบฯกระทรวงกลาโหมที่ถูกวิจารณ์

“ไทยไม่ทน” บุก ปชป.บี้ถอนสมอ

ช่วงสายที่พรรคประชาธิปัตย์ คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระ สมความคิด พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงาน รมว.พาณิชย์ เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ ในหนังสือเรียกร้องระบุว่า จากสถานการณ์บ้านเมืองภายใต้การบริหารของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สืบทอดอำนาจมาถึง 7 ปี แม้จะอ้างว่าอยู่บริหารในช่วง 2 ปีเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่วิญญูชนย่อมรู้ดีว่านับแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์และเครือข่ายวางโรดแม็ปเพื่อสืบทอดอำนาจ จนสามารถสถาปนา “ระบอบประยุทธ์” ที่สร้างความทุกข์ยากแสนสาหัสให้กับผู้คนในประเทศ ความเลวร้ายของระบอบประยุทธ์ไม่สามารถสาธยายได้หมด แต่ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติโควิด-19 รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือนและมหภาค การทุจริตคอร์รัปชันที่นำอำนาจผลประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงความสามานย์ของระบอบประยุทธ์ การเติบโตขยายอำนาจของรัฐราชการที่ไม่เห็นหัวประชาชน ที่สำคัญคือการแอบอ้างสถาบัน แสวงหาประโยชน์ แบ่งแยกประชาชน จนสถาบันเกิดความมัวหมอง

“ระบอบประยุทธ์” ภัยคุกคามใหม่

“เวลานี้ประชาชนที่ไม่ยอมจำนนและไม่ทนกับความชั่วร้ายของระบอบประยุทธ์ กำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงจากตำแหน่งนายกฯ ขณะที่เครือข่ายระบอบประยุทธ์พยายามโต้กลับ กำราบปราบปรามทุกวิถีทาง และมีแนวโน้มว่าถึงที่สุดจะใช้ความรุนแรงปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน ด้วยความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ พรรคประชาธิปัตย์ พรรค การเมืองเก่าแก่ที่สุดอยู่คู่กับประเทศมาถึง 75 ปี ย่อมมองเห็นแนวโน้มวิกฤติภายใต้ระบอบประยุทธ์ วาทะที่นายชวน หลีกภัย แกนนำคนสำคัญของพรรค กล่าวอยู่เสมอว่าเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ดังนั้นเมื่อระบอบประยุทธ์ คือภัยคุกคามของระบอบประชาธิปไตย ภัยคุกคามต่อสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน ภัยคุกคามความเจริญก้าวหน้าในทุกมิติของประเทศ ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เปิดทางเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาผู้นำประเทศคนใหม่ตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป ขอพรรคประชาธิปัตย์ก้าวมาอยู่เคียงข้างประชาชน หยุดความชั่วร้ายสามานย์ของระบอบประยุทธ์” กลุ่มไทยไม่ทนระบุ

“บิ๊กป้อม” เมินกระแสรุมไล่ “ตู่”

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกระแสเรียกร้อง ของกลุ่มไทยไม่ทน และกลุ่มต่างๆ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง และเดินขึ้นรถออกไปทันที

“ลูกสาวชัย” จี้คดีใบส้ม กกต.บุรีรัมย์

อีกเรื่อง น.ส.อุษณี ชิดชอบ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ จ.บุรีรัมย์ บุตรสาวคนโต นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ผอ.กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ กรณีมีผู้สมัครรายหนึ่งกับพวก มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง จากการถวายซองปัจจัยแก่ พระสงฆ์ และนำภาพดังกล่าวมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ทั้งที่อยู่ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เข้าข่ายมุ่งหวังในการเพิ่มคะแนนนิยม มีเจตนาจูงใจให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตดังกล่าวลงคะแนนให้ มีหลักฐานทั้งจากภาพถ่าย และภาพที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊กชัดเจน เทียบได้กับกรณีที่ กกต.เคยให้ใบส้ม นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ แต่กรณีนี้มีหลักฐานที่ชัดเจนกว่ายื่นเรื่องร้องเรียนมานานแล้ว แต่คดีไม่คืบหน้า และนี่ใกล้จะครบกำหนด 60 วันตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

“ชลน่าน” ปูดเงื่อนงำส่งออกข้าว

ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มีหนังสือด่วนมาก แจ้งผลการจัดสรรข้าวส่งมอบให้รัฐวิสาหกิจจีน (COFCO) ลงวันที่ 18 พ.ค.2564 เนื้อหาระบุว่ามีการเรียกเก็บค่าการบริหารจัดการจากสมาชิกในอัตราตันละ 150 บาท และต้องจ่ายค่าดำเนินการภายในวันที่ 25 พ.ค. เหตุใด กรมการค้าต่างประเทศปล่อยให้มีเรียกเก็บ อยากให้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงส่วนต่างราคาข้าวที่จะส่งมอบช่วง มิ.ย.-ก.ค. ที่สูงกว่าราคาตลาดถึงตันละ 40 ดอลลาร์ว่าจริงหรือไม่ การโอนข้าวแบบรัฐต่อรัฐ 20,000 ตัน ที่ไม่มีการประมูล ถือว่าผิด พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯภาครัฐหรือไม่ และการเรียกเก็บเงินค่าบริหารจัดการตันละ 150 บาทนั้นถูกนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามจุดประสงค์หรือไม่ ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน มีการซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับ COFCO รวม 1.7 ล้านตัน หากมีการคิดส่วนต่างจากราคาส่งออกตามโควตาจริงคงประเมินค่าไม่ได้ และหากเก็บ 150 บาทต่อตันจริง จะเป็นเงินกว่า 255 ล้านบาท ใครได้ประโยชน์