คนรุ่นเกิดหลังสงคราม ยังพอจำกลิ่นอายของความทุกข์ยากอับจนได้ เสื้อผ้าหายาก เด็กห้าหกขวบแล้วยังแก้ผ้าโทงๆวิ่งเล่นกันอยู่เลย เสื้อผ้าที่ขาดยังต้องเย็บ ปะ หรือผ้าหนาเรียกว่า “ชุน”

เด็กนักเรียนชายรุ่นๆผม นุ่งกางเกงปะชุนก้นเป็นใบโพธิ์กันหลายคน

ช่วงที่ลำบากที่สุด หรือควรเรียกว่าลำบากมากกว่า น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นบุกไทย พ.ศ.2484

แถวบ้านผม วัดป้อมแก้ว กลางตลาดแม่กลอง เดิมเรียกวัดหลังป้อม เครื่องบินสัมพันธมิตรคงเห็นเป็นจุดยุทธศาสตร์ ปล่อยระเบิดหล่นลงตรงดงกล้วย

ตอนผมเป็นเณร ยังทันอ่านกลอน ที่หลวงพ่อวัดป้อมแก้วเขียน “หรือว่ากล้วยเมืองไทยรสไม่ดี ไอ้อัปรีย์จึงโกรธลงโทษมัน” นี่ขนาดระเบิดด้านนะครับ ถ้าระเบิดตูมหลวงพ่อคงด่าหนักกว่านี้

อาหารการกินตอนนั้น ไม่ขัดสนเท่าไหร่ เมืองไทยเราในน้ำมีปลาในนามีข้าว แค่คว้าสวิงลงช้อนกุ้งพักเดียวก็ได้กุ้งต้มเต็มชาม ความลำบากที่มี น่าจะเกิดจากรัฐบาลท่านผู้นำ...มากกว่า

นโยบายห้ามกินหมาก แม่เล่าให้ฟังว่า ต้องหันไปพึ่ง “สีเสียด” พอแก้ขัดไปได้

ในหนังสือเรื่อง “สี่แผ่นดิน กับเรื่องจริง ในราชสำนักสยาม” (สำนักพิมพ์ มติชน พ.ศ.2550) คุณศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย เล่าตอนญี่ปุ่นบุกเมืองไทยไว้น่าอ่าน

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น แต่แรกพลอยมิได้สนใจ เพราะคิดว่าเกิดขึ้นห่างไกลจากประเทศไทย จนคืนวันหนึ่งพ่อเพิ่มนำข่าวมาบอกพลอยอย่างตื่นเต้นว่า

“ถ้าจะเกิดเรื่องใหญ่เสียแล้วล่ะแม่พลอย ญี่ปุ่นตามห้างร้าน มันลุกขึ้นแต่งทหารกันเต็มไปหมด”

ญี่ปุ่นเริ่มลงนามในปฏิญญาว่าด้วยทางพระราชไมตรีระหว่างสยามและญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ.2430 คนญี่ปุ่นเข้ามาค้าขายและตั้งหลักแหล่งในเมืองไทย จำนวนหนึ่งรัฐบาลจ้างมาช่วยด้านวิชาการ

...

สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเข้ากับฝ่ายเยอรมนี ประกาศสงครามกับอังกฤษอเมริกา และช่วยเยอรมนียึดประเทศที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษแถบเอเชีย

สำหรับประเทศไทยญี่ปุ่นต้องการเพียงเดินทัพผ่านไปยังพม่าและมาเลเซีย แต่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ว่าจะบุกรุกเข้าไทยเมื่อ วันที่ 8 ธ.ค.2484 จึงเกิดปะทะกับฝ่ายไทย หลายจังหวัดภาคใต้และภาคกลางที่สมุทรปราการ

21 ธ.ค.ไทยลงนามในกติกาสัญญาพันธไมตรีกับญี่ปุ่น มีผลให้ถูกโจมตีทางอากาศจากฝ่ายสัมพันธมิตร เมื่อไม่สามารถติดต่อค้าขายกับอังกฤษและประเทศในเครือจักรภพ จึงขาดแคลนเครื่อง อุปโภคบริโภค

เกิดภาวะเงินเฟ้อ เพราะรัฐบาลเอาค่าเงินบาทไปผูกกับค่าเงินเยน 1 บาทต่อ 1 เยน

ในภาวะถูกมัดมือชกให้รัฐบาลแทงหวยกับญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และนายปรีดี พนมยงค์ รวมตัวกันตั้งคณะเสรีไทย ร่วมรบและอวยประโยชน์ให้ฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างลับๆ

พ.ศ.2488 สงครามยุติ ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ผลการช่วยเหลือฝ่ายสัมพันธมิตร และวิธีการทางการทูตของรัฐบาล ทำให้การประกาศสงครามครั้งนั้น เป็นโมฆะ ไทยจึงรอดพ้นจากภาวะประเทศผู้แพ้สงครามมาได้

มองภาพรวมคนไทยช่วงเวลาสงคราม แม้ยากลำบาก แต่ว่ากันทางใจ ยังมีทางให้เลือก เมื่อฝ่ายจอมพล ป.เลือกญี่ปุ่น ฝ่ายนายปรีดี ก็เลือกข้างสัมพันธมิตร มีช่องทางเป็นความหวัง แล้วก็หวังได้จริงๆ

เปรียบกับสงครามโควิด-19 รอบนี้...ไม่มีเหตุผลประการใดให้คนไทยด้วยกันหันไปเลือกข้างเชื้อโรค...เอาเรื่องเชื้อโรคมาเป็นอาวุธทำลาย ซ้ำเติมรัฐบาล

สงครามครั้งนี้ ผมว่ารุนแรงหนักหนา ถ้ารัฐบาลแพ้ คนไทยก็ต้องแพ้ไปด้วยกัน.

กิเลน ประลองเชิง