พท.เผาหัวถล่มหนักงบฯกลาโหมอู้ฟู่มากกว่างบฯสาธารณสุข “ยุทธพงศ์” เฉ่งรัฐบาลทำลับๆล่อๆแอบออก พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้าน แฉพิรุธโยกงบฯ กห.ซ่อนไว้ใน ก.ม.กู้เงิน ลักไก่เฉือนงบฯฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 1.6 หมื่นล้านบาท ป้อน ทร.สร้างทางขับเครื่องบิน กระตุกพรรคร่วมฯเลิกพายเรือให้ “บิ๊กตู่” นั่ง “ภูมิธรรม” เฉ่งจัดงบฯปกป้องผลประโยชน์พวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน “ภราดร” ปลุกวาระแห่งชาติขับไล่ “ประยุทธ์” โฆษกรัฐบาลงัดสารพัดผลงานโต้ครหานายกฯลืมสัญญา “รัชดา” แจง 3 ปม เข้าใจผิดงบฯปี 65 ขัดวินัยการเงินการคลัง ลากงบฯกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินกับ สปสช.โปะงบฯ สธ.ได้มากกว่า กห. 9.2 หมื่นล้าน

ก่อนที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.โดยเฉพาะงบฯของกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นเป้าหมายสำคัญที่ถูกฝ่ายค้านติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น

“ยุทธพงศ์” แฉซุกงบฯ กห.ใน พ.ร.ก.กู้เงิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงว่า รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 700,000 ล้านบาท แต่ทำแบบลับๆล่อๆไม่ชี้แจงให้ประชาชนรู้ ปีที่แล้วออก พ.ร.ก.กู้เงินในส่วนสาธารณสุข 4.5 หมื่นล้านบาท แต่เบิกจ่ายไปแค่ร้อยละ 20 วัคซีนก็ไม่พร้อม ที่คลองเตยคนจนขายบัตรคิวฉีดวัคซีน 3 พันบาท ให้คนรวยที่ต้องการฉีด สะท้อนคนยอมตายดีกว่าอดตาย แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวการบริหารจัดการ ห่วงว่าการกู้เงินจะสร้างภาระประเทศ คนไทยต้องมารับผิดชอบ พรรคไม่เห็นด้วยที่จะกู้เงินมาใช้สุรุ่ยสุร่าย ปรับลดงบฯ กห.ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ไปช่วยโควิดได้ เพจไทยคู่ฟ้าชี้แจงว่ากระทรวงกลาโหม (กห.) ได้งบฯปี 65 วงเงิน 203,282 ล้านบาท แต่ความจริงมีงบฯ กห.ถูกนำไปซ่อนใน พ.ร.ก.กู้เงิน 700,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลลักไก่เอาเงินกู้ในส่วนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมให้กองทัพเรืออีก 16,210 ล้านบาท นำไปสร้างทางขับเครื่องบินและลานจอดศูนย์บำรุงอากาศยาน งบฯเหล่านี้เกี่ยวอะไรกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และไม่รู้ว่าจะนำไปซ่อนในส่วนใดบ้างของงบฯกลาง ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ปรับลดงบ กห.นำเงินไปช่วยแก้โควิดก่อน

...

จี้พรรคร่วมฯหยุดพายเรือให้ “บิ๊กตู่” นั่ง

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 65 วาระ 1 ในวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. พรรคเพื่อไทยจะใช้เวทีนี้ซักฟอกรัฐบาลถึงความล้มเหลวแก้ปัญหาโควิดและเศรษฐกิจ และจะลงมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเพราะจัดงบฯไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาโควิด รวมถึงเรียกร้องพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ในการแก้ปัญหาโควิด อย่าพายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งอีกต่อไป ให้ยกมือไม่รับหลักการวาระ 1 ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 65 หากได้เสียงไม่ถึงครึ่ง นายกฯจะมี 2 ทางเลือกคือลาออกหรือยุบสภา

“ภราดร” ปลุกวาระแห่งชาติไล่ผู้นำ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าโควิด-19 เป็นภัยคุกคามมิติใหม่ที่ก่อวิกฤติหายนะให้ประเทศ งบประมาณสนับสนุนการแก้ปัญหาโควิดจึงจำเป็นยิ่งยวด แต่งบฯปี 2565 ของรัฐบาลที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯพบว่า งบกลาโหมสูงกว่า งบกระทรวงสาธารณสุข รูปการณ์ผิดกาลเทศะสะท้อนกองทัพเป็นทหารอาชีพไม่เต็มร้อย ความเสียสละ บกพร่อง วางเฉย ไม่เสนอแนะรัฐบาล พิสูจน์ว่ารัฐบาลสืบทอดอำนาจไม่เห็นหัวประชาชน แม้ กห.ออกตัวได้ปรับลดงบฯปี 65 ไปแล้ว 11,000 ล้านบาท เทียบกับงบฯปี 64 ถ้ามีรัฐบาลเป็นประชาธิปไตยแท้จริง กองทัพต้องถูกปฏิรูปให้มีโครงสร้างกะทัดรัด ทันสมัย เป็นสากล ประหยัดงบฯนับแสนล้านบาทต่อปีจะเกิดขึ้นอัตโนมัติ ถูกนำไปใช้แก้ปัญหาวิกฤติโควิดเพียงพอ ครบ 7 ปี วงจรอุบาทว์ยึดอำนาจ 7 ปี ประชาชนรู้ซึ้งว่าขบวนการยึดอำนาจเป็นคนไร้เกียรติ ไร้สัจจะ มุ่งหาผลประโยชน์ให้ตนเอง พวกพ้อง ประชาชนสิ้นความอดทน ได้เวลาประชาธิปไตยที่เป็นธรรมนำสู่การเดินหน้าวาระแห่งชาติเร่งด่วน ภาคประชาชนเห็นพ้องต้องกันลุกฮือขึ้นขับไล่นายกฯสืบทอดอำนาจให้ลาออกไป สัญญาณชดใช้กรรมเวรตามกฎแห่งกรรมก่อตัวขึ้นแล้ว

อัดอยู่ 7 ปี ทุบ ศก.เจ๊งเกินเยียวยา

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 7 ปีการปฏิวัติรัฐประหารประเทศเสื่อมถอยทุกด้าน ผู้นำไร้ความรู้ความสามารถ ยังดื้อรั้นเป็นผู้นำต่อ ประเทศจะย่ำแย่เสียหายเกินเยียวยา 7 ปีเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยเพียงปีละ 1% กว่า หนี้สาธารณะพุ่งเกิน 9 ล้านล้านบาท จะทะลุเพดาน 60% หนี้ครัวเรือนทะลุ 92% ธุรกิจปิดตัวกันมาก การว่างงานพุ่งสูง สังคมแตกแยกมาก รัฐบาลใช้ไอโอโจมตีคนเห็นต่าง สร้างความแตกแยกยิ่งขึ้น และยังล้มเหลวด้านสาธารณสุข คนติดไวรัสเจ็บตายกันมาก บริหารประเทศย่ำแย่จนคนออกมาประท้วงขับไล่จำนวนมาก หากไม่มีการปฏิวัติ ประเทศไทยคงพัฒนากว่านี้มาก

ฉะทุ่มเงินป้องตัวเองเอื้อพวกพ้อง

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ งบฯปี 65 กระจกสะท้อนตัวตนรัฐบาล : ไร้ฝีมือ ไม่มีวิสัยทัศน์ ปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน ระบุว่า ได้อ่านร่างงบฯรายจ่ายประจำปี 65 มีข้อบกพร่องไม่อาจยอมรับได้ 4ประเด็น คือ 1.ไม่จัดลำดับสำคัญก่อนหลังปัญหา สะท้อนความไร้ความสามารถ มองไม่เห็นความชัดเจนในการซ่อมและสร้างประเทศ สะท้อนภาพประเทศไทยยังเป็นผู้ป่วยหนักชัดเจน 2.จัดงบฯปกป้องผลประโยชน์พวกพ้อง ลดงบฯ กห. และกองทัพสัดส่วนแทบจะน้อยที่สุด ขณะที่กระทรวงดูแลสาธารณสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนถูกปรับลดมากกว่างบฯความมั่นคงและการทหาร 3.จัดงบฯไม่ไยดีทุกข์ร้อนประชาชน ไม่ตระหนักถึงผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน 4.จัดงบฯไม่มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล ขาดงบฯวางโครงสร้างพื้นฐานเตรียมตัวให้ประเทศออกจากวิกฤติ เช่น การสนับสนุนฟื้นฟูกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆทั้งท่องเที่ยว ร้านอาหาร

“ไพบูลย์” หนุนสภาถกร่างงบฯปี 65

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี ศบค.ออกมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิด-19 หวั่นส่งผลกระทบต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2565 ขณะที่นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พลังประชารัฐในฐานะประธาน กมธ.กิจการสภาฯ เสนอให้เลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 ออกไปก่อนว่า อยากให้ประชุมสภาฯให้ได้ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 ตามระเบียบวาระ แต่ต้องมีมาตรการป้องกันเข้มข้นสูงสุด ผู้ร่วมประชุมทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แม้แต่ช่วงการอภิปราย เว้นแต่เมื่อประชุมไปแล้วเกิดปัญหาพบผู้ติดเชื้อค่อยมาพิจารณากันอีกครั้ง

“จุรินทร์” เร่งวิป 3 ฝ่ายหารือให้ทัน 105 วัน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า หากไม่มีการประชุมสภาฯจะมีผลกระทบเงื่อนเวลา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ.งบฯส่งถึงรัฐสภาแล้ว คือส่งถึงเมื่อวันที่ 17 พ.ค. สภาฯต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน 105 วัน ได้เริ่มนับหนึ่งแล้ว หากผ่านวาระที่ 1 และไปสู่วาระที่ 2 ของการตั้ง กมธ. แล้วหาก กมธ.ไม่สามารถประชุมได้จะส่งผลกระทบเงื่อนเวลาการทำหน้าที่ของสภาฯ วิป3ฝ่ายต้องไปพิจารณาร่วมกันว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะหลังผ่านสภาฯวุฒิสภาก็มีเงื่อนเวลาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน มีระบุกำกับไว้ด้วยตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเสียงวิจารณ์รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท รัฐบาลจำเป็นมุ่งเน้นใช้ไปเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และแก้ปัญหาเศรษฐกิจควบคู่กันไป

โฆษก รบ.ร่ายยาวอวดผลงานนายกฯตู่

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาของประเทศที่คั่งค้างยาวนานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหา เฉพาะหน้าและปัญหาเชิงโครงสร้างประสบความสำเร็จ ไทยถูกปลดธงแดง ICAO ถูกถอดจากรายชื่อประเทศที่มีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ปลดใบเหลืองการทำประมง IUU โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯปรับสถานการณ์ปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย จากประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์เลวร้ายที่สุด เทียร์ 3 ให้อยู่ในระดับเทียร์ 2 ปัจจุบันเป็นลำดับที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี แก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนอย่าง การปราบปรามยาเสพติดและการทุจริตคอร์รัปชัน หนี้นอกระบบ สร้างโอกาสการทำกินกับกลุ่มประชาชนฐานราก จัดที่ดินทำกินให้ผู้ด้อยโอกาสทั่วถึงและเป็นธรรม บังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามกฎกติกาบ้านเมือง ได้แก่ ปราบปรามผู้มีอิทธิพล อาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ประชาชนและสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำการเอารัดเอาเปรียบในสังคม และเร่งวางรากฐานพัฒนาประเทศให้พ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยโมเดล BCG และเทคโนโลยี 5 จี ด้วย

แจง 3 ปมฝ่ายค้านเข้าใจผิดงบฯ 65

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 ว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากบางกลุ่ม ขอชี้แจง ดังนี้ 1.การที่งบฯรายจ่ายลงทุนปี 65 วงเงิน 624,399 ล้านบาท (20.14% ของงบฯรายจ่าย) น้อยกว่าการขาดดุลงบฯที่ตั้งไว้ 700,000 ล้านบาท ไม่ได้ขัดต่อ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง แม้กฎหมายกำหนดให้งบฯรายจ่ายลงทุน ต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบฯรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบฯประจำปี ต้องพิจารณาในวรรคสองมาตรา 20 ด้วย กำหนดข้อยกเว้นกรณีตั้งงบฯรายจ่ายไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่งได้ ให้รัฐบาลแสดงเหตุผลความจำเป็นและมาตรการแก้ไขต่อรัฐสภา พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ.งบฯรายจ่ายประจำปีด้วย ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เห็นชอบหลักการมาตรการแก้ไขกรณีงบฯรายจ่ายลงทุนมีน้อยกว่าวงเงินส่วนขาดดุล และจะรายงานให้สภาฯได้ทราบ โดยเพิ่มแหล่งเงินลงทุนประกอบด้วย 1.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 2.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยและ 3.การใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาระบบน้ำ การสร้างคุณภาพชีวิต กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค การลงทุนเพื่อการให้บริการด้านสาธารณสุข

ลาก 2 กองทุนโปะตัวเลขงบฯ สธ.

น.ส.รัชดากล่าวอีกว่า 2.ข้อวิจารณ์ว่า กห.ได้งบฯมากกว่า สธ. ที่จริงงบฯสาธารณสุข ยังมีส่วนกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินและกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อรวมงบฯด้านสาธารณสุขได้รับจัดสรรมากกว่า กห. กว่า 9.2 หมื่นล้านบาท และ 3.ความเข้าใจผิดตัวเลขรายงานเงินขาดทุนสะสมของ ธปท. 1.069 ล้านล้านบาท ไม่ใช่หนี้สาธารณะตามที่ไปลือกัน ธปท.อธิบายว่าเป็นธุรกรรมจากการทำหน้าที่ปกติของ ธปท.ดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจเช่นเดียวกันทั่วโลก ขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้งบฯจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้กรอบวงเงินงบฯปี 65 มี 3,100,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ที่กำหนดไว้ 3,285,962.5 ล้านบาท รัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อสงสัย ความจำเป็นและประโยชน์การใช้งบฯแผ่นดินในแผนงานและโครงการต่างๆ ที่สอดคล้องสถานการณ์ประเทศ ทุกอย่างต้องโปร่งใส และ ส.ส.จะได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง

“อ๋อย” ลั่นถึงเวลาทำลายกับดัก รปห.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯโพสต์เฟซบุ๊ก “ปีที่ 8 หลังรัฐประหารต้องเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง” ระบุว่า 7 ปี รัฐประหารเป็นช่วงเวลาที่ประเทศอยู่ในวิกฤติหนักหน่วงมากที่สุด ติดกับดักทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ต้นตอมาจากรัฐประหารและการวางระบบกติกาสืบทอดอำนาจ ข้ออ้างรัฐประหารไม่เกิดผลแม้แต่เรื่องเดียว อ้างปราบคอร์รัปชัน ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้วยังสร้างระบบเอื้อต่อการคอร์รัปชัน สิ่งที่มุ่งมั่น สำเร็จคือทำให้พรรคการเมือง ระบบการเมืองและระบบรัฐสภาอ่อนแอลง การเลือกตั้งไร้ความหมาย มีความพยายามแก้รัฐธรรมนูญ แต่ทำไม่ได้อีก หากประเทศจะหลุดพ้นจากวิกฤตินี้ได้ ต้องทำลายกับดักเหล่านี้ ต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่

“ไทยไม่ทน” ลุยจัดการ รบ.ตระบัดสัตย์

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุมไทยไม่ทน สถานีโทรทัศน์พีซทีวี คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดปราศรัยออนไลน์ไทยไม่ทนประจำสัปดาห์ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรอยู่อีกต่อไป ฉลาดรักษาอำนาจแต่โง่ในการแก้ไขปัญหา ตั้งแต่มีนายกฯมาใช้งบฯมากที่สุด กู้เงินมากที่สุด คนเดือดร้อนมากที่สุด แต่แก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ เราจึงต้องลุกมาจัดการ วันที่ 24 พ.ค. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กระทรวงพาณิชย์ เรียกร้องให้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล วันที่ 25 พ.ค. เวลา 10.00 น. ไปทำเนียบฯยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก วันที่ 26 พ.ค. เวลา 10.00 น. ไปพรรคภูมิใจไทยเรียกร้องให้ถอนตัว วันที่ 27 พ.ค. เวลา 10.00 น. ไป บก.ทบ.ยื่นหนังสือให้ ผบ.ทบ.ให้ลาออกจาก ส.ว. และให้ทหารทำหน้าที่ทหาร อย่าทำหน้าที่นักการเมือง

เปิดไฟให้ดวงดาวไล่ “ประยุทธ์”

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ กลุ่ม People go network นำโดยนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ และสมาชิกแนวร่วมเครือข่ายกลุ่มราษฎรกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มศิลปะปลดแอก ราษดรัม ฯลฯ ร่วมชุมนุมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “เปิดไฟให้ดวงดาว” เรียกร้องความยุติธรรมปล่อยตัวแกนนำและแนวร่วมราษฎร พร้อมกล่าวโจมตีกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้งความล้มเหลวการบริหารประเทศตลอด 7 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช. สลับกับการแสดงดนตรี อ่านกวีและแจกดาวกระดาษห้าแฉกทำจากกระดาษสีและไม้ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมใช้แสงไฟแฟลชโทรศัพท์มือถือส่องให้ดาวกระดาษเปล่งแสงสว่างบนลานสกายวอล์กอย่างสวยงาม เปรียบดวงดาวคือผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำแต่ยังคงส่องแสง พร้อมตะโกนประยุทธ์ออกไป

“เรืองไกร”โวย ป.ป.ช.ซุ่มสอบรวยผิดปกติ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า มีปัญหาปวดหัวกังวลและเสียเวลา ถูก ป.ป.ช.ติดตามตรวจสอบกรณีร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่พ้นจาก ส.ว. มาตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.54 แต่ปีที่แล้ว ป.ป.ช.มีหนังสือมาขอข้อเท็จจริงเรื่องที่ดินและบ้าน อ้างว่าคราวพ้นจาก ส.ว.ตนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 34 ล้านบาท ไม่รู้เกี่ยวกับความร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.มีหนังสือถึงบุคคลที่สามหลายครั้ง ขอข้อมูลเรื่องบ้านและที่ดินอ้างตนถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ น่าสงสัยแปลกใจมาก ป.ป.ช.ทำเงียบเชียบ ทำหนังสือถึงตนและบุคคลที่สามมากกว่า 10 ครั้งแล้ว แต่ไม่เคยแถลงข่าวให้สาธารณชนทราบ ทั้งที่พ้นจาก ส.ว.มาร่วมสิบปี แต่ยังใช้สิทธิยื่นร้องเรียนบุคคลต่างๆย่อมมีคนชอบคนชัง คนเชียร์ คนหมั่นไส้ไม่น้อย หาก ป.ป.ช.แถลงข่าวหรือเปิดเผยว่ากำลังตรวจสอบตนร่ำรวยผิดปกติ อาจมีคนส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช.เพิ่มเติมก็ได้ วันที่ 24 พ.ค. จะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช.ทางไปรษณีย์อีเอ็มเอสให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลหรือแถลงว่ากำลังตรวจสอบตนในฐานะอดีต ส.ว.ว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่

ปชป.สะกิด ศบค.ตรวจเชื้อชุมชนแออัด

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่หมู่บ้านเสนานิเวศน์โครงการ 2 เขตลาดพร้าว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและข้าวกล่องของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนี ปราโมช ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นความตั้งใจของทีมอาสาสมัครและยุวประชาธิปัตย์ ที่สละเวลาวันหยุดมาช่วยเหลือกัน เพราะเขตลาดพร้าวมียอดผู้ป่วยสะสมเป็นลำดับที่ 5 และเขตวังทองหลางมียอดผู้ป่วยสะสมเป็นอันดับที่ 8 ของ กทม. ที่เราต้องร่วมดูแลช่วยเหลือกันยามยากลำบากเพื่อให้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดีต ส.ส. กทม. และอดีต ส.ก.ของพรรคนำข้าวกล่องไปมอบให้ผู้กักตัวในชุมชนแออัดต่างๆทั่ว กทม. พบว่าชาวบ้านในชุมชนแออัดเล็กๆ วิตกกังวลว่าจะติดเชื้อโควิดด้วยหรือไม่ ส่วนใหญ่อยู่ในห้องเช่าเล็กๆรวมกันหลายคน อยากให้มีการตรวจเชิงรุกทุกคนในชุมชนแออัด เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนยังไม่ติดนำตัวไปรักษาตามขั้นตอน ไม่ใช่ตรวจหาเชื้อเฉพาะผู้ใกล้ชิดที่อยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ติดเชื้อ ศบค.มักตรวจเชิงรุกเฉพาะบริเวณที่เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ๆ หรือชุมชนแออัดใหญ่ๆ ที่เป็นข่าว ส่วนชุมชนแออัดเล็กๆที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว แต่ไม่เป็นข่าวไม่ได้ตรวจเชิงรุกเท่าที่ควร

“ชวน” เพิ่มช่องทางชาวบ้านร้องทุกข์

นายราเมศ รัตนะเชวง ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาร้องเรียนปัญหาต่างๆต่อรัฐสภาของประชาชน โดยเฉพาะจากต่างจังหวัดไม่สะดวกและมีค่าใช้จ่ายมาก ดังนั้นประชาชนใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆได้ อาทิ 1. การส่งจดหมายเรื่องราวร้องทุกข์ถึงประธานรัฐสภาหรือประธานสภาฯ มาที่อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ เขียนหน้าซองว่าหนังสือร้องทุกข์ 2.โทรศัพท์มาที่หมายเลข กลุ่มประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ โทร.0- 2242-5900 ต่อ 5040, 5041 3. ผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://www.parliament.go.th/help 4.อีเมล help@parliament.go.th เพื่อประสานส่งต่อไปยัง กมธ. รัฐบาล กระทรวงต่างๆเพื่อเร่งแก้ปัญหา

“ซินแสโจ้” ปลอบปีวัวดุแย่ปีเสือโล่ง

วันเดียวกัน นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล หรือซินแสโจ้ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและอดีต ส.ก.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ตนพร้อมคุณพ่อนายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสชื่อดัง ที่ปรึกษาข้าราชการการเมืองประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคุณแม่ นางสุวิมล พันธุ์วิชาติกุล เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว ที่สถาบันบำราศนราดูร จึงขอเชิญชวนคนไทยฉีดวัคซีนป้องกัน ถือเป็นการรักตัวเอง รักครอบครัว รักประเทศชาติ ไปฉีดกันเถอะ สำหรับดวงเมืองปีนี้เป็นปีฉลู เรียกปีวัวบ้า มันอาละวาดจนทุกอย่างแย่ แต่ปีหน้าเป็นปีขาลทุกอย่างจะดีขึ้นมากอย่างแน่นอน ดีกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นปีเสือมีคุณธรรม