ผมติดใจหนังสือ ดรุณศึกษา เล่มที่ ภราดา ฟ.ฮีแลร์ แต่งให้เด็กอัสสัมชัญชั้นประถม 2 เรียน อ่านบทที่ 52 เรื่อง “เต่ากับหอยโข่ง” จึงรู้ว่าเต่าตัวนี้ แปลกกว่าตัวที่วิ่งแข่งกับกระต่าย หรือเต่าตัวไหนๆ
ตอนที่แต่ง อาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ อยู่เมืองไทยได้ 9 ปีเอง ท่านเขียนกลอนแปด ได้ลื่นไหลเก่งกว่าคนไทยหลายคน
ก่อนถึงเนื้อหา มีภาพเขียนเต่ากำลังเดินมุ่งหน้า...จะไปที่ไหน สักแห่ง ท่าทางเศร้าๆเหงาๆ เดินไปก็บ่นพึมไป
อนิจจาขาฉันสั้นที่สุด เดินสะดุดดุบดุบตะกุบตะกับ กระดองคลุมหุ้มหนังกำบังลับ หนักเหมือนกับแบกหลังคาไปป่าดง
(ฟังเต่ารำพัน จึงรู้ว่าเต่าตัวนี้ มีเรื่องกลุ้มใจหลายเรื่องทั้งเรื่องขาสั้น ทำให้เดินช้า ทั้งเรื่องน้ำหนักของกระดองบนหลัง)
จะโยกย้ายบ่ายหน้าก็เกะกะ ชะรอยพระเสแสร้งแกล้งสร้างส่ง สร้างนกเนื้อเสือช้างกวางกระจง ล้วนรูปทรงมีเสน่ห์ไม่เก้กัง
(ต้นเหตุของความทุกข์ความเศร้าของเต่า ดูจะอยู่ที่ไปเปรียบเทียบกับสัตว์ป่าด้วยกัน ซึ่งไม่ว่าตัวไหน เต่าก็มองว่า
สวยงามกว่า คล่องแคล่วว่องไวกว่า)
พอสร้างเราคงเผลอละเมอหลับ กระดูกกลับปลิ้นออกมานอกหลัง ผิดทำนองต้องค้านให้ศาลฟัง แม่เต่าคลั่งคร่ำครวญแล้วด่วนคลาน
(หลุดปากโทษ “พระ” ไว้ แต่พระที่หมายถึงเทวดาบนฟ้า คงไปพูดจาอะไรด้วยไม่ได้ จะมีก็แต่ศาลที่อยู่บนดินด้วยกัน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่เต่าจะไป)
พบหอยโข่งตรงเข้าเล่าแถลง เรื่องถูกแกล้งจะต้องไปฟ้องศาล ว่าสร้างหอยสร้างเต่าไม่เข้าการ ทรมานอัปยศหมดราคา
(อัดอั้นตันใจนัก เจอหอยโข่ง สัตว์มีเปลือกแข็งหัวอกเดียวกัน จึงเหมาเอาเป็นพวก ระบายความคับแค้นในใจเสีย
ใหญ่โต)
...
หอยโข่งฟังคำเต่าก็กล่าวค้าน ว่าพระท่านให้เธอมีถึงสี่ขา ควรจะต้องไชโยโมทนา ยังกลับมาบ่นพร่ำร่ำพิไร ดูตัวอย่างฉันนี่ไม่มีขา เดินยิ่งช้าใช้ปากลากไถล ใครจะว่าบ้าหลังก็ช่างใคร ไม่เสียใจแล้วแต่พระกรุณา
(ผิดคาด หอยโข่งไม่ยักเล่นด้วย ทั้งยังต่อว่าเต่าโชคดีมีถึงสี่ขา หอยโข่งเองเสียอีก ไม่มีขาสักขา ต้องใช้ปากเดินลำบากสาหัสกว่าหลายเท่า ไม่แค่นั้น หอยโข่งยังสอนให้เต่า หันมามองสัตว์มากมายรอบๆตัว)
เพียงเต่าเท้าสั้นเหมือนท่านนี้ ก็ยังมีผู้ลำบากยากยิ่งกว่า
(เรื่องเต่าตั้งหน้าคลาน จะไปฟ้องศาล ก็จบลง ตรง)
เต่าฟังหอยค่อยสบายหายโกรธา เลยก้มหน้าอดทนไม่บ่นเลย
เป็นอันว่า เมื่อมองไปรอบตัวๆ เปรียบเทียบกับสัตว์ด้วยกัน เต่าจึงรู้ว่าตัวเองสบายกว่าอีกหลายตัว โดยเฉพาะหอยโข่ง ได้กำลังใจไม่ไปฟ้องศาลแล้ว น่าจะเป็นเต่าตัวนี้แหละ ที่หาญกล้าไปท้ากระต่ายวิ่งแข่ง
หมู่นี้ฟังแต่ข่าวโควิด-19 แล้วก็ยิ่งเหงายิ่งเฉา
ผมอ่านนิทานกลอนของอาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ แล้วก็สบายใจยิ้มได้ พอดีมีคนส่งข่าวมาบอกว่า คิวฉีดวัคซีนได้แล้ว ก็หัวเราะเอิ้กอ้าก จนคนใกล้ตัวแปลกใจ
ความสุขของคนเรานั้น บางครั้งก็หาได้ง่ายๆ ก็แค่มีความหวังว่า กำลังจะมีโอกาส (ฉีด) เหมือนคนอื่น...นี่ล่ะกระมัง.
กิเลน ประลองเชิง