ประเทศไทยรายวัน

ข่าว

    ประเทศไทยรายวัน

    หมัดเหล็ก

      22 พ.ค. 2564 05:01 น.


      ถ้าย้อนการเมืองวันนี้ในอดีตไปได้ 7 ปี ใครหลายคนคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 22 พ.ค.2557 โดย คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้นเป็นหัวหน้าคณะการยึดอำนาจ เพราะผลลัพธ์ในวันนี้แย่กว่าที่คิด ก็ต้องถอยหลังไปดูสาเหตุการชุมนุมประท้วงไล่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยกลุ่มการเมืองที่ใช้ชื่อว่า กปปส. ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ เอาคนออกมาบนท้องถนน ประกอบกับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีชนักติดหลังอยู่ใน ศาลรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรมสุดซอยถูกกล่าวหาคดีอาญานักการเมือง คดีรับจำนำข้าว และอีกหลายกรรมหลายวาระ ในที่สุดการเมืองไทยก็วนเวียนเป็นกบในกะลา ที่เห็นชัดเจนคือม็อบสามนิ้วที่ออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะลงเอยแบบไหน เป็นกงกรรมกงเกวียน

      ถ้าย้อนประวัติศาสตร์การเมืองได้ ก็คงไม่มีใครอยากจะเป็นตัวละครที่ถูกจัดฉากขึ้นมาบนหลังม้า เพราะตอนลงจากหลังม้าจบไม่สวยแม้แต่รายเดียว พล.อ.ประยุทธ์ กำนันสุเทพ เสื้อเหลือง เสื้อแดง แกนนำกลุ่มการเมืองที่ตาสว่างหรือกำลังหน้ามืดตามัว เมื่อละครจบ ผลลัพธ์สุดท้ายคงไม่มีอะไรต่างกันนอกจากคำว่า ต่างก็รับกรรมไปตามระเบียบ

      แต่กรรมที่ตกอยู่กับประเทศที่ตกอยู่กับประชาชน เป็นบาปหนาสาหัส วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิด-19 เป็นการดึงเอากรรมของแต่ละคนออกมาตีแผ่จนสะเด็ดน้ำ การบริหารจัดการวัคซีนก็ดี การเมืองที่ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวรก็ดี อุทาหรณ์ระหว่างการคบบัณฑิตกับการคบคนพาลก็ดี ทำให้คนระดับ ผู้นำประเทศ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

      ภาคเอกชนเหมือนน้ำท่วมปาก การลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำติดดิน เม็ดเงินลงทุนมีแต่ไหลออกไม่ไหลเข้า รัฐเองดูจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564-2565 งบลงทุนจำกัดลงทุกที การบริหารประเทศในสถานการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องอาศัยเงินกู้ กู้แล้วก็กู้อีก จาก 1 ล้านล้าน ขออีก 7 แสนล้าน โควิด-19 ก็ยังแรงไม่หยุด เฉพาะงบประมาณที่ต้องนำไปเยียวยาและอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 ก็บานตะไทแล้ว

      ครั้นจะยื่นมือไปขอความช่วยเหลือจาก ภาคเอกชน ก็เริ่มจะไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ รัฐเชิญเอกชนมาลงทุนในกิจการของรัฐ หรือที่เรียกว่า PPP การเป็นพาร์ตเนอร์ระหว่างภาครัฐกับเอกชน เฉพาะงบปี 2565 เป็นโครงการต่อเนื่องปี 2563-2570 มีอยู่ประมาณ 10 โครงการ มูลค่า 2.6 แสนล้าน เฉพาะปีหน้ามีมูลค่าการลงทุนประมาณ 5.23 หมื่นล้าน ที่ผ่านมาเอกชนไว้ใจรัฐบาลให้ลงทุนร่วม ออกทุนไปก่อน เดี๋ยวไปชดเชยกันทีหลัง ตีเช็คเปล่า ไม่ว่ากัน ปรากฏว่าหน่วยงานรัฐเจ้าของโครงการไปเบี้ยวเอกชนหน้าตาเฉย

      ยกตัวอย่าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ กทม. เป็นเจ้าของโครงการ บีทีเอส ลงทุนไปก่อนเบ็ดเสร็จประมาณ 3 หมื่นล้าน สุดท้ายถึงเวลาจะขึ้นค่าโดยสารก็ไม่ได้ จะขยายสัมปทานก็ยึกยัก เข้า ครม.ขอความเห็นชอบ เจ้ากระทรวงคมนาคม ค้านตะบันราด ขวางกันทุกเส้นทางดักหน้าดักหลัง จนทุกวันนี้กระทบกับการต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าไปอีกหลายเส้นทาง แล้วเอกชนหน้าไหนอยากจะเข้ามาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับรัฐให้เมื่อยตุ้ม

      ฝากไปถึงท่านผู้นำเมื่อไหร่จะกล้าตัดสินใจแสดงถึงภาวะผู้นำ อะไรจะเกิดก็ให้เกิดอย่าไปกลัว.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คาบลูกคาบดอกหมัดเหล็กรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยึดอำนาจสุเทพ เทือกสุบรรณวิกฤติเศรษฐกิจรถไฟฟ้าสายสีเขียวบีทีเอส

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 07:36 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์