รองโฆษกรัฐบาล ยกข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี อ้างอิงกรณีงบกระทรวงสาธารณสุขถูกยกเปรียบเทียบกับกลาโหม ขอติดตามอภิปรายสภา แนะถกด้วยข้อมูลถูกต้อง มองให้รอบด้าน

วันที่ 19 พ.ค. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กถึงกรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่ถูกเปรียบเทียบงบประมาณระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงกลาโหมว่า งบกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขึ้นน้อย แต่หากรวมงบกองทุนระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการแพทย์ฉุกเฉิน จะพบว่ามากกว่างบของกระทรวงกลาโหมอยู่ 9.23 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 สามารถใช้งบกลางฉุกเฉินและจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ที่เตรียมไว้แล้ว

“การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ทุกคนจึงมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ และถือเป็นเรื่องดีหากทั้งฝ่ายรัฐบาลและประชาชนจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นและข้อมูล ที่สำคัญมากคือต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและมองให้รอบด้านด้วย”

ทั้งนี้ น.ส.รัชดา ยังได้นำข้อมูลอ้างอิงจาก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ที่ให้ข้อมูลไว้ดังนี้

  • การจัดสรรงบประมาณต้องพิจารณาในภาพรวมและแนวทางการดำเนินงานในระยะยาว

  • ภาพรวมพบว่ากระทรวงกลาโหม ได้ปรับลดงบประมาณของทุกเหล่าทัพลดลงทุกปีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2565 ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กระทรวงกลาโหม เสนอขอตั้งงบประมาณ จำนวน 203,282.0 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 จำนวน 11,248.7 ล้านบาท (-5.24%)

  • สำหรับงบประมาณด้านสาธารณสุข รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และเสนอขอตั้งงบประมาณ พ.ศ. 2565 ไว้ที่หลายหน่วยงาน เพื่อสวัสดิการประชาชนอย่างครอบคลุมและทั่วถึงในทุกมิติด้านสุขภาพ ได้แก่
    - กระทรวงสาธารณสุข (9 กรม) จำนวน 153,940.5 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 จำนวน 4,338.1 ล้านบาท (-2.74%)
    - ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้ตั้งงบประมาณไว้ที่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 140,550.2 ล้านบาท
    - กองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ได้ตั้งงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดบริหารแพทย์ฉุกเฉินแก่ประชาชน จำนวน 1,183.2 ล้านบาท

...

  • เมื่อรวมงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านสาธารณสุขประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สรุปได้ว่า รัฐบาลมีการเสนอตั้งงบประมาณด้านสาธารณสุข 295,673.9 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รองโฆษกรัฐบาลยังได้ระบุทิ้งท้ายว่า เรื่องงบประมาณจะมีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย.นี้ ขอให้ติดตาม.