เรื่องของสามจอมเทพ พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์นั้น คนนอกอาจสับสนองค์ใดใหญ่กว่า แต่สำหรับสาวกนั้น แน่นอน สาวกพระพรหมว่าพระพรหม เป็นองค์หลัก สององค์หลังเป็นแค่ภาพจำแลง สาวกพระนารายณ์ ก็ว่าสององค์หลังเป็นภาพจำแลง
จะแตกต่างก็ตรงสาวกพระอิศวร เชื่อว่าทั้งสามองค์เป็นหนึ่งเดียว แต่แยกกันเพื่อทำหน้าที่ต่างกัน
แต่มีครั้งหนึ่ง ที่ทั้งสามองค์ มีเหตุให้ต้องทำหน้าที่เดียวกัน เหตุเพราะพระอินทร์ ที่จะนับเป็นองค์ที่สี่ก็ได้เกิดปริวิตกขึ้นมาว่า จะ
มีสตรีนางหนึ่งจะมีฤทธิ์เดชเกินหน้าเกินตา ซึ่งโดยวิสัยเทพผู้ยิ่งใหญ่ จะยอมไม่ได้
(สยามเทวะ สุรศักดิ์ ทอง สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2553)
สตรีนางนั้น ชื่อนางอนสูลยา เป็นภรรยาพระฤาษีอัตริ ขึ้นชื่อลือชาทั้งความงามเหนือหญิงในสามโลก ทั้งในความสัตย์ซื่อต่อสามีไม่มีผู้ใดเทียบได้
พระอินทร์ทนไม่ได้เสด็จไปขอให้พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ ไปทดสอบเรื่องทำนองนี้เป็นนิสัยปกติของจอมเทพ คือทนไม่ได้เหมือนกัน สามจอมเทพก็รับงาน
แต่งานนี้ จะทำต่อหน้าพระฤาษีผู้เป็นสามี ก็ไม่ได้ ต้องหาโอกาส จนเมื่อพระฤาษีอัตริ ออกไปประกอบพิธีกรรมสำคัญนอกอาศรม สามจอมเทพก็แปลงกายเป็นฤาษี ไปเป็นอาคันตุกะถึงอาศรม
การรับแขกนักบวช เป็นธรรมเนียมสำคัญ นางอนสูลยา จะต้องดูแลรับรองอย่างดี ขณะนางอนสูลยา ปูอาสนะให้สามฤาษีจำแลงนั่ง สามฤาษีก็เรียกร้องให้รีบๆหาอาหารชั้นดีมาถวาย
ข้อเรียกร้องนี้ไม่ยาก แต่ยังมีข้อเรียกร้องตามมา ตอนเอาอาหารมาถวายเปลือยกายออกมาด้วย
“พวกฉันได้ยินมาว่า รูปร่างเธอช่างงดงามนัก” สามอาคันตุกะในร่างนักบวช ว่าเข้านั่น
เจอไม้นี้เข้า นางอนสูลยาถึงกับอึ้ง แต่เธอก็ฉลาดพอจะเข้าใจ การเปลือยกายให้ชายที่ไม่ใช่สามีดู เป็นเรื่องผิดคุณธรรม เธอจึงขอร้องว่า เมื่อเธอเปลือยกายออกมา ขอให้สามฤาษีกลายร่างเป็นเด็กอ่อน
...
สามฤาษีจำแลงกินอาหารอิ่มหนำ นางอนสูลยาก็อุ้มขึ้นเปลเห่กล่อมจนหลับ
ถึงเวลาที่ฤาษีอัตริกลับอาศรม เห็นสามเด็กในเปลก็เข้าไปทำความเคารพ ถึงขั้นนี้สามจอมเทพก็ต้องคืนร่าง กล่าวสรรเสริญความซื่อตรงมั่นคงของนางอนสูลยาเป็นการใหญ่
เป็นธรรมเนียมของสวรรค์อีกเหมือนกัน ที่สามจอมเทพ ต้องประทานพรตามแต่นางปรารถนา
ตอนอุ้มเด็กลงเปล นางอนสูลยาที่มีใจรักเด็กก็อยากได้เป็นลูกอยู่แล้ว นางจึงขอให้สามจอมเทพมาเป็นลูกของนางเสียเลย
งานนี้ เป็นภาคบังคับสามจอมเทพต้องรวมร่างทั้งสามเข้าเป็นหนึ่งแต่มีสามเศียร
เศียรพระอิศวรอยู่กลาง เศียรพระพรหมอยู่ขวา เศียรพระนารายณ์อยู่ซ้าย แล้วประทานนามว่าทัตตะเตรยะ แปลว่าทัตตะผู้เป็นบุตรฤาษีอัตริ
แต่บรรดาสาวกทั้งหลายไม่นิยมพระนามนี้ เรียกกันว่า “ตรีมูรติเทพ”
นับถือกันว่าเป็นเทพผู้สูงสุดหนึ่งเดียว หากผู้ใดได้บูชาจะได้ ความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิตความรักและการงาน
นับแต่นั้น บรรดาสาวกทั้งหลาย ก็เลิกทะเลาะกัน เรื่ององค์ไหนจะใหญ่กว่ากันไปเลย
อ่านเรื่องตรีมูรติเทพแล้วมีศรัทธาก็ไปไหว้ขอพรกันนะครับ อยู่ใกล้ๆในกรุงเทพฯนี่เอง หน้าโรงแรมโซลทวิน ทาวเวอร์ แห่งหนึ่ง หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ อีกแห่งหนึ่ง
เงื่อนไขสำคัญอย่าเผลอไปขอให้สาปแช่ง หรือไล่ใคร เทพองค์นี้ ท่านเป็นเทพแห่งความรัก เรื่องแช่งเรื่องไล่ท่านไม่เอาด้วย.
กิเลน ประลองเชิง