นายกฯ เผย สั่งเร่งแก้โควิด-19 ระบาดในเรือนจำ ตั้ง รพ.สนาม ภายในเรือนจำ ลั่น เปิด 3 ช่องทาง ตั้งเป้าฉีดวัคซีนคนกทม. 5 ล้านคน ภายใน 2 เดือน (มิ.ย.-ก.ค.) ย้ำคนไทยทุกคนได้ฉีดวัคซีนแน่
วันที่ 18 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังประชุมครม. ประจำวันวันที่ 18 พ.ค. 2564 กรณีสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในขณะนี้ว่า สถานการณ์ยังอยู่ระดับทรงตัว ขณะที่ผมมีการเรียกประชุมด่วนเมื่อวานนี้ ก็เพื่อเร่งแก้ปัญหาการติดเชื้อภายในเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ สั่งจัดตั้ง รพ.สนาม ภายในเรือนจำ ยืนยัน เราให้การรักษาดูแลผู้ติดเชื้อให้ดีที่สุด ทั้งนี้ จะไม่ให้มีการเข้าเยี่ยมจากภายนอก จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ ในเรือนจำจะดีขึ้น ส่วนการระบาดในพื้นที่อื่นๆ เราจะดำเนินการตามมาตรการต่อไป ทั้งการสวมใส่แมสก์ การเว้นระยะห่าง รวมทั้ง สั่งให้ไปตรวจสอบ สถานที่เสี่ยง อย่างแคมป์คนงาน สถานที่การแพร่กระจายส่วนใหญ่ เป็นพื้นที่ปิด
ส่วนกรณีการฉีดวัคซีน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลเปิดให้ประชาชนฉีดวัคซีนโควิด-19 ใน 3 ช่องทาง ช่องทางแรก คือ ผ่านระบบหมอพร้อม ที่มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว ประมาณ 7 ล้านคน สาหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และจะเปิดให้กลุ่มผู้อายุต่ากว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ในวันที่ 31 พฤษภาคม นี้ ซึ่งข้อดีคือ ผู้ลงทะเบียนสามารถจองคิวฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลที่เลือก ในวันเวลาที่เลือกเอง ซึ่งข้อดีก็คือ ท่านสามารถเลือกสถานที่ และวันเวลาที่ท่านสะดวกได้เอง และรับรองว่า จะได้ฉีดในวันเวลาดังกล่าว อย่างแน่นอน สามารถเตรียมความพร้อมได้ดี หรืออาจจะเป็นระบบอื่นของแต่ละจังหวัด เช่น ภูเก็ตชนะ ก็ได้
ส่วนช่องทางที่สอง คือวิธีที่เสริมจากช่องทางระบบหมอพร้อม เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีน มากที่สุด เร็วที่สุดคือลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีนหรือ Onsite Registration ในกรณีที่มีวัคซีน สนับสนุนเพียงพอ ณ จุดบริการนั้น ซึ่งจะมีการพิจารณาจัดเตรียมระบบในช่องทางนี้เพื่อให้เกิด ความพร้อมมากที่สุดในการจัดสรร
...
ส่วนในช่องทางที่สาม คือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ นั่นคือการจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับ กลุ่มเฉพาะ คือ ประชาชนกลุ่มเฉพาะเสี่ยง กลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ หรือมีความสาคัญ ต่อ ระบบเศรษฐกิจและการดาเนินชีวิตของประชาชน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้า อสม. ทหาร ตารวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจ และนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุคลากรในโรงงาน คนพิการ พนักงานภาคบริการ อาหารและยา และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องฉีด เพื่อให้การดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้า
ไปได้โดยไม่สะดุด ซึ่งกลุ่มบุคคลหรือสมาคมใด มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน สามารถที่จะยื่นเรื่องให้กับ กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาเพื่อจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป
ส่วนเป้าหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน ภายใน 2 เดือน ระหว่างมิ.ย.-ก.ค. เพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ยืนยันว่า ทุกคนในประเทศไทยจะได้รับการฉีดวัคซีนแน่นอน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ขอยืนยันว่า เรามีวัคซีนที่ได้มาตรการ และมีประสิทธิภาพ
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะขอย้ำใครมีเจตนาเผยแพร่ข่าวเป็นเท็จ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และขอให้สื่อทุกคนช่วยกันระมัดระวังการเสนอข่าวให้มากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมและกองทัพไทย ดูแลเข้มงวดการลักลอบนำคนเข้าบริเวณชายแดน ทั้งนี้ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเรียกรับผลประโยชน์ ให้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น