ไลฟ์สไตล์
100 year

"อดุลย์" ฮึ่มลงถนน ขับไล่ระบอบตู่ ขอสู้ไปกับม็อบ 3 นิ้ว เพื่อไทยฉะงบเอื้อทหาร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
18 พ.ค. 2564 05:23 น.
SHARE

สภาฯเดินหน้าฝ่าโควิดลุยถกงบฯ 65 มั่นใจมาตรการเข้มข้นไม่ผุดคลัสเตอร์ใหม่ “ชวน” ขอ ส.ส. สวมแมสก์อภิปราย ฝ่ายค้านถล่มรัฐบาลรายวัน “สมคิด” เศร้าใจจัดงบฯไม่ตอบโจทย์สถานการณ์รุมเร้า เฉ่งงบฯลงทุนฟื้นฟู ศก.น้อยกว่าเงินกู้ ฉะลดงบฯทหารน้อยกว่า สธ. ถามเจ็บเอาไปรบกับใคร ยันเปลี่ยนนายกฯเท่านั้นทุกอย่างจบ ย้ำแผล “บิ๊กตู่” บกพร่องโยนบาปให้ประชาชน ปล่อยปละไม่ปราบธุรกิจสีเทาต้นตอเชื้อร้ายระบาด “อดุลย์” สูดหายใจอีกเฮือกประกาศลงถนนร่วมสู้กับลูกหลานไล่ “ระบอบประยุทธ์”

สถานการณ์โควิดระบาดรอบ 3 ยังวิกฤติ หลายฝ่ายหวั่นกระทบต่อประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ล่าสุดเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันสภาฯเดินหน้าประชุมงบฯไม่ให้มีสะดุด ขณะที่ฝ่ายค้านผิดหวัง รัฐบาลให้ความสำคัญกับงบฯสาธารณสุขน้อยกว่างบฯความมั่นคง

ข่าวแนะนำ

สภาฯเดินหน้าฝ่าโควิดถกงบฯ

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงมาตรการด้านสาธารณสุขของรัฐสภาเพื่อรองรับการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญวันที่ 22 พ.ค. ท่ามกลางวิกฤติของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า สภาฯเริ่มประชุมวันแรกในวันที่ 27 พ.ค.เพื่อพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ หากไม่เสร็จจะพิจารณาต่อในวันที่ 28 พ.ค.จากนั้นวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2565 โดยยืนยันตามมติของที่ประชุมหารือร่วมกันระหว่างวิป 3 ฝ่าย และ ครม. คือ เดินหน้าประชุมภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ขอ ครม.-ส.ส.ลดทีมงานติดตาม

นพ.สุกิจกล่าวต่อว่า สำหรับข้อกังวลของนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ที่ขอให้เลื่อนการประชุมสภาฯออกไปก่อนเนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์ยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และอาจเกิดคลัสเตอร์ใหม่จากสภาฯนั้น เนื่องจากสภาฯมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต้องพิจารณาตามกำหนด หากรอไปก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่สถานการณ์จะดีขึ้น และไม่มีใครให้คำตอบที่แน่นอนได้ จำเป็นต้องเดินหน้าประชุมต่อไป แต่ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและมั่นใจในมาตรการต่างๆของสภาฯ ทั้งการฉีดวัคซีนให้ ส.ส.รวมถึงเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน คาดว่าก่อนเปิดประชุมคงฉีดครบทุกคน และขอความร่วมมือ ส.ส. และ ครม. ลดจำนวนผู้ติดตาม คนรถ และเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงให้น้อยที่สุด ตลอดจนขอให้คัดกรองบุคคลที่ติดตามและให้อยู่ในพื้นที่ที่สภากำหนดอย่างเคร่งครัด

คุมเข้มทุกคนต้องสวมแมสก์

นพ.สุกิจกล่าวต่อว่า ขอยืนยันตามมาตรการเดิม ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย ทั้งภายในห้องประชุมและตัวอาคารรัฐสภา เดิมอนุญาตให้ผู้อภิปรายถอดหน้ากากอนามัยได้ แต่ครั้งนี้อยากให้ทุกคนที่ไม่มีปัญหาด้านการหายใจให้สวมหน้ากากอนามัยขณะอภิปราย หากมีปัญหาให้ขออนุญาตให้เป็นดุลพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎร และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเพื่อการประชุมดำเนินไปได้อย่างปกติ

“ชวน” หนุน ส.ส.ใส่หน้ากาก

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีให้อำนาจประธานสภาฯพิจารณาให้ ส.ส.ถอดหน้ากากอนามัยขณะอภิปรายว่า การเข้าประชุมสภาฯ ส.ส. และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่เข้ามาในอาคารรัฐสภา แต่ตอนอภิปรายหากสมาชิกไม่สะดวกในการพูดขอถอดหน้ากาก เป็นเรื่องที่ต้องหารืออีกครั้ง เที่ยวนี้ต้องเคร่งครัดมากกว่าเดิมเพราะมีผู้ติดเชื้อมาก ดังนั้น ถ้าใครอภิปรายโดยไม่ต้องถอดหน้ากากได้ก็ดี ใครจำเป็นต้องถอดจะพิจารณาความเหมาะสมอีกที หาก ส.ส.คนใดไม่ได้ฉีดวัคซีนคงต้องพิจารณาตัวเอง ไม่ใช่มาเป็นคนปล่อยเชื้อ ส่วนที่ห่วงอยากให้เลื่อนเปิดประชุมสภาฯออกไปนั้น ดูโดยรอบคอบแล้วเห็นว่า โอกาสเสี่ยงไม่มาก หากทุกคนระมัดระวังรักษาระเบียบป้องกันเข้มข้น ในที่ประชุม 4 ฝ่าย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ได้แจ้งตัวแทนรัฐบาลว่า หากเห็นว่าการประชุมสภาฯจะเสี่ยง เป็นอันตรายให้งดการประชุมก็แจ้งมาได้เลย สภาฯยินดีให้ความร่วมมือเท่าที่สอบถามแล้วไม่มีปัญหา

“สมคิด” อึ้งงบทหารเกิน 3 แสน ล.

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า เห็นเอกสารงบฯปี 65 แล้วเศร้าใจจัดงบฯแบบเดิมๆไม่ลำดับความสำคัญ ยิ่งงบฯเกี่ยวกับโควิด-19 น่าผิดหวัง รัฐบาลอาจอ้างว่าจัดตาม 6 ยุทธศาสตร์ไม่เช่นนั้นจะผิดรัฐธรรมนูญ แปลกที่สุดคือเราต้องฟื้นฟูประเทศแต่งบลงทุนอยู่ที่ 6 แสนกว่าล้านบาท น้อยกว่างบฯเงินกู้ที่มีถึง 7 แสนกว่าล้านบาท แปลว่างบฯปี 65 ไม่ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน และแม้ว่างบฯกระทรวงกลาโหมลดลงแต่ลดไปแค่ 5% ขณะที่งบฯกระทรวงสาธารณสุขลดลงถึง 30,000 กว่าล้านบาท ถ้าเอาชัดๆคืองบฯความมั่นคง 300,000 กว่าล้านบาท แต่ยุทธศาสตร์ในการแข่งขันกลับได้น้อยกว่า รัฐบาลต้องคิดว่า ความมั่นคงของประเทศคือพี่น้องประชาชน มิใช่ความมั่นคงทางทหารที่ไม่รู้จะไปรบกับใคร พรรค เพื่อไทยจะไล่เบี้ยให้ประชาชนได้รู้ และจะบอกหากเราเป็นรัฐบาลจะจัดงบฯแบบไหน ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์เร่งด่วนแบบทุกวันนี้ รัฐบาลอย่าใช้คำตอบแบบกำปั้นทุบดินก็แล้วกัน

บี้เพิ่มงบ สธ.-ยธ.สู้วิกฤติโควิด

นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า การจัดทำงบฯ แม้เป็นงบฯขาดดุล เพราะกู้มาเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 รอบ 3 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ากระทรวงสาธารณสุขกลับถูกลดลง 10.8% ขณะที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพปรับลดเพียง 4.9% แถมยังคงแผนงานซื้ออาวุธ เช่น เรือดำน้ำ ทั้งที่กำลังเผชิญกับโควิด-19 ดังนั้น ต้องเพิ่มงบฯด้านสาธารณสุขก่อนเหนือสิ่งอื่นใดไม่น้อยกว่า 20% เพราะจำเป็นเร่งด่วน รวมถึงเพิ่มให้กระทรวงยุติธรรมโดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ที่ต้องดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ ที่ขณะนี้มียอดผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด -19 ทวีคูณขึ้นทุกวัน ส่วนงบฯกระทรวงอื่นๆยังสามารถตัดลดงบฯให้เหลือเท่าที่จำเป็นได้ โดยเฉพาะงบฯของทหารต้องตัดลดให้มากกว่านี้ เพื่อนำมาเพิ่มให้ในเรื่องวัคซีน และยารักษาโควิด-19 ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์และสาธารณสุข เมื่อกลับมาสู่ภาวะปกติค่อยมาว่ากันใหม่ สิ่งสำคัญต้องหาเงินทุนสำรองให้ประชาชนกู้ยืมมาทำธุรกิจค้าขายสำคัญกว่าด้านการทหาร

พท.ย้ำเปลี่ยนนายกฯเท่านั้น

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ห่วงกรณีการติดเชื้อโควิดในเรือนจำทั่วประเทศ 9 แห่ง รวมกว่า 9,783 คน คาดว่าจะติดเชื้อเกินหมื่น เป็นที่น่าสังเกตว่า เรือนจำหลายแห่งไม่เปิดให้ญาติหรือบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยม ปรับมาใช้วิดีโอคอล หากมีผู้ต้องขังรายใหม่เข้าเรือนจำต้องกักตัว 14 วัน ถามว่าการระบาดในคลัสเตอร์เรือนจำ รัฐเป็นฝ่ายการ์ดตกอีกครั้งหรือไม่ ดังนั้น เพื่อลดการระบาดในเรือนจำควรแยกกลุ่มนักโทษผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย ติดกำไลอีเอ็มแล้วปล่อยตัวชั่วคราว สร้าง รพ.สนามสำหรับผู้ต้องขังในพื้นที่ทหาร และชดเชยความเสียหายอย่างเท่าเทียม รัฐต้องเปลี่ยนวิธีบริหาร ศบค.ต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์การแก้ปัญหา และประเทศต้องเปลี่ยนนายกฯเท่านั้น

อัดโยนบาปไม่ปราบธุรกิจเทา

นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารล้มเหลวมาแต่ต้นไม่เคยฟังคำแนะนำจากทุกฝ่าย คิดแต่มุมการเมืองเรื่องอำนาจ แม้แต่การแก้ปัญหาโรคระบาดยังออกคำสั่งรวบอำนาจเอาไว้ทั้งหมด วันที่ 1 มิ.ย. ที่เตรียมให้ประชาชนเดินเข้าฉีดวัคซีนได้ตามสถานที่ต่างๆนั้น ถามว่าจะนำวัคซีนมาจากไหน ต้นตอปัญหาการระบาดเกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แรงงานเถื่อนทะลักเข้าไทยเป็นจำนวนมาก รวมถึงลักลอบเปิดสถานบันเทิงจัดกิจกรรมทางสังคมของรัฐมนตรี ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อไวรัสและเสียชีวิต เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์เลือกที่จะไม่ทำอะไรเพราะกลัวกระทบเสถียรภาพของรัฐบาล ที่สำคัญไม่เคยแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น แต่เลือกโยนความผิดกล่าวหาประชาชนประมาทไม่ฟังคำเตือนรัฐบาล แต่ไม่จริงจังจัดการกับธุรกิจสีเทาและการกระทำที่ผิดกฎหมายที่สร้างปัญหาให้ประเทศ

“อดุลย์” ประกาศลงถนนไล่ “บิ๊กตู่”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สวนสันติพร ถนนราชดำเนิน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม จัดกิจกรรมรำลึก 29 ปีพฤษภาประชาธรรมเพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์เดือนพฤษภาคม 2535 นิมนต์พระ 1 รูป สวดบังสุกุล ก่อนร่วมวางดอกไม้รำลึก ที่ฐานอนุสรณ์สถานฯ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาเนื่องจากโควิด-19 ระบาด จากนั้นนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 อ่านแถลงการณ์ว่า ในฐานะหนึ่งในผู้สูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 35 เฝ้ามองคาดหวังว่าประเทศต้องดีขึ้นสักวันด้วยสายตา และความคิดของคนที่เข้าสู่วัยชรา วันนี้ขอไม่ทนอีกต่อไปจะปลดล็อกเดินลงถนนอยู่เคียงข้างลูกหลาน เยาวชนคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศ ขอยืนอยู่คนละฝั่งกับโครงสร้างอำนาจจารีตนิยม นักการเมืองและกลุ่มคนที่รับใช้ “ระบอบประยุทธ์” เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ยิ่งอยู่ยิ่งทำให้ประเทศเสื่อมถอยหายนะ แม้เคยประกาศว่า ไม่ก่อม็อบไม่ลงถนน แต่วันนี้ขอร่วมขับเคลื่อน เป็นพลังคู่ขนาน เป็นพลังหนึ่งเดียวกับลูกหลานเพื่อส่งต่อประเทศที่มีอนาคตต่อไป

“เรืองไกร” ยื่นสอบ 20 ส.ส.หญิง

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่านไปรษณีย์อีเอ็มเอส ให้ตรวจสอบ 20 ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย ที่เข้าชื่อทำจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญาขอความเป็นธรรมให้ผู้ต้องขังคดีการเมืองได้รับสิทธิการประกันตัว เมื่อวันที่ 30 เม.ย. อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 185 (1) ใช้สถานะสภาผู้แทนราษฎรก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม คล้ายคลึงกับกรณีที่ ป.ป.ช.เคยชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือก-สุบรรณ อดีตรองนายกฯ กรณีส่ง ส.ส.19 คน ไปช่วยราชการกระทรวงวัฒนธรรม ตามที่ ป.ป.ช.เคยชี้มูลความผิด เมื่อเดือน ก.ค.2555 กรณีแทรกแซงกระทรวงวัฒนธรรม

“ชูศักดิ์” ยืนกรานไม่ก้าวก่ายศาล

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายเรืองไกร ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เอาผิด 20 ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย แทรกแซงการทำงานข้าราชการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185 (1) กรณีร่วมยื่นหนังสือต่ออธิบดีศาลอาญาให้พิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองนั้น เนื้อหาในหนังสือที่ส่งถึงอธิบดีศาลอาญา เป็นเพียงจดหมายขอความเป็นธรรมต่อศาลให้พิจารณาประกันตัวของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากเห็นความพยายามของนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ ที่พยายามยื่นขอประกันตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน บุตรชาย เกิดความสงสาร อยากมีส่วนร่วมขอความเป็นธรรมต่อศาลด้วยเท่านั้นเป็นการร้องขอความเป็นธรรม ความเมตตา ไม่มีข้อความส่วนใดกดดัน ก้าวก่าย หรือแทรกแซง ไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ

ทนายเร่งขอประกันม็อบ 5 ราย

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยว่า ศูนย์ทนายกำลังดูเรื่องประกันตัว นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก นายชูเกียรติ หรือจัสติน แสงวงค์ และ 2 ผู้ต้องหาคดีทุบรถผู้ต้องขังที่ยังถูกขังอยู่ในเรือนจำ โดยยื่นคำร้องขอไต่สวนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในรายที่สามารถไต่สวนได้ ทั้งนายอานนท์ และนายภาณุพงศ์ที่ถูกเบิกตัวไปรักษาโควิดอยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ได้หรือไม่ ส่วนนายชูเกียรติ ที่อยู่ รพ.ราชทัณฑ์ อาการดีขึ้นและกำลังจะหาย สามารถไต่สวนได้ ส่วนนายภาณุพงศ์ เพิ่งเข้าไปรักษาตัว แต่ถ้าสถานที่ควบคุมตัวใครมีความสะดวกเราจะขอให้ศาลไต่สวนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทันที คาดว่าจะยื่นได้ภายในสัปดาห์นี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาระบอบประยุทธ์พรรคเพื่อไทยงบทหารอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ข่าวหน้า1ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 15:21 น.