ไลฟ์สไตล์
100 year

ฝ่ายค้านรอถล่มงบประมาณกองทัพปี 65 เปิดประชุมสภาฯสมัยสามัญ 22 พ.ค.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
15 พ.ค. 2564 05:10 น.
SHARE

วิป 4 ฝ่ายถกเครียดฝ่าโควิดถกงบฯปี 65 “สุทิน” ผวาเป็นอภิมหาคลัสเตอร์แพร่เชื้อมรณะ “ชวน” สั่งเข้มงวดเต็มร้อยคุมเจ้าหน้าที่ ประเดิม 27 พ.ค. พิจารณา 2 พ.ร.ก. ส่วน พ.ร.บ.งบฯ ต่อคิว 31 พ.ค.ถึง 2 มิ.ย. ฝ่ายค้านลับมีดสอนเชิงวิธีแก้วิกฤติ “ประเสริฐ” ดักคอเมินคำท้วงติงใช้พวกมากลากไป จ่อยื่นญัตติถล่ม “อนุดิษฐ์” อัดประเทศชาติสาหัส กห.ยังมีหน้าถมงบฯซื้ออาวุธ “ทวี” หนุนเปิดเขียงซักฟอกลงดาบเชือด โอ่มีหลักฐานชัดปล่อยรัฐบาลตู่บริหารต่อไม่ได้ “อันวาร์” ไม่จบขู่ ปชป.ไม่ถอนตัว ชาวบ้านจะสั่งสอนเขี่ยพ้นสนามเลือกตั้ง “บิ๊กป้อม” ขันนอตกำราบเฟกนิวส์ “บิ๊กตู่” โวยถูกบิดเบือน โต้ไม่เคยโทษประชาชน

ที่ประชุมร่วมวิป 4 ฝ่ายหารือวางกรอบการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจะเริ่มประชุมสภาฯวันแรกในวันที่ 27 พ.ค.พิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับของรัฐบาล จากนั้นวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.จะเป็นวาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565

ข่าวแนะนำ

สภาฯวางกรอบประชุมงบฯ ปี 65

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 พ.ค.ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมวิป 4 ฝ่าย ประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว.และ ครม. มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เข้าร่วมหารือถึงเเนวทางเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญในวันที่ 22 พ.ค.จะมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับเข้าสู่การพิจารณา รวมทั้ง หารือแนวทางและมาตรการการประชุมในช่วง

โควิด-19 ระบาดระลอกใหม่

จากนั้นเวลา 12.00 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลการประชุมวิป 4 ฝ่ายว่า สภาฯจะเปิดสมัยประชุมวันที่ 22 พ.ค.โดยวันที่ 27-28 พ.ค.เป็นการประชุมพิจารณา พ.ร.ก.ต่างๆ ที่รัฐบาลออกไว้แล้ว จากนั้นจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.ที่ประชุมพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสถานการณ์โควิดกำลังระบาดขณะนี้ มีการทักท้วงว่าควรหยุดรอก่อนหรือไม่ เบื้องต้นมีรายงานว่า ส.ส. 235 คนฉีดวัคซีนแล้วยังไม่รวมส.ส.ที่ฉีดแล้วในพื้นที่ต่างจังหวัด คาดว่าจะฉีดเพิ่มเติมอีก ส่วนเจ้าหน้าที่สภาฯฉีดแล้ว 2-3 ร้อยคน จะมีฉีดเพิ่มเติมเช่นกัน คาดการณ์ว่าหากเปิดประชุมจะมีมาตรการเข้มข้นขึ้น แต่หากสถานการณ์แย่กว่านี้จะพิจารณาอีกครั้ง

ประเมินยิบหวั่นอภิมหาคลัสเตอร์

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสมาชิกส่วนใหญ่โดยเฉพาะฝ่ายค้านอยากประชุม เพราะต้องมีวาระสำคัญมาก เช่น ร่างพ.ร.บ.งบฯปี 65 หากพิจารณาล่าช้าจะเกิดผลเสีย ส่วน พ.ร.ก.ต่างๆเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งการประชุมร่วมรัฐสภามีร่าง พ.ร.บ.ประชามติและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอการพิจารณา แต่หลายคนกังวลเรื่องสถานการณ์โควิด ยังเป็นช่วงขาขึ้นอยู่ แต่หลังจากฟังการชี้แจงของสภาฯ ถึงมาตรการป้องกันอย่างละเอียด เชื่อมั่นว่าจะเดินหน้าประชุมได้ แต่จะประเมินเป็นระยะถ้าเกิดความเสี่ยงต้องดู เพื่อไม่ให้เกิดอภิมหาคลัสเตอร์ เรากังวลต้องประเมินเป็นระยะ พร้อมปรับเปลี่ยน แม้จะกลัวโควิดแต่เราจะทำหน้าที่ไม่ให้บกพร่อง เว้นแต่เกิดสถานการณ์จำเป็น งบประมาณแผ่นดินจะทำให้เสร็จตามกำหนดระยะเวลาให้ได้

“ชวน” เข้มมาตรการคุม จนท.100%

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯให้สัมภาษณ์ว่าในการหารือมีความเห็นแตกต่างอยู่บ้าง แต่มอบหมายให้เลขาธิการสภาฯชี้แจงมาตรการป้องกันโรคโควิดอย่างเข้มงวด นอกจากขอร้องให้ ส.ส.ฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงแล้ว เจ้าหน้าที่ในห้องประชุม ฝ่ายประชุมต้องไปฉีดวัคซีน ใครมีโรคประจำตัว มีอาการแพ้หรือกลัวการรับวัคซีนให้แสดงใบรับรองแพทย์ถ้าไม่พร้อมไม่อนุญาตให้เข้าห้องประชุม แต่ ส.ส.ไปบังคับคงไม่ได้มาตรการป้องกันสำหรับเจ้าหน้าที่ต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผู้ติดเชื้อเด็ดขาด ยอดผู้ติดเชื้อในสภาฯยังอยู่ที่ 5 ราย ล้วนติดจากภายนอกสภาฯ ภายในห้องประชุมสภาฯไม่อนุญาตให้มีผู้ไปนั่งใกล้ผู้อภิปราย ประสานไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯรับปากไปหารือกับ กทม. ขออนุโลมปรับปรุงระเบียบกฎหมายให้ผู้อภิปรายถอดหน้ากากอนามัยระหว่างอภิปรายได้

ให้ “ไพบูลย์” นัดวันถกญัตติแก้ รธน.

นายชวนกล่าวอีกว่า การประชุมสภาฯจะประชุมวันแรกวันที่ 27 พ.ค.พิจารณาร่าง พ.ร.ก. 2 ฉบับ ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 เริ่มวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.หนักหน่อยคือการประชุมร่วมรัฐสภาจำนวนคนจะล้น ญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มอบให้นายไพบูลย์ไปหารือกับ 2 สภาฯ จะเป็นวันไหนต้องพิจารณาอีกครั้งยังไม่ได้ข้อยุติ เราต้องอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ ด้วยวิธีการบริหารรูปแบบใหม่ อย่าให้เป็นอุปสรรคการทำงาน อะไรไม่เสี่ยงต่อสุขภาพเราทำได้ ไม่ทำให้งานของชาติบ้านเมืองค้างเพราะโควิด ถ้ามีปัญหาหนักหน่วงรัฐบาลต้องแจ้งขอร้องมายังสภาฯ แต่ตอนนี้ยังไม่มีปัญหา

“ประเสริฐ” ใช้เวทีงบฯแนะวิธีฝ่าวิกฤติ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการเตรียมยื่นอภิปรายรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ว่า เมื่อสภาเปิดแล้ววาระแรกที่จะมีการพิจารณา คือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ซึ่งเราจะใช้เวทีนี้ในการซักถามรัฐบาลถึงการจัดงบประมาณแก้ไขวิกฤติโควิด ตรงนี้คงได้มีการหยิบยกประเด็นการแก้ปัญหาโควิดขึ้นมาเสนอด้วยเพราะงบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาและเกี่ยวพันทุกเรื่อง เราจึงสามารถใช้เวทีนี้ทวงถามแนวทางแก้ปัญหาและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ แต่ถ้ารัฐบาลยังใช้พวกมากลากไปไม่สน คำท้วงติงของฝ่ายค้านเราก็จะหารือกันในพรรคร่วมฝ่ายค้านหลังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบ ว่าจะยื่นอภิปรายต่อเนื่องเลยหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยกันภายในแล้ว ก็คงต้องรอหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง ส่วนจะเป็นการอภิปรายแบบลงมติหรือไม่คงต้องรอผลการประชุม

โต้เกมการเมืองอยากให้ฟังเสียง ปชช.

เมื่อถามว่าหากกระแสสังคมมองว่าขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาการเมือง ควรร่วมมือกันช่วยประชาชนก่อน นายประเสริฐกล่าวว่า เราให้รัฐบาลทำงานมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว ผลที่ออกมาเห็นชัดว่าการแก้ปัญหาหลายอย่างมีข้อผิดพลาดจนนำไปสู่ความเสียหายของคนทั้งประเทศ ทั้งการบริหารจัดการวัคซีน และการปล่อยให้คนในรัฐบาลเองเป็นส่วนหนึ่งของการแพร่เชื้อระลอกสาม จนวันนี้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาลแล้ว ที่เราจะนำเรื่องนี้ไปพูดในสภาฯไม่ใช่ประเด็นทางการเมืองที่จ้องทำลายล้างแต่เราอยากให้เวทีนิติบัญญัติหาทางออกให้ประเทศชาติ รัฐบาลควรเปิดใจรับฟังคำเสนอแนะจาก ส.ส.ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนบ้างไม่ใช่รวบอำนาจบริหารอยู่ที่ส่วนกลางอย่างเดียวจนปัญหาลุกลามถึงขนาดนี้

อัด ปทช.วิกฤติ กห.ยังถมงบฯซื้ออาวุธ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 ที่จะเข้าสภาฯ วันที่ 31 พ.ค.ว่า เท่าที่ตรวจสอบการขอใช้งบฯปี 65 ของรัฐบาล กังวลอย่างยิ่งว่าทำไมทำเหมือนจัดทำงบฯปีที่สถานการณ์เป็นปกติ ทั้งที่กระทรวง ทบวง กรมต่างๆควรของบฯตามความจำเป็นเร่งด่วนสอดคล้องกับภารกิจช่วงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด โดยเฉพาะงบลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนแก่ประเทศ เช่น การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม ยังของบฯส่วนนี้เข้ามา เข้าใจกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ป้องกันประเทศ ย่อมจำเป็นต้องจัดหา จะไม่ว่าอะไรเลยถ้าสถานการณ์ปกติ แต่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติโควิดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นมีแต่แย่ลง การจัดงบฯเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยอมรับไม่ได้

อย่าคิดมือในสภาฯมีน้ำหนักกว่า ปชช.

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า เชื่อว่า ส.ส.ในสภาฯไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านคงไม่ยินยอมให้ฝ่ายบริหารจัดงบฯสะเพร่าและไม่มีคุณภาพแบบนี้แน่นอน ในวันที่ 31 พ.ค.เป็นเพียงการพิจารณาวาระที่1ยังเชื่อว่าเสียง ส.ส.ตัวแทนประชาชนคงหนักแน่นพอที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการขอใช้งบฯให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ แต่ถ้ารัฐบาลยังไม่รับฟังคงหมดความชอบธรรมนำพาประเทศต่อ ขอเตือนว่าอย่าคิดว่ามือในสภาฯมีน้ำหนักมากกว่าเสียงประชาชน

“ทวี”หนุนซักฟอกลงดาบเชือด รบ.

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยจะเสนอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อสภาฯเปิด ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้ประชุมร่วมกัน แต่ส่วนตัวเห็นด้วยกับการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาโควิด เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านเคยอภิปรายแบบไม่ลงมติมาแล้วเมื่อเดือน ก.ย.2563 ส.ส.ตั้งคำถามและเสนอข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมเพียงแต่รับฟังและตอบคำถาม แต่ทางปฏิบัติกลับไม่ใส่ใจ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยปละให้มีการแพร่ระบาด เห็นชีวิตคนไทยสำคัญน้อยกว่าการเล่นการเมือง เพื่อรักษาตำแหน่งตัวเอง

โอ่มีหลักฐานชัดไม่ควรบริหารต่อ

พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า เราเสนอว่าจะมีการระบาดระลอก 2-3 รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการรับมือ แต่กลับไม่ทำอะไร ไม่ใส่ใจ สุดท้ายเดือนธ.ค.ปล่อยให้มีแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศแล้วแพร่เชื้อ มีบ่อนใน จ.ระยอง ชลบุรี มาถึงเดือน มี.ค.ปล่อยให้ระบาดระลอก 3 ทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก ต้นตอจากคนในรัฐบาล นายกฯบอกเองว่ารู้ว่ารัฐมนตรีคนไหนไปเที่ยวมา แต่ไม่ลงโทษ อีกทั้งยังปล่อยให้คนกระจายเชื้อไปทั่วประเทศช่วงสงกรานต์ แม้แต่รัฐมนตรียังจัดงานมั่วสุมในช่วงดังกล่าวจนมีผู้ติดเชื้อ เท่ากับเป็นการกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินเสียเอง ความเสียหายหลายๆอย่าง เราเชื่อว่าเป็นการกระทำไม่สุจริต มีการทุจริตจงใจไม่บังคับใช้กฎหมาย และยังมีการช่วยเหลือพวกพ้อง ไม่ยอมเอาคนผิดมารับโทษ ดังนั้นเครื่องมือที่ดีที่สุดของฝ่ายค้านที่ทำได้ตอนนี้คืออภิปรายไม่ไว้วางใจ และพรรคประชาชาติมีข้อมูลบางอย่างที่ชี้ให้เห็นว่านายกฯและรัฐมนตรีบางท่านไม่ควรบริหารประเทศต่อ

ก้าวไกลรอเคาะความเห็นร่วมกัน

ที่ชุมชนวัดไผ่ตัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ว่า ในเบื้องต้นต้องมีการหารืออีกครั้ง ก่อนเปิดสมัยประชุมรัฐสภาช่วงปลายเดือน พ.ค. แต่สิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นคือการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 2 ฉบับตามที่รัฐบาลเสนอ จากนั้นจะเป็นการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2565 ในวาระเเรกที่รัฐบาลเสนอ ถือว่าสำคัญต่อพี่น้องประชาชน

“อันวาร์” ขู่ ปชช. จะสั่งสอน ปชป.

นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ย้ำเตือนการอ้างมติพรรค ควรอ้างด้วยความเคารพ ไม่ใช่อ้างพร่ำเพรื่อ สังคมจะมองว่าอ้างเพื่อประโยชน์ส่วนตัว การเสนอให้พรรคถอนตัวออกจากรัฐบาลมีเหตุผล 3 เงื่อนไขที่พรรคยื่นก่อนร่วมรัฐบาล 2 ข้อแกนนํารัฐบาลไม่สนใจนำพาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคแกนนําไม่ประสงค์จะแก้ คว่ำได้กระทั่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตัวเอง และการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตการเลือกคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาเป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเกิดก่อนหรือหลังรับตําแหน่งล้วนเป็นมลทิน พรรคต้องถอนตัว ไม่เช่นนั้นประชาชนจะถอนพรรคประชาธิปัตย์ออกจากสนามการเมืองเลือกตั้งครั้งหน้า เคยโดนมาแล้วในอดีตเคยมี ส.ส. 161 คน ลดเหลือ 52 คน ภาคใต้เคยกวาด 50 ที่นั่ง เหลือไม่ถึงครึ่ง ล่าสุดเสียเขต 3 นครศรีธรรมราช

“บิ๊กป้อม” สั่งกำชับกำราบเฟกนิวส์

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตาม ก.ม.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อาคาร 20 บมจ.ทีโอที พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไปตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต้อนรับ โดย พล.อ.ประวิตร มอบนโยบายว่า สถานการณ์ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสร้างกระแสข่าวปลอม ทำให้เข้าใจผิด ความสับสน ตื่นตระหนกในสังคม ส่งผลต่อความเชื่อมั่นการบริหารงานของรัฐบาลช่วงวิกฤติโควิด-19 ต้องบูรณาการทำงานเฝ้าระวังข่าวปลอม ข่าวเท็จเร่งดำเนินคดี

“บิ๊กตู่” โวยถูกบิดเบือนโทษ ปชช.

ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการต่อสู้แก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 ของไทยว่า เราต้องสู้ไปด้วยกันทุกภาคส่วน รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด จัดหาวัคซีนเพื่อคนไทยทุกคน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ไม่โทษกันไปมา เพราะไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่กลับแย่ลง รัฐบาลไม่เคยโทษประชาชนตามที่มีบางกลุ่มนำไปบิดเบือน พยายามสร้างความขัดแย้ง ประชาชนคือคนที่รัฐต้องดูแลและดูแลให้ดีที่สุด

“พิธา” นำทีม กก.ตรวจเชื้อโควิด กทม.

เมื่อเวลา 10.30 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล และทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ลงพื้นที่ชุมชนวัดไผ่ตัน เขตพญาไท กทม. และชุมชนจันทราสุข ซอยลาดพร้าว 87 เขตวังทองหลาง เพื่อตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เชิงรุกให้ประชาชนในชุมชน นายพิธากล่าวว่า ตนและทีมงานพรรคก้าวไกลมาลงพื้นที่ตรวจโควิดเชิงรุกในแหล่งชุมชน ใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ นั่นคือ Rapid antigen test รู้ผลภายใน 30 นาที เป็นระบบเหมาะสมต่อสถานการณ์ปัจจุบัน รู้ผลได้เร็ว ประหยัดราคาและเวลา

ท้านายกฯลงพื้นที่รณรงค์ตรวจเชิงรุก

“ขอเชิญชวนรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯมาลงพื้นที่พบประชาชน รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนได้ตรวจเชื้อโควิดในเชิงรุก ลดคลัสเตอร์ติดเชื้อของผู้ป่วยในกรุงเทพฯได้ ส่วนกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมากในเรือนจำ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ควรมีมาตรการดูเเลชัดเจน เป็นสิทธิในการได้รับรักษาขั้นพื้นฐานของผู้ถูกคุมขังตามรัฐธรรมนูญ” นายพิธากล่าว

ศาลเลื่อนไต่สวนปล่อยตัว “จัสติน”

ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายชูเกียรติ หรือจัสติน แสงวงค์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 กรณีร่วมชุมนุมกับกลุ่มรีเดมแปะป้ายลบหลู่สถาบันฯที่สนามหลวง โดยพนักงานสอบสวน ทนายผู้ต้องหาและผู้ยื่นขอปล่อยชั่วคราวมาศาล ศาลสอบถามแล้วพนักงานสอบสวนแถลงว่าไม่คัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว ต่อมาศาลได้แจ้งคู่ความให้ทราบว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ยธ.0768/57 ขอให้งดเบิกตัวผู้ต้องขังแม้โดยระบบการสื่อสารผ่านทางไกล เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังและจำกัด การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่เรือนจำ จึงไม่สามารถเบิกตัวผู้ต้องหามาศาลได้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นควรให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้องผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์วันที่ 1 มิ.ย. เวลา 10.00 น.

ศาลปล่อยตัวสมยศ–13 รีเดม

ที่ สน.พหลโยธิน เวลา 10.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรีเดม 13 คน 1.นายศุภกิจ บุญมหิทานนท์ อายุ 19 ปี 2.นายวีรภาพ วงษ์สมาน 3.นายปรณัท น้อยนงค์เยาว์ 4.นายพัชรวัฒน์ โกมลประเสริฐกุล 5. น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ 6.ว่าที่ ร.ต.อิทธิกร ทรัพย์แฉ่ง 7. น.ส.ปรีชญา สานจิตรสัมพันธ์ 8. น.ส.สุทธิตา รัตนวงศ์ 9.นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง 10.นายยงยุทธ ฮังนนท์ 11.นายศรัณย์ อนุรักษ์ปราการ 12.นายชนกันต์ เคืองไม่หาย และ 13.นายชาติชาย แกดำ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวน บก.น. 2 รับทราบข้อกล่าวหาข่มขืนใจเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาล ตามหมายจับศาลอาญาจากการชุมนุมหน้าศาลอาญาเมื่อวันที่ 2 พ.ค.และมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย มอบตัวจากการชุมนุมหน้าศาลอาญาเมื่อวันที่ 30 เม.ย. พงส.คุมตัวไปยื่นคำร้องขอศาลฝากขังเวลา 13.30 น.

ต่อมาศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสมยศ ทำสัญญาประกันราคาประกัน 8 หมื่นบาท มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรยกเว้นได้รับอนุญาตจากศาล ให้ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม) และห้ามออกนอกเขต กทม. จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรปราการ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 13 คน เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมรีเดม ศาลอนุญาตให้ประกันคนละ 40,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุมรัฐสภาประชุมรัฐสภาสมัยสามัญงบประมาณงบประมาณ 2565งบกองทัพฝ่ายค้านข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 08:06 น.