ไลฟ์สไตล์
100 year

นินทากาเลเทน้ำ

กิเลน ประลองเชิง
5 พ.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

หนังสือเล่มหนา ตั้งชื่อเจาะจงว่า “นิทานอีสปสำหรับเด็ก”(ฟรีฟอร์ม สำนักพิมพ์ พ.ศ.2555) ตั้งใจให้เด็กที่รักภาษาอังกฤษฝึกอ่าน เริ่มด้วยภาษาอังกฤษ คุณพลพงษ์ จันทร์อัมพร แปลเป็นไทย เนื้อหาและสำนวนอ่านสนุกเพลิน

ผมเลือกเรื่อง มิลเลอร์ ลูกชายและเจ้าลา เพราะคิดว่าน่าจะใช้สอนเด็กๆที่กำลังเจอปัญหาหน้าสิ่วหน้าขวาน

ข่าวแนะนำ

วันหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ผู้เฒ่ามิลเลอร์กับลูกชาย เดินทางไปตลาดพร้อมลา

เขาหวังว่าจะเอาลาไปขาย จึงจูงมันเดินไปช้าๆ เพราะคิดว่าน่าจะมีโอกาสขายได้ราคามากกว่า หากดูแลลาให้อยู่ในสภาพดี

คนเดินทางกลุ่มแรกที่สวนทาง เห็นเข้าก็หัวเราะเยาะ คนหนึ่งพูดเสียงดัง “ ช่างโง่เง่าอะไรเช่นนี้ แทนที่จะขี่ลาพวกเขากลับเดิน ผู้ที่โง่เง่าที่สุดคงไม่ใช่ลาอย่างที่เราคิดแน่”

มิลเลอร์ไม่ชอบเสียงหัวเราะเยาะนั้น เขาจึงบอกให้ลูกชายปีนขึ้นไปขี่หลังลา

เดินทางต่อไปได้อีกพัก ก็เจอพ่อค้าสามคน“โอ้โฮ ดูสิ นี่มันอะไรกัน” พ่อค้าคนหนึ่งร้องจ้องไปที่ลูกชาย “เคารพคนแก่บ้าง พ่อหนุ่ม ลงมาแล้วให้คนแก่ขึ้นไปขี่ลาแทนเถิด”

ที่จริงผู้เฒ่ามิลเลอร์ยังไม่เหน็ดเหนื่อยอะไร แต่ความอยากตามใจปากคน เขาบอกให้ลูกชายลงมา แล้วเขาก็ปีนขึ้นไปขี่หลังลาแทน

เดินต่อไปอีกไม่นาน กลุ่มคนที่สวนทางมา เป็นพวกผู้หญิง แบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยผัก และของซื้อของขาย

ผู้หญิงปากร้ายกว่าผู้ชาย หญิงหนึ่งตะโกนไม่เกรงใจ“ ดูตาแก่หน้าโง่นั่นซี เขานั่งสบายบนหลังลา แต่ปล่อยให้เด็กน้อย ผู้น่าสงสารต้องเดินเท้า”

คราวนี้ผู้เฒ่ามิลเลอร์หัวเสียขึ้นมาบ้าง แต่ความรำคาญปากพวกผู้หญิง เขาบอกให้ลูกชายปีนขึ้นบนหลังลา ขี่หลังลาซ้อนข้างหลังตัวเขา

ผู้เฒ่ามิลเลอร์ถอนหายใจโล่งได้นิดเดียว เสียงคนอีกกลุ่มที่สวนทางมาก็ดังขึ้น

“ช่างโหดร้าย อะไรเช่นนี้ เจ้าลาตัวเล็กๆตัวเดียว ต้องแบกคนงี่เง่าน่าสมเพชสองคน” เสียงหนึ่งโวยวาย เสียงสองก็ตามมา “ที่จริงพวกเขาดูท่าน่าจะแบกลาน่าสงสารมากกว่า”

ผู้เฒ่ามิลเลอร์และลูกชาย ทนฟังเสียงนินทาไม่ได้ต่อไป ผลุนผลันลงจากหลังลา แล้วหาวิธีเดินทางใหม่

จากนั้นไม่นาน เมื่อถึงตลาด ผู้คนในตลาดก็ส่งเสียงวิจารณ์กระหึ่ม เมื่อเห็นสองพ่อลูกแบกลามาโดยผูกมันห้อยกับไม้คาน

คนใกล้ส่งเสียงดัง คนไกลได้ยินก็กรูกันวิ่งเข้ามา ภาพพ่อลูกแบกลาห้อยมากับไม้คาน พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน หลายคนหัวเราะ หลายคนตะโกนโหวกเหวก

เจ้าลาเริ่มรำคาญ เริ่มเตะเท้าและร้องเสียงดัง

เวลานั้น พวกเขากำลังเดินข้ามสะพาน...เชือกที่ผูกลาก็ขาด มันหล่นตูมลงน้ำ

แล้วผู้เฒ่ามิลเลอร์และลูกชาย ก็ต้องเดินกลับบ้านมือเปล่า ด้วยความเศร้าสร้อย เขาไม่เพียงไม่ได้เงินจากการขายลา ทั้งยังไม่ได้ความพึงพอใจกับใครเลย

ตามลีลานิทานอีสปต้องจบว่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราไม่อาจสร้างความพึงพอใจให้กับใครได้ทุกคน

ใครชอบนิทานเรื่องนี้ อย่าเผลอซื้อหนังสือสำหรับเด็กเล่มนี้ ไปให้ผู้ใหญ่ ใหญ่มากๆถึงระดับผู้นำอ่านทีเดียว เดี๋ยวท่านจะโกรธเอาเป็นเอาตาย

โถ!ก็แค่เรื่องเสียงซุบซิบ (จริงแค่ไหนก็ไม่รู้) จากรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ถึงขั้นประกาศจะตัดจากโควตา ครม.

เรื่องนี้อาจใหญ่สำหรับคนแบบท่าน แต่เป็นเรื่องขำขันของผู้คนทั้งบ้านทั้งเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นินทานายกฯนินทานิทานอีสปนิทานพรรคร่วมรัฐบาลชักธงรบกิเลน ประลองเชิง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 13:06 น.