ไลฟ์สไตล์
100 year

ฟันรัฐมนตรีปากเสีย นินทานายกฯ กร้าวขู่ริบโควตาเก้าอี้คืน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
28 เม.ย. 2564 05:23 น.
SHARE

“เรือแป๊ะ” เครื่องรวน “บิ๊กตู่”-พรรคร่วมฯล่อกันเละ “ประยุทธ์” เมิน ปชป.เคืองส่ง รมต. ข้ามถิ่นยึดฐานเสียง 3 จว.ใต้ ว้ากไม่ทบทวน ไม่ใช่เวลามาเล่นการเมือง หัวร้อนฟาดเปรี้ยงกลาง ครม.ขู่ริบโควตา รมต.ปากเสียนินทานายกฯ “ชวน” นั่งไม่ติดจัดทริปนั่งรถตู้ล่องปักษ์ใต้ 14 จว.ปูพรมแจกแมสก์ ซับน้ำตาชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ด่านหน้า “ศุภชัย” เปิดหน้าชนอัดนายกฯถนัดใช้อำนาจพิเศษ ตัด ครม.พ้นวง ศบค.เอา สมช.มานำสู้โควิดแทน สธ.เลยเหลว “แรมโบ้” ซัดกลับพวกเอาดีใส่ตัว โดดเรือหนี คบยาก ทำเนียบฯ-บก.ทบ.คุมเข้มห้ามสื่อเข้าพื้นที่ชั่วคราว

ความล้มเหลวการบริหารจัดการแก้ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลุกลามเป็นความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยคนของพรรคภูมิใจไทยออกมาวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เคยชินการใช้อำนาจพิเศษและตัด ครม.พ้นจาก ศบค. ขณะที่นายกฯถึงกับเปรยกลาง ครม.ถูกรัฐมนตรีนินทา ขู่ริบโควตารัฐมนตรี พร้อมยืนยันไม่ปรับคำสั่งมอบรัฐมนตรีคุมพื้นที่

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่” โต้ ปชป.ไม่ใช่เวลาเล่นการเมือง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าฯด้วยสีหน้าเรียบเฉยมาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ร่วมประชุมอยู่ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์กรณีไม่พอใจคำสั่งนายกฯที่ 85/2557 เรื่องการมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันในระดับพื้นที่จังหวัด ที่ถูกมองว่ายกพื้นที่ภาคใต้ให้พรรคพลังประชารัฐว่า ยืนยันจนถึงวันนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งใดๆทั้งสิ้น ยังคงเป็นคำสั่งเดิม ได้ให้แนวทางไปว่าให้ลองดูว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในพื้นที่ต่างๆ ยังไม่ได้ไปตกลงอะไรทั้งสิ้น อย่าเพิ่งไปให้เป็นข่าวจนเสียหาย วันนี้ไม่ใช่เวลาการเมือง เป็นเวลาทำงาน ไม่ได้มุ่งหมายว่าจะให้พรรคใครได้ประโยชน์ ทุกพรรคที่อยู่ร่วมกับตน ตนรับผิดชอบให้ท่านอยู่แล้ว ทำให้มันถูกต้องขึ้นมาตนก็ยินดี แม้กระทั่งบางพื้นที่ของ ส.ส.ฝ่ายค้านก็ดูแลในทุกจังหวัด

ตอกแบ่งงานไม่ยึดคะแนนเสียงใคร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เพราะฉะนั้นการทำงานวันนี้มีการสั่งการจาก ครม.ลงไป เป็นโครงการที่เป็นนโยบายโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ จัดทำแผนงานโครงการและอนุมัติงบประมาณ อีกส่วนหนึ่งคือ ผวจ.จะพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆในพื้นที่ รัฐมนตรีกระทรวงใดก็ตามที่แต่งตั้งไปดูแลพื้นที่จังหวัดให้ไปติดตามแผนการโครงการที่อนุมัติไปแล้วว่า ดำเนินการดีหรือไม่ดี ได้ผลหรือไม่ได้ผล หากเห็นว่ายังมีอะไรขาดเหลือ รัฐมนตรีนำมาเสนอในที่ประชุม ครม.เข้ามาถึงตนให้นำเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อจัดสรรลงไปเพิ่มเติม เราทำงานแบบนี้ไม่ใช่ต่างคนต่างไปรุม ผวจ. สอบถามแล้วไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้ แต่มีหลายคนปล่อยข่าวออกมาแบบนี้ ขอให้ทุกคน ทุกกระทรวงเคลียร์ด้วยก็แล้วกัน ขอให้เข้าใจตรงกันว่ารัฐบาลจำเป็นต้องบริหารทั้ง 2 ทาง ไม่ได้ปิดกั้นรัฐมนตรีคนใดทั้งสิ้น ไม่ได้ทำตามคะแนนเสียงการเมือง แต่เอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลักทุกพื้นที่ ทุกคนคือ ครม.คือรัฐบาลด้วยกัน

ฟาดกลาง ครม.เขี่ยทิ้ง รมต.นินทานายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุม ครม.โดยรวมเป็นไปด้วยดี พล.อ.ประยุทธ์มีการเล่นมุก พูดแซวรัฐมนตรีเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกปรับ 6,000 บาท หลังไม่สวมหน้ากากอนามัยระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 26 เม.ย. เป็นความสะเพร่าของตนเอง แต่ไม่ได้ถอดตลอดเวลา ถอดเป็นบางครั้ง พร้อมกำชับรัฐมนตรีแบบทีเล่นทีจริงว่า “ขอให้ทุกท่านระมัดระวังตัวด้วย ตำรวจพร้อมไปหาทุกท่านที่ไม่ได้ใส่” อย่างไรก็ตาม ก่อนปิดประชุมเกิดบรรยากาศคุกรุ่นขึ้นเมื่ออยู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า “มีรัฐมนตรีบางคนพูดจาไม่ดีและนินทาผมในที่ประชุมบางวง ให้ระวังตัวไว้ด้วย ผมเป็นคนตัดสินใจเลือกเข้ามาทำงาน จะชอบหรือไม่ชอบผมอย่านินทาให้ผมได้ยิน ถ้าผมได้ยินอีกจำเป็นต้องปรับออก จะริบโควตานั้นมาเป็นของผมเอง ระวังตัวไว้ด้วยละกัน ผมไม่เคยทำให้ท่านเสียหาย ผมมีทีมงานคอยดูเฟซบุ๊กทุกท่าน ผมไม่วางใจและไม่สบายใจ ใครก็ตามที่สร้างความขัดแย้ง เกลียดชัง ทุจริต ถ้ามีปัญหาผมจะพิจารณาเอาออก จะไม่ให้โควตาพรรค จะดึงมาเป็นโควตาผม” ทำให้รัฐมนตรีที่ร่วมประชุมฟังแล้วต่างนิ่งเงียบไปตามๆกัน

กำชับ รมต.อย่าเที่ยวจุ้นสั่งการ ผวจ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมยังมีการหยิบยกกรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนายกฯที่ 85/2557 เรื่องการมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันในระดับพื้นที่จังหวัด โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ ครม.ว่า ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หากมีอะไรให้ส่งไปที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ซึ่งกำลังดูอยู่ อย่าไปสั่งการ ผวจ.หรือสร้างปัญหาให้กับ ผวจ. ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่มาเล่นการเมือง

“จุติ” โชว์หล่ออย่ามองปมหยุมหยิม

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า ไม่อยากมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เมื่อปรับ ครม.และปรับคนดูแลพื้นที่ใหม่อยากดูให้ลึกกว่านั้น วันนี้บ้านเมืองต้องการความรักความสามัคคี อย่าเสียเวลามองเรื่องหยุมหยิมแล้วทะเลาะกัน แก้ไขปัญหาประชาชนสำคัญที่สุด เมื่อถามว่าหากไม่มีการปรับเปลี่ยนจะมีปัญหาการทำงานหรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า เชื่อว่าคงไม่ใช่เงื่อนไขอะไรมาก อะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดเราจะเร่งทำ

“ชวน” จัดทริปนั่งรถตู้ล่อง 14 จว.ใต้

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อสังคมและการศึกษา พร้อมนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ และ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร กรรมการบริหารมูลนิธิฯร่วมนั่งรถตู้ลงพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ มอบหน้ากากอนามัยให้ประชาชนที่ขาดแคลนและเจ้าหน้าที่ ณ ศาลาว่าการทุกจังหวัดตั้งแต่ จ.ชุมพร จนถึง จ.ยะลา รวม 1.2 แสนชิ้น สนับสนุนโดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-2 พ.ค.โดยมี ส.ส.พรรคแต่ละจังหวัดเข้าร่วม นายชวนกล่าวว่า มีผู้มีน้ำใจมอบหน้ากากอนามัยมาให้ เห็นว่าเวลานี้จำเป็นมาก มีกฎหมายบังคับให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีใส่ทั้งหมด บางครอบครัวลำบาก ให้แต่ละจังหวัดจะไปมอบให้ อสม.หรือกลุ่มบุคคลหรือประชาชนที่จำเป็น ตนเป็น ส.ส.ต้องการลงพื้นที่พบปะรับรู้ข้อมูลจาก ผวจ. เป็นกำลังใจให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เสียสละ

ภท.อัดนายกฯถนัดใช้อำนาจพิเศษ

วันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและการตั้งศบค.ซึ่งการใช้อำนาจพิเศษเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯถนัดที่สุด จึงไม่แปลกที่การเลือกใช้อำนาจพิเศษจัดการกับ “โรคระบาด” โครงสร้างศบค.ตัดการมีส่วนร่วมของภาคการเมืองออก ตัด ครม.ออกจากการทํางานใน ศบค.หน่วยงานที่นั่งหัวโต๊ะกำหนดทิศทาง ศบค.กลับเป็นหน่วยงานความมั่นคง นำโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติแทนที่จะเป็นสาธารณสุข เราจึงเห็นการมองโรคระบาดเป็นภัยความมั่นคง เป็นอริราชศัตรู ต่างจากการแก้ปัญหาโรคระบาดรอบที่ผ่านๆมาไม่ว่าไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ประสบความสำเร็จ

“แรมโบ้” สวนกลับเอาดีใส่ตัวคบยาก

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวตอบโต้ว่า ไม่นึกว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีความคิดการทำงานคับแคบและเอาแต่ได้แบบนี้ เข้าใจและเห็นใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ที่หมอๆออกมาขับไล่เลยทำให้คนในพรรค ภท.เครียด แต่ไม่ควรมาลงที่นายกฯ นายศุภชัยคงหมายถึงนายอนุทินไม่มีอำนาจทำอะไรเลย จึงทำให้โควิดระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ พูดเอาดีใส่ตัวแล้วโยนความผิดให้คนอื่นมันเป็นธรรมหรือไม่ อยากให้ไปดูโครงสร้าง ศบค.รวบอำนาจจริงหรือ รัฐมนตรีไม่มีอำนาจจริงหรือไม่ มีการกระจายอำนาจให้ทุกภาคส่วน ไม่นึกว่าคนมีประสบการณ์ เป็นผู้อาวุโสทางการเมืองอย่างนายศุภชัยจะคิดเอาตัวรอด กระโดดเรือหนียามวิกฤติ ที่ผ่านมาพรรคร่วมฯอาจมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ทุกครั้งได้แต่พูดถึงมารยาทการอยู่ร่วมกัน แต่ครั้งนี้พรรค ภท.กลับไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ สงสัยว่าใครสั่งให้ออกมาพูดทำลายน้ำใจและทำลายบรรยากาศการร่วมมือร่วมใจกันในครั้งนี้ หากพรรค ภท.เห็นดีเห็นงามกับความคิดคับแคบและเอาตัวรอดแบบนี้ ต่อไปใครจะกล้าคบเป็นเพื่อน มิตรแท้ยามนี้ควรช่วยกัน แต่คนที่อ้างตนเป็นมิตรแท้ บางครั้งก็คบยากและไว้ใจยากจริงๆ

“อนุชา” เพิ่มช่องทาง ปชช.ร้องผ่าน NBT

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์สร้างช่องทาง ประสานงานส่งต่อและติดตามการให้ความช่วยเหลือระหว่างประชาชนกับสถานพยาบาลช่วงโควิด-19 ให้ประชาชนขอความช่วยเหลือและประสานงานผ่าน รายการ NBT รวมใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ในช่วง “NBT รวมใจ สู้ภัย COVID-19” ทุกวันจันทร์-อาทิตย์เวลา 10.00-11.30 น. ทางช่อง NBT 2HD ผ่านโทร. 0-2275-4225 (10 คู่สาย) ตั้งแต่ 10.00-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. พบมีประชาชนโทร.มาเพื่อขอความช่วยเหลือจำนวนมาก

ทำเนียบฯ-บก.ทบ.ห้ามสื่อเข้าพื้นที่

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผอ.สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ และรักษาการที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ด้านประสานกิจการภายในประเทศ เปิดเผยว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การแพร่ระบาด โควิดน่าเป็นห่วง ทำเนียบฯ พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย เพื่อลดความเสี่ยงจึงขอความร่วมมือออกมาตรการให้สื่อมวลชนงดเข้ามาปฏิบัติภายในทำเนียบฯ ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.-7 พ.ค. ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้อีกครั้งวันที่ 10 พ.ค. สำนักโฆษกจะทำความสะอาดทำเนียบฯ ส่วนข่าวภารกิจนายกฯ รองนายกฯและ รัฐมนตรี รัฐมนตรีสำนักโฆษกฯ จะถ่ายทอดสดผ่าน เพจไทยคู่ฟ้า ส่งเอกสารข่าวในกลุ่มไลน์สื่อมวลชนทำเนียบฯ นายกฯ และทุกฝ่ายเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้

ขณะที่เลขานุการกองทัพบกได้ประสานขอสื่อมวลชนงดเข้ามาทำข่าวและงดใช้ห้องสื่อมวลชน ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่บัดนี้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายแล้วจะแจ้งให้ทราบ เบื้องต้นประมาณ 2 สัปดาห์

แจงไม่บังคับแค่กระตุ้นคนใช้เงิน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กรณีสื่อบางแห่งนำคำพูดที่ ระบุว่า “ขอให้คนรักชาตินำเงินฝากที่เก็บไว้ไปใช้จ่าย” คงเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน อยากทำความเข้าใจว่า ทุกประเทศยามนี้ สิ่งที่จะรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจได้คือการบริโภคในประเทศ พบว่าเงินฝากภาคเอกชน ในระบบเงินฝากเพิ่มมากขึ้นหลายแสนล้านเมื่อเทียบ กับปีที่แล้ว รัฐบาลจึงตระหนักว่าถ้านำเงินส่วนนี้มาช่วยกันจะเกิดเงินหมุนเวียนในประเทศ ไม่ใช่การ บังคับแต่จะมีมาตรการส่งเสริมให้ผู้มีเงินฝากนำเงินที่เกินไปใช้อุปโภคบริโภคและลงทุน

พท.จี้แก้ผู้ป่วยตกค้าง-ล็อกดาวน์เจาะจง

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เสนอ 5 มาตรการสาธารณสุข 5 มาตรการเศรษฐกิจแก้ปัญหาโควิด เร่งแก้ไขปัญหาผู้ป่วยตกค้างรอเข้าสู่ ระบบการรักษาหลายร้อยราย ต้องบริหารจัดการระบบ โลจิสติกส์ด้านการตรวจเชื้อ การเข้ารักษาใน รพ. ปัญหาเตียงเต็ม เร่งจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพตั้งเป้าหมาย 100 ล้านโดสภายในปีนี้ ร่วมมือกับภาคเอกชนเพิ่มปริมาณการฉีดวัคซีนให้คนไทย และการล็อกดาวน์ หากจำเป็นต้องดำเนินการ ต้องทำโดยยึดหลักเฉพาะเจาะจง ด้านเศรษฐกิจต้องเร่งเยียวยาเป็นเงินสด 5,000 บาท 3 เดือน โดยควรใช้ระบบเฉพาะเจาะจง หลีกเลี่ยงเยียวยาเหวี่ยงแห เร่งรัดเบิกจ่ายจริงงบฟื้นฟูที่ยังไม่ได้ เบิกจ่ายราว 300,000 ล้านบาท ให้ใช้จริงโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นฯ วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองเร่งช่วยเหลือ SMEs ออกมาตรการสิทธิพิเศษด้านภาษี เงินคืน ส่วนลด สนับสนุนการส่งออกด้วยมาตรการภาษีศุลกากร

ไทยสร้างไทยกระตุกกู้ความเชื่อมั่น

ด้านพรรคไทยสร้างไทย ออกแถลงการณ์ว่ารัฐบาลต้องเร่งสร้างให้ประชาชนเกิด “ความเชื่อมั่น” และ “ความมั่นใจ” ว่า รัฐบาลสามารถจะดูแลความปลอดภัยด้านสาธารณสุขให้ประชาชน และสามารถจะแก้ไขและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายกลับคืนมาได้ โดยต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เร่งฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ฉีดวัคซีน 50 ล้านคนหรือ 70% ของประชากรให้จบภายในสิ้นปีนี้ ต้องเร่งฉีดให้ได้เดือนละ 15 ล้านโดส ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป และรัฐบาลต้องบอกแผนเศรษฐกิจดูแลประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งลดการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชานินทานายกฯรัฐมนตรีรัฐมนตรีปากเสียจุติ ไกรฤกษ์ข่าวหน้า1ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:25 น.