ไลฟ์สไตล์
100 year

ขีดเส้น โควิด-19 ต้องแรงขั้นไหน ถึงเรียกได้ว่า "รัฐบาลบิ๊กตู่" เอาไม่อยู่แล้ว

ไทยรัฐออนไลน์
26 เม.ย. 2564 08:26 น.
SHARE
  • สถานการณ์โควิด-19 ของไทยในตอนนี้ เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤติหรือยัง?
  • โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย รุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น-ตรวจหาเชื้อเจาะเลือดแม่นยำกว่าวิธีแยงจมูก? 
  • สถานะรัฐบาลบิ๊กตู่ "ยังเอาอยู่" หรือไม่? หลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก ด้วยเชื้อโควิด-19 อาละวาด

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ ย่ำแย่ลงเข้าขั้นใกล้วิกฤติ อย่างเห็นได้ชัด เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นใกล้แตะ 3 พันรายต่อวัน ขณะผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน (25 เม.ย.) วันเดียวผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มถึง 11 ศพ รวมเสียชีวิต 140 ราย ป่วยสะสม 55,460 ราย สถานการณ์ดูน่าหวั่นใจ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม จะออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนไทยทั่วประเทศ

โควิด-19 ระบาด ระลอก 3 นี้ จะจบเมื่อไหร่ แล้วคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนป้องกัน จนครบ 50 ล้านคน จะใช่สิ้นปี 2564 อย่างที่นายกฯบิ๊กตู่ ได้บอกไว้หรือไม่ ว่าจะหาวัคซีนให้ได้ถึง 100 ล้านโดส เพื่อแก้ปัญหาให้คนไทย ยิ่งมาเจอกับข่าวโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ทำท่าว่าอาจจะระบาดเข้ามาในไทยซ้ำอีก 

ก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์รัฐบาลบิ๊กตู่ ดูท่าจะลำบากอย่างแสนสาหัสแน่ กับวิกฤติโควิด-19 ระบาดในรอบ 3 นี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเตียงที่ไม่เพียงพอ ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ก็น่าจะแย่ลงไปอีกในอนาคตอันใกล้ 

ยัน ไทยวิกฤติหนัก หลังโควิด-19 ระบาด ชี้ สายพันธุ์เบงกอล รุนแรงกว่า  

นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตอนนี้ โดยยอมรับว่า สถานการณ์ของประเทศไทยวิกฤติหนักแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นเกือบวันละ 3 พันราย ยิ่งมาเจอ "โควิด-19 สายพันธุ์เบงกอล อินเดีย" ที่เข้ามาใหม่ ซึ่งมีจุดแตกต่างจากสายพันธุ์โควิด-19 แบบอื่นๆ ถึง 3 จุดด้วยกัน แน่นอนว่าความรุนแรงของเชื้อก็จะมีมากกว่า รุนแรงกว่า ซึ่งที่อินเดียมีรายงานแล้วว่า สายพันธุ์ดังกล่าวมีความสามารถหลบซ่อนการตรวจพบได้มากกว่าสายพันธุ์อื่น ทำให้มีโอกาสตรวจไม่พบ

ย้ำชัด ต้อง Rapid Test แบบเจาะเลือด แม่นยำกว่า ชนิดแยงจมูก 

ยิ่งประเทศไทยเราใช้การค้นหาผู้ติดเชื้อด้วยการทำ Rapid Test (แยงจมูก) ก็อาจจะตรวจไม่พบ ซึ่งขอแนะนำว่าให้ไปใช้วิธีการตรวจ Rapid Test แบบเจาะเลือด จะแม่นยำกว่า ถึงแม้วิธีการเจาะเลือดอาจทำให้มีโอกาสเจอผลเป็นบวกปลอม แต่สำหรับผมเห็นว่าไม่เป็นไร เพราะวิธีนี้เป็นการยืนยันว่า ผู้ที่ติดเชื้อมีการติดเชื้อจริง เราก็แค่นำคนที่ตรวจพบเป็นผลบวกปลอมไปกักตัว 14 วันเท่านั้น แต่หากใช้วิธีการตรวจ Rapid Test แบบแยงจมูก ที่ใช้กันอยู่ มันอาจจะตรวจไม่พบเชื้อได้ แล้วคนเหล่านั้นก็จะออกไปเดินอยู่ข้างนอก เพราะไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อ แต่ความจริงติดเชื้อโควิด-19  

มีความเป็นไปได้สูง อาจเจอ "โควิด-19 สายพันธุ์ไทย" ในอนาคต 

ทั้งนี้ นายแพทย์ธีระวัฒน์ ยังกล่าวยอมรับอีกว่า นอกจากโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ที่หลายคนมีความหวั่นวิตกแล้ว มีความเป็นไปได้ อีกไม่นานในอนาคต เราอาจเจอโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ไทยบ้านเรา เพราะเชื้อเหล่านี้มีการพัฒนากลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา หรืออาจเจอสายพันธุ์เมียนมา ก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป

ขณะคนสำคัญอีกคนในการแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อโควิด-19 ของรัฐบาล ที่ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยคือ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ซึ่งก็ยอมรับว่า หนักใจกับการระบาดของโควิด-19 ในระลอกนี้ 

รับ หนักใจโควิด-19 ระลอกนี้ รู้ หลังสงกรานต์ตัวเลขติดเชื้อพุ่ง จ่อเสนอมาตรการเข้มขึ้นอีก 

นายสาธิต กล่าวว่า  สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 นี้ ถามว่าหนักใจหรือไม่ มันน่าหนักใจอยู่แล้ว ความจริงเราก็คาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้น ถามว่ามันจะพบผู้ติดเชื้อวันละ 5 พันหรือไม่ เรื่องนี้มันตอบเป็นตัวเลขลำบาก แต่มันน่าจะหนักขึ้น หลังผ่านสงกรานต์มา 2 อาทิตย์ ซึ่งเราก็มีการเตรียมมาตรการไว้หมดแล้ว ความจริงเราจะเสนอนายกรัฐมนตรี  1.มาตรการต้องเข้มข้นขึ้น อาจต้องหยุดร้านอาหาร ต้องขอดูข้อมูลก่อนว่าคลัสเตอร์ที่เพิ่มขึ้นมันมาจากอะไร อาจจะไม่ใช่สถานบันเทิงเเพียงอย่างเดียว

ถามว่า โควิด-19 ที่ดูรุนแรงขึ้น ยังไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้สถานะของรัฐบาลเกิดการสั่นคลอนหรือไม่?

"เรื่องนี้ไม่ขอตอบอะไรนะ อันนั้นมันแล้วแต่ แต่ว่าการเมืองมันก็เชื่อมโยงทุกอย่างอยู่แล้วล่ะ อันนี้ไม่ได้ให้สัมภาษณ์นะ แต่นี่เราคุยกันเอง ยืนยันว่าไม่ได้ตอบนะครับว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ดูรุนแรงขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลสั่นคลอนอะไรบ้าง ไม่ได้พูดเช่นนั้นนะครับ แต่บอกเพียงว่าสถานการณ์โควิด-19 จะรุนแรงขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้น ขอเวลาดูข้อมูลอีกนิด" นายสาธิต กล่าว

พอดีก็ไปตรงกับเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่วิเคราะห์การเมืองสถานการณ์ของรัฐบาลบิ๊กตู่ แบบไม่ได้นัดหมาย เมื่อ "เฮียชู" เปิดฉากชี้ว่า รัฐบาลบิ๊กตู่อาจพังพาบเพราะโควิด-19 แทนที่จะเป็นน้ำมือของพรรคฝ่ายค้าน ซัด ระบาดใหญ่ทุกครั้ง ล้วนเป็นเพราะรัฐควบคุมเหล่าอภิสิทธิ์ชนคนอีกชั้นไม่ได้ ปล่อยเสรีทำตามอำเภอใจ จนพังพินาศทั้งประเทศ

งานนี้ ถามว่า แล้วเราจะมีวิธีระวังป้องกันอย่างไร ถึงตอนนี้ผู้เชียวชาญหลายท่านบอกว่า ก็ขึ้นอยู่กับมาตรการป้องกันส่วนตัวของแต่ละบุคคลว่าจะเข้มงวดและเข้มข้นกันแค่ไหนเท่านั้น

พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้าน ก็คือ "ตัวใครตัวมัน".

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19special contentโควิดวันนี้วัคซีนโควิดสถานการณ์โควิดสาธิต ปิตุเตชะธีระวัฒน์ เหมะจุฑารัฐบาลบิ๊กตู่ข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 00:37 น.