ไลฟ์สไตล์
100 year

ผู้นำไทย VS ผู้นำญี่ปุ่น ในการจัดหาวัคซีนโควิด-19

ลม เปลี่ยนทิศ
23 เม.ย. 2564 05:01 น.
SHARE

เช้าวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์บนเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ว่า “คณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งประกอบด้วย คณะแพทย์ในกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน นำโดย นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร ได้รายงานว่า

จากการหารือทุกฝ่ายได้ข้อยุติว่า จะจัดหาวัคซีนอีก 2-3 ยี่ห้อเพิ่มเติม ประมาณ 35 ล้านโดส นอกเหนือจากที่ดำเนินการไว้แล้วประมาณ 65 ล้านโดส ในจำนวน 35 ล้านโดส ภาคเอกชนนำโดยสภาหอการค้าไทย จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วยประมาณ 10-15 ล้านโดส ซึ่งก็จะช่วยลดงบประมาณของรัฐบาลลงไปอีก สำหรับกระบวนการต่อไป ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการโดยเร่งด่วน และเป็นไปตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ผมได้สั่งการให้วางแผนกระจายและฉีดวัคซีนที่จัดหาทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2564 นี้”

ข่าวแนะนำ

อ่านดูเผินๆก็ดีนะครับ นายกฯสั่งการให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดหาวัคซีนและฉีดวัคซีนให้หมดภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2564 แต่ในความเป็นจริงจะทำได้อย่างที่นายกฯสั่งหรือไม่ ผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์แล้ว แม้แต่ชื่อวัคซีนยี่ห้อต่างๆ นายกฯยังพูดผิดพูดถูก เหมือนคนที่เพิ่งเคยผ่านตาชื่อวัคซีนเหล่านี้เป็นครั้งแรก

เช้าวันพุธเหมือนกัน สำนักข่าวเกียวโด รายงานจากญี่ปุ่นว่า

ญี่ปุ่นคาดว่าจะได้รับวัคซีนโควิด-19 จากไฟเซอร์เพิ่มอีก 50 ล้านโดส หลังจากที่ นายโยชิฮิเดะ สึกะ นายกฯญี่ปุ่น ได้โทรศัพท์ไปคุยกับ นายอัลเบิร์ต เบอร์ลา ซีอีโอไฟเซอร์ เมื่อวันเสาร์ เพื่อสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มจากคำสั่งซื้อเดิม 144 ล้านโดส ให้เพียงพอต่อการฉีดคนละ 2 โดส ให้กับชาวญี่ปุ่น 97 ล้านคน นายกฯสึกะกล่าวว่า รัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถจัดหาวัคซีนให้เพียงพอกับชาวญี่ปุ่น 126 ล้านคน ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

ผมเอาข่าวการจัดหาวัคซีนของ นายกฯไทย กับ นายกฯญี่ปุ่น มาลงให้อ่านเทียบกันดู เพื่อให้เห็น “วิธีการทำงาน” ของ นายกฯญี่ปุ่น กับ นายกฯไทย ว่าต่างกันอย่างไร

นายกฯญี่ปุ่นลงมือทำเอง โทรศัพท์ไปคุยกับ ซีอีโอไฟเซอร์ ด้วยตัวเอง เพื่อขอซื้อวัคซีนโควิดเพิ่ม เพราะนายกฯญี่ปุ่นรู้ดีว่า วินาทีนี้การสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ระดับนายกฯโทร.คุยกับซีอีโอไฟเซอร์ จึงจะสำเร็จ ซึ่งก็สำเร็จจริงๆ

แต่วิธีการทำงานของ นายกฯไทย ไม่ต้องทำเอง ตั้งคณะกรรมการกระทรวงสาธารณสุขหน้าเดิมๆขึ้นมาอีกชุด แล้วเพิ่ม นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เข้าไปอีกคน เพิ่งประชุมนัดแรกวันจันทร์ สรุปว่าต้องซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 35 ล้านโดส เอกชนออกเงินให้ 10-15 ล้านโดส แล้วรายงานให้นายกฯทราบ นายกฯก็สั่งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องไปเร่งจัดซื้อโดยด่วน ถ้าหน่วยงานราชการสามารถสั่งซื้อได้ ก็คงสั่งซื้อไปนานแล้ว

แม้แต่ วัคซีนแอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส ที่นายกฯบอกว่าจะได้ต้นเดือนมิถุนายน 6 ล้านโดส นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข ประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 ให้สัมภาษณ์ นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ว่า “ตอนนี้ต้องรู้ให้แน่นอนก่อนว่า วัคซีนจะมาเมื่อไหร่ ส่งมอบครั้งเดียว 6 ล้านโดส หรือแบ่งเป็น 3 ล้านโดส 2 ครั้ง เป็นรายละเอียดที่ยังไม่ชัดเจน เมื่อทราบรายละเอียดตรงนี้ ก็ต้องไปลงรายละเอียดว่า โรงพยาบาลฉีดได้เท่าไหร่ แล้วจะเปิดให้จองอย่างไร”

แสดงว่าถึงวันนี้ รัฐบาลเองยังไม่รู้ว่าจะได้วัคซีนวันไหน? ว้าเหว่ไหม?

นพ.โสภณ บอกว่า “คิดว่า 1 พฤษภาคม จะพยายามให้จองคิวได้ แต่จองเสร็จแล้วจะเริ่มฉีดวันไหน พูดตรงๆว่าก็ยังไม่กล้าพูด” ผมอยากให้ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ลงมากำกับเรื่องวัคซีนด้วยตัวเองเพื่อให้ฉีดได้ตามแผน เลิกลอยตัวเสียทีเถอะครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19วัคซีนโควิดผู้นำไทยผู้นำญี่ปุ่นประยุทธ์ จันทร์โอชาหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศจัดหาวัคซีนโควิด-19

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 14:30 น.