ไลฟ์สไตล์
100 year

"วัคซีน" เดิมพันอยู่รอด

ทีมข่าวการเมือง
22 เม.ย. 2564 05:15 น.
SHARE

บรรยากาศขมุกขมัว น่ากลัวขึ้นทุกวัน โควิดระลอก 3 สั่นสะท้านทุกวงการ ไม่ว่ารวย จน คนติด คนตาย เพิ่มขึ้นรายวัน คนอายุน้อยๆยังติดแล้วตายเฉียบพลัน สายพันธุ์ใหม่ประมาทไม่ได้เลย ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อยังอยู่ระดับ 1,500 คนต่อวัน ทรงๆทรุดๆอาการยังน่าห่วง

ตัวเลขสูงต่อเนื่องขนาดนี้ก็ยิ่งโกลาหลอลเวงกับเงื่อนปมโรงพยาบาลไม่พอ เตียงไม่มี

เกิดกรณีดราม่าหลายเคส สร้างความโกรธแค้นเดือดดาลแก่ผู้พบเห็น อย่างที่เขตสายไหม กทม. มีคนในบ้านติดเชื้อโควิด 1 คน แต่โรงพยาบาลไม่รับรักษา สุดท้ายติดหมดทั้งบ้าน 6 คน

ข่าวแนะนำ

เป็นผลพวงจากความประมาท การ์ดตก ไม่เตรียมการรับมือกรณี worst case ของรัฐบาล สุดท้ายต้องมาแก้ปัญหาปลายเหตุ วิ่งไล่ตามปัญหาแล้วก็ไม่ทันกาลแบบนี้

โควิดส่งสัญญาณเตือนตั้งแต่การระบาดรอบสองแล้วว่า มันอาจลุกลามขยายวงขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่รัฐบาลนิ่งนอนใจ หย่อนยาน ละเลย มุ่งแต่เล่นเกมการเมืองเลอะเทอะเปรอะเปื้อน

กลัวไม่ได้อยู่ยาวสืบสานอำนาจทหารเฒ่า 3 ป.

ลำพังกติการัฐธรรมนูญฉบับซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่วางค่ายกลระดับเซียนเหยียบเมฆ ก็ต่อท่ออำนาจกลับมาได้สบายอยู่แล้ว จะห่วงอะไรนักหนา

ที่น่ากังวลและเป็นจุดชี้วัดเดิมพันความอยู่รอดของรัฐบาลคือ สถานการณ์โรคระบาดที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า

ถ้าแก้ไขอะไรไม่ได้ กลายเป็นรัฐล้มเหลว ปล่อยให้ประชาชนเผชิญวิบากกรรมกันเอาเอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดอย่างที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ว่าไว้ ก็ไม่รู้จะมีรัฐบาลไว้ทำไม และถ้าจะทู่ซี้กลับมาอีก ก็ช่วยถามใจชาวบ้านด้วยว่าเอามั้ย หรือ “เบื่อลุง”

ที่ผ่านมารัฐบาลให้น้ำหนักไปที่การเปิดประเทศ เปิดการท่องเที่ยว แม้เป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่มาตรการรับมือป้องกันโควิดสร้างความเชื่อมั่นไม่มี ดังนั้นจะเปิดกี่ครั้งก็ยังไม่บูม เพราะคนต่างชาติยังรู้สึกไม่ปลอดภัย

ปัจจัยสำคัญที่คนทั้งโลกเรียกร้องต้องการอย่างวัคซีน แต่รัฐบาลไทยกลับมองผ่าน ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้น ผลเลยออกมาอย่างที่เห็น ตอนนี้การบริหารจัดการล่าช้าอืดอาด น่าอนาถใจ

เขาฉีดกันไปครึ่งค่อนประเทศ เราฉีดได้แค่จิ๊บจ๊อยหร็อมแหร็ม

ยิ่งล่าช้าเท่าไหร่ เศรษฐกิจยิ่งวอดวาย ฟื้นยากมากขึ้นเท่านั้น

ตอนนี้เหมือนเพิ่งเริ่มรู้สึกตัว คนเตือนคนบอกตั้งนานไม่ฟังต้องเจอจังๆกับตัวเอง ตั้งกรรมการเร่งหาทางเลือกทางรอด อลเวงไปหมด เอกชน ท้องถิ่น ใครช่วยได้ช่วยด้วย

ทุรนทุรายเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ

หลายคนมองดูแล้วได้แต่ส่ายหัว 40 ซีอีโอบริษัทชั้นนำของเมืองไทยเลยเสนอทางออกยื่นมือช่วยเหลือรัฐบาล เพราะดูทรงแล้วโควิดคุมไม่อยู่ วัคซีนหาไม่ได้ เศรษฐกิจหยุดชะงัก ขืนปล่อยไป ธุรกิจเจ๊งแน่

แม้จะออกมาด้วยท่าทีสุภาพ แต่สร้างแรงสะเทือนอย่างแรงต่อความเชื่อถือรัฐบาล

ชั่วโมงนี้ต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชน และอื่นๆ ถ้าประเทศไม่รอดก็ตายกันหมด และวัคซีนคือความหวัง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลกำหนดแผนการฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ต้องฉีดให้ได้อย่างน้อย 50 ล้านคนก่อนสิ้นปีนี้ หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่”

“Tony Woodsome” หรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เน้นย้ำวัคซีนสำคัญเหนืออื่นใด เงินกู้ที่เหลือค้างท่อ 2.4 แสนล้านบาท มากเกินพอที่จะเอามาขับเคลื่อนเรื่องวัคซีน

แนะให้พุ่งเป้าเร่งจัดการโรคระบาด ดีกว่าแจกตังค์อย่างเดียวเหมือนเคย

โรคทุเลาเบาบาง ความเชื่อมั่นกลับคืน เศรษฐกิจถึงจะเดินได้ แต่ถ้าประเทศยังถูกขึงพืดไว้ด้วยโควิด แจกเงินไปก็ไม่หมุนอยู่ดี เพราะบรรยากาศมันแย่ คนยังแพนิกผวาการใช้เงิน

ส่วนคนไม่ได้รับตังค์ก็มีความรู้สึกเหมือนถูกเอาภาษีไปผลาญ

ตอนนี้ดูเหมือนอารมณ์สังคมจะตรงกันแล้ว ถึงจะก่นด่ารัฐบาลระบายแค้น แต่ก็ต้องฝากความหวังเรื่องวัคซีน ทุกภาคส่วนเข้าใจสถานการณ์เดินมาถึงจุดมหาวิกฤติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความเป็นตาย

ต้องร่วมมือกัน ช่วยเหลือกันพาชาติรอดก่อน

ถือเป็นเดิมพันสุดท้ายของรัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป. ในภาวะ “ศรัทธา” เปราะบาง

ถ้าอาการประเทศไม่ดีขึ้น อาการ “ลุงๆ” ก็โคม่า.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองโควิด-19โควิดวันนี้สถานการณ์โควิดวัคซีนวัคซีนโควิดฉีดวัคซีนสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ทักษิณ ชินวัตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 23:25 น.