ไลฟ์สไตล์
100 year

ส่งเสียงถึงรัฐบาล

สายล่อฟ้า
21 เม.ย. 2564 05:01 น.
SHARE

สิ่งที่ต้องฟัง จากซีอีโอ...ถึงวัคซีน การฉีดวัคซีนของไทยในขณะนี้มองว่ายังช้ามาก โดยคนไทยควรจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องเร่งฉีดที่เหมาะกับไทย

“ไม่ควรนำแนวทางของยุโรปมาใช้ ยุโรปจะเร่งฉีดให้บุคลากร ทางการแพทย์และผู้สูงอายุก่อนเป็นอันดับแรกเพราะสังคมยุโรปจะมีผู้สูงอายุอยู่รวมกันในบ้านพักคนชราทำให้เกิดการระบาดเร็วและรุนแรง

ข่าวแนะนำ

“แต่สังคมไทยคนชรามักจะอยู่ติดกับบ้านไม่ค่อยไปไหน เมื่อเกิดการระบาดลูกหลานไม่ปล่อยออกจากบ้าน การติดเชื้อจึงตํ่า”

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ซีอีโอเอสซีจี ให้ข้อมูลที่น่าสนใจ

“การฉีดวัคซีนในไทยควรโฟกัสไปในกลุ่มคนที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจก่อนเป็นสำคัญ เช่น บุคลากรการท่องเที่ยว สายการบิน คนขับรถสาธารณะ กลุ่มวัยรุ่นที่ชอบท่องเที่ยว และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฐานรากที่พบจำนวนมาก

“เช่น ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้เดินหน้าได้ก่อน เมื่อคนเหล่านี้ไม่ติดเชื้อจะลดการระบาดไปสู่ผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอ”

“การบริหารจัดการไม่ควรให้คนเดินไปหาวัคซีนที่โรงพยาบาล แต่วัคซีนควรเดินออกมาหาคน เพราะโดยปกติแล้วโรงพยาบาลมีผู้มาใช้บริการหนาแน่นอยู่แล้ว”

“กุญแจหลักของการแก้ปัญหาคือ การฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงรวดเร็ว โดยเฉพาะปัจจุบันน่าเป็นห่วง เพราะการระบาดระลอก ล่าสุดจะกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรง”

“การระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้ทำให้เรียนรู้ว่าบทบาทของภาคเอกชนไม่ได้แค่การสร้างผลกำไรให้ผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้น แต่จะต้องให้ความสำคัญกับสังคมด้วย ทั้ง 2 ด้านจะต้องไปด้วยกัน หากธุรกิจไม่เข้าไปช่วย สังคมโดยรวมก็ไปไม่ได้”

และได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลิตวัคซีนในไทยขณะนี้ผลิตได้หลายล้านโดสและได้ส่งมอบตัวอย่างไปทดสอบมาตรฐานของแอสตราเซเนกา ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อความปลอดภัย

ศักยภาพของไทยในด้านการผลิตนั้นมีความพร้อมสูงมากผลิตได้เอง 80-90% ของขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ซึ่งในเอเชียมีเพียงไทย จีน อินเดีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ที่มีศักยภาพ

“รัฐควรเปิดให้เอกชนไปจ้างแพทย์และพยาบาลที่เกษียณเข้ามาช่วยฉีดวัคซีน”

ว่ากันโดยรวมแล้วสิ่งสำคัญสุดจากนี้ไปก็คือ วัคซีน ซึ่งจะต้องมีพร้อมและมากพอ ที่สำคัญจะต้องทำให้ได้มาด้วยความรวดเร็ว

ขั้นต่อไปก็คือ การฉีดจะต้องมีวิธีการที่จะต้องคิดอย่างมีเป้าหมาย และทำยังไงจะกระจายไปให้ได้อย่างกว้างขวาง

ไม่รู้ว่าการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนนั้น ใครกลุ่มไหนคิดและนำมาปฏิบัติ แม้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

แต่ยังขาดการวิเคราะห์สถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปทำให้มุมมองค่อนข้างคับแคบ จึงมุ่งมั่นไปในทิศทางเดียวจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา

ก็ยังไม่สายเกินไปถ้ารัฐบาลและเอกชนร่วมมือร่วมใจกันโดยเฉพาะการเสนอมุมมองที่ต่างออกไป

เพื่อความสมบูรณ์ในการนำไปใช้ปฏิบัติที่เป็นจริง

แม้รัฐบาลจะมีการปรึกษาหารือแต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่กว้างพอ และไม่พยายามที่จะสร้างช่องทางเพื่อสื่อสารซึ่งกันและกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

รัฐบาลจึงต้องถูกโจมตีอย่างช่วยไม่ได้.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลโควิด-19วัคซีนโควิดซีอีโอรุ่งโรจน์ รังสิโยภาสเศรษฐกิจกล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าฉีดวัคซีน

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:22 น.