ไลฟ์สไตล์
100 year

จับตางบ 4.5 หมื่นล้าน โปรยลงพื้นที่ ส.ส.รัฐ "รมช.วีรศักดิ์" จ่อแจง 2 ปี หนี้หายหมื่นล้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
20 เม.ย. 2564 05:01 น.
SHARE

เพื่อไทยจับพิรุธ มท.เทงบฯ 4.5 หมื่นล้านประเคนจังหวัดละ 400-500 ล้านบาท โปรยพื้นที่ ส.ส.ซีกรัฐบาล สั่งผู้ว่าฯ เร่งทำคำของบฯฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน “ไชยา” ซัดสร้างความได้เปรียบทางการเมือง คาดหลังงบฯปี 65 ผ่านรัฐบาลชิงยุบสภา ฝ่ายค้านรุมจวกรัฐล้มเหลวสู้โควิด “ชลน่าน” ห่วงยอดติดเชื้อพุ่งหลักแสน 3.8 หมื่นคน สิ้นหวังซึมเศร้า “ภาควัต” จวก รบ.กักวัคซีนเอื้อคนใกล้ชิด ป.ป.ช.เปิดเซฟ “เมียวีรศักดิ์” นั่งนายกอบจ.โคราช โชว์ยอดปล่อยกู้ให้ลูกสาว 400 ล้าน อึ้งสามีเป็น รมช.มา 2 ปี ยอดหนี้หายวับหมื่นล้าน “รมช.คมนาคม” อ้อมแอ้มขอแจงหลังพ้นกักตัว

พรรคเพื่อไทยตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 จับตากระทรวงมหาดไทยแจ้ง ผวจ.ทั่วประเทศจัดทำคำขอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนฯ ระดับพื้นที่วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท จับตามีการเร่งกระจายลงพื้นที่จังหวัดของ ส.ส.ซีกรัฐบาลสร้างความได้เปรียบทางการเมืองรองรับการเลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

“ชวน” ขอ 10 วันสแกนร่างงบฯปี 65

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 เม.ย. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ในวาระแรกว่า ขณะนี้ยังไม่มาแต่ได้ตกลงเบื้องต้นว่าจะเสนอมาให้เร็ว เพื่อให้สภาฯมีเวลาพิจารณาตามกำหนดที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้ โดยครั้งที่ผ่านมาล่าช้า เพราะกว่าจะส่งมามีเวลาตรวจสอบแค่ 7 วัน ทำให้ ส.ส.บางท่านบอกว่าดูไม่ทัน จึงขยายเวลาไปกว่า 10 วัน แต่ครั้งนี้ เราขอเวลาพิจารณาตรวจสอบ 9-10 วัน ผอ.สำนักงบประมาณรับปากว่าจะส่งมาตามเวลาที่กำหนด

พท.จับพิรุธ มท.เทงบฯ 4.5 หมื่นล้าน

นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.ได้ติดตามตรวจสอบกรณีกระทรวงมหาดไทยออกหนังสือแจ้ง ผวจ.ทั่วประเทศให้จัดทำคำขอ เพื่อทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น ระดับพื้นที่วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท หรือแต่ละจังหวัดจะได้รับ 400-500 ล้านบาท ทราบว่า ผวจ.นัดประชุมหารือวันที่ 19 เม.ย.ต้องจับตาการจัดโครงการและรูปแบบที่จะเร่งรัดให้พื้นที่ของนักการเมืองฝั่งรัฐบาล เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง

โปรย ส.ส.รัฐบาลคาดงบฯผ่านชิงยุบสภา

นายไชยากล่าวอีกว่า ส่วนการติดตามร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท กมธ.ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ในการตรวจสอบงบฯที่หน่วยงานต่างๆเสนอขอไป ไม่ได้รับเอกสารตามที่ร้องขอไปยังสำนักงบฯ ทำได้เพียงบางหน่วยงานที่มีข้อมูล เชื่อว่าการจัดทำงบฯปี 65 จะมีลักษณะเตรียมทำงบฯสร้างความได้เปรียบการเลือกตั้งในจังหวัด ส.ส.ซีกรัฐบาล หลังงบฯปี 65 ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว รัฐบาลจะชิงความได้เปรียบยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เพราะรัฐบาลได้เปรียบทั้งงบฯและกติกาคือรัฐธรรมนูญปี 60 กมธ.ยืนยันว่าต้องการให้งบฯขับเคลื่อนสู่พื้นที่เพื่อช่วยเศรษฐกิจ ให้เงินหมุนเวียน แต่การใช้งบฯ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ทุจริต

“พิชัย” เสนอเยียวยารอบ 3 คนละ 5 พัน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการเสวนา “วิกฤติและทางออก โควิด ระลอก 3” โดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเสนอทางออกประเทศไทยระยะสั้นและระยะกลาง 6 แนวทาง 1.เยียวยาประชาชนเร่งด่วน เดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน จ่ายเป็นเงินสด 2.เร่งหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนโดยเร็ว ต้องมีหลายยี่ห้อ หลายประเทศผู้นำติดต่อบริษัทโดยตรงเจรจาแบ่งปันขอซื้อวัคซีน 3.เร่งช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีให้อยู่ได้ 4.เร่งสร้างความมั่นใจให้กลับมาโดยเร็ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไป 5.เร่งแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง 6.เร่งสร้างบรรยากาศที่ดีให้ประเทศ โดยปล่อยนักศึกษาและแกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกคุมขัง

วิกฤติศรัทธา 3.8 หมื่นคนซึมเศร้า

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ล่าสุดไทยมีอัตราแพร่เชื้อสูง 1 คนแพร่เชื้อได้ 2.27 คน หากไม่มีมาตรการชัดเจนใน 1 เดือนอาจมีผู้ติดเชื้อ 1 แสนคนได้ ขอเสนอแนวทางคือ 1.ให้ประชาชนเป็นหมอดูแลตัวเอง ป้องกันตัวไม่ให้มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ การตรวจเชิงรุกไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชน เพราะเชื้อลามไปครบ 77 จังหวัดแล้ว 2.ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ห้ามปฏิเสธกัน 3.มาตรการของรัฐต้องชัดเจน สร้างความมั่นใจ นายกฯแถลงการณ์วันที่ 16 เม.ย.กลับทำลายความหวัง ความเชื่อมั่น กรมสุขภาพจิตพบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิตจากการระบาดเชื้อโควิด 3.8 หมื่นคนมีภาวะซึมเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง เกิดจากโรควิกฤติศรัทธา 4.อย่าคาดหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือ เพราะอภิสิทธิ์ชนมีจำนวนมาก

จวก รบ.กักวัคซีนเอื้อคนใกล้ชิด

นายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าน่าเป็นห่วงมากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเกิน 1,000 คนทุกวัน คาดว่าสัปดาห์หน้าผู้ติดเชื้อต่อวันจะพุ่งเป็น 2,000 คน สะท้อนมาตรการล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ รัฐบาลไม่สามารถบริหารวัคซีนได้ มีผู้ได้รับวัคซีน 580,000 คนเท่านั้น คิดเป็น 0.5 ของประชากรทั้งประเทศล่าช้ามาก แม้จะเปิดให้เอกชนจัดหาวัคซีนโควิดได้เอง แต่รัฐสร้างเงื่อนไขที่เอกชนไม่สามารถจัดหาวัคซีนเพื่อมาบริการประชาชนได้อย่างเสรี ควรเร่งกระจายวัคซีนให้ถึงประชาชนมากที่สุด อย่ากักวัคซีนเอื้อให้คนใกล้ชิดรัฐบาล ประชาชนต้องได้รับสิทธิ์เข้าถึงวัคซีน นายกฯ ประกาศประชาชนจะได้วัคซีนเดือน มิ.ย.ถึงเวลานั้นคงไม่มีพื้นที่ใดปลอดภัยแล้ว ขณะที่ รพ.สนามที่ตั้งขึ้นมาไม่ได้มาตรฐาน เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค จัด รพ.สนามเหมือนค่ายทหาร อยู่รวมกันไปหมด ประกาศชัดมีงบฯพอ ทำไมไม่จัดให้มีมาตรฐานกว่านี้ ไม่ใช่ใช้ รพ.สนามเป็นสถานที่รอความตาย

สวด “บิ๊กตู่” ฟังอย่าอวดเก่งคนเดียว

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อ เพิ่มขึ้นทุกวัน แสดงว่ามาตรการรัฐบาลล้มเหลว นายกฯประกาศมาตรการต่างๆผลที่ตามมาปิดโอกาส ประชาชนทำมาหากิน พล.อ.ประยุทธ์มีทั้งงบฯ เครื่องมือทำงาน แต่ทำงานไม่เป็น สุดท้ายงบฯ 1.9 ล้านล้านบาท ที่กู้มาจึงล้มเหลวไม่เป็นท่า การเยียวยาที่ผ่านมาประชาชนเข้าไม่ถึงหรือมีปัญหาจ่ายเงินไม่มีทุนทำต่อ นายกฯฟังแต่คนใกล้ชิดที่คอยเชลียร์หวังผลทางการเมืองและการอยู่ในอำนาจของตัวเอง ปัญหาเกิดขึ้นจากความไม่รู้และไม่ฟังคำแนะนำของคนอื่น ใครท้วงติงอะไร มองเป็นการเมืองโจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับว่าไร้ความสามารถ ไม่ควรโทษคนอื่น ปัดสวะให้พ้นตัว ต้องรับฟังคนอื่นบ้าง อย่าอวดเก่งอยู่คนเดียว

ฉะ “ธนาธร” โมฆะบุรุษโหนโควิด

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เสนอ 4 เปลี่ยนสู้โควิด-19 ว่า เบื่อหน่ายพฤติกรรมนายธนาธรมาก เหมือนยุงรำคาญ เสนอแนะสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว ประดิษฐ์วาทกรรมมาโจมตีการทำงานของรัฐบาล ยืนยันรัฐบาลนี้ไม่มีระบบเจ้าขุนมูลนาย ไม่เคยมองประชาชนเป็นภาระ รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ ดูแลประชาชนด้วยความรัก เสมอภาค เท่าเทียม ไม่มีอภิสิทธิ์ชน เชื่อว่าประชาชนทั่วประเทศรู้แจ้งเห็นจริงแล้วว่านายธนาธรเป็นโมฆะบุรุษ พูดไปเรื่อย แต่ทำไม่ได้สักอย่าง คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลสลับหน้ากันโจมตีรัฐบาล เป็นการโหนกระแสโควิดหวังผลการเมืองเท่านั้น

“สิระ” ตอก “จตุพร” กลืนน้ำลาย

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรียกร้องให้แกนนำกลุ่มราษฎรที่ถูกคุมขังได้รับการประกันตัวว่า นายจตุพรไปไม่รอด ปลุกระดมมวลชนไม่ขึ้น ไม่มีใครเชื่อคำพูดไร้สัจจะ สุดท้ายต้องโหนกระแสพึ่งบรรดาเด็กที่ติดคุกให้มาเรียกมวลชนให้ จากที่เคยขึงขัง สถาปนาตัวเองเป็นหัวหน้า ต้องมาเดินตามตูดเด็ก เคยพูดว่า เป้าหมายสำคัญคือไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ก้าวล่วงสถาบัน แต่วันนี้กลับกลืนน้ำลาย เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ทำความผิดคดีมาตรา 112 แสดงว่าไม่มีจุดยืนใดๆ ยอมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ตัวเอง

ปธ.สภาฯรอบรรจุร่างแก้ไข รธน.

ส่วนความคืบหน้าในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการบรรจุญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐว่า ต้องรอเปิดสมัยการประชุมสภาฯก่อน จากนั้นหน้าที่ประธานสภาฯจะมีพิจารณาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เสนอเข้ามา ส่วนจะพิจารณาเมื่อไหร่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่ยังค้างอยู่ ต้องรอเปิดการประชุมร่วมรัฐสภา

ก้าวไกลซัดตัวฉุดรั้ง ปท.โละทิ้ง ส.ว.

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) กล่าวว่า ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่แก้มาตรา 272 อย่างเดียว แต่ต้องคิดถึงการเอา ส.ว.ออกจากรัฐธรรมนูญ มีอยู่ 2 ทางเลือก 1.เอาออกไปให้กลายเป็นสภาเดี่ยว หรือ 2.นำบทบาทที่ไม่ใช่หน้าที่ ส.ว.ออกไป เช่น ให้เหลือเฉพาะหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ที่มา ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้ง ส่วนอำนาจโหวตเลือกนายกฯเป็นแค่กระพี้หนึ่ง การปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของประชาชนมอบอำนาจให้ ส.ส.และฝ่ายบริหารแล้ว แต่ ส.ว.เป็นเหมือนโซ่ตรวนฉุดรั้งไม่ให้ประเทศพัฒนา เป็นเหมือนคนหลงยุคที่เอาเรื่องเก่าๆมาหลอกประชาชน

พรรคเล็กแนะหาคนกลางล็อบบี้

นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวว่า กลุ่มพรรคการเมืองขนาดเล็ก อาทิ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคเศรษฐกิจใหม่ นัดหารือแนวทางแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนตัวมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นเอกภาพ ได้รับฉันทมติของพรรคร่วมรัฐบาล ได้เสียงเอกฉันท์จากสภาฯ รวมถึงเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 84 เสียง วิปรัฐบาลควรหารือร่วมกันเหมือนที่เสนอแก้รอบแรก ไม่ให้เสียงแตก และจำเป็นต้องมีคนกลางคุยกับ ส.ส.และ ส.ว.ให้ได้เสียงสนับสนุนตามมาตรา 256

“วีรศักดิ์” กับเมียให้ลูกกู้ 4 ร้อยล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. สำนักงาน ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ภริยานายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ม.ค.64 โดยนางยลดาแจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 461,279,446 บาท เป็นทรัพย์สินนางยลดา 212,744,957 บาทและของนายวีรศักดิ์ 248,534, 489 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินให้กู้ยืมของทั้ง 2 คน รวม 401,387,633 บาท พบว่าให้บุตรคือ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศลและ น.ส.วีรียา หวังศุภกิจโกศล กู้ยืม ขณะที่ทรัพย์สินอื่นๆ อาทิ ที่ดิน 16 รายการ มูลค่า 27,725,445 บาท ยานพาหนะ 9 คัน มูลค่า 4 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 12,160,000 บาท และทรัพย์สินอื่นมูลค่า 10,984,000 บาท ขณะเดียวกันนางยลดาแจ้งว่ามีหนี้สินเป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 35.5 ล้านบาท

2 ปีหนี้หายวับหมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายวีรศักดิ์ ที่เป็นคู่สมรสของนางยลดา ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เมื่อเดือน ส.ค.62 ระบุว่ามีทรัพย์สิน 37,065,128 บาท มีหนี้สิน 9,636,125,937 บาท และนางยลดามีทรัพย์สิน 62,597,681 บาท มีหนี้สิน 1,502, 278,776 บาท รวมทั้งคู่มีทรัพย์สิน 99,662,809 บาท มีหนี้สินรวมกัน 11,138,404,713 บาท เมื่อเทียบกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งล่าสุดของนางยลดา เมื่อเดือน ม.ค.2564 ที่เวลาผ่านไป 2 ปี ปรากฏว่าหนี้สินมูลค่า 11,138,404,713 บาทของทั้งคู่ หายไปเกือบหมดเหลือเพียงหนี้สินของนางยลดาที่เป็นเงินกู้ยืม มูลค่า 35,500,000 บาทเท่านั้น ขณะเดียวกัน นางยลดายังมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 150.1 ล้านบาท และนายวีรศักดิ์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 211.4 ล้านบาท รวมแล้วทั้งคู่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 361.6 ล้านบาท

รมช.คค.ขอแจงหลังพ้นกักตัว

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของภริยากรณีเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อเดือน ม.ค.64 ที่ไม่พบหนี้สิน 10,000 ล้านบาทของนายวีรศักดิ์และภริยาที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ไว้เมื่อเดือน ส.ค.62 ขณะเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ จนถูกตั้งข้อสงสัยถึงหนี้หมื่นล้านที่หมดไปในช่วงเวลา 2 ปีว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการกักตัว 14 วัน ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว ต้องขอกลับไปดูเอกสารรายละเอียดหนี้สินดังกล่าวก่อน ไว้พ้นกำหนดกักตัววันที่ 21 เม.ย. แล้วจะชี้แจงเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไร

“เรืองไกร” ร้องสอบศาล รธน.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ได้ส่งจดหมายอีเอ็มเอสถึง ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า การนำระเบียบกองทัพบก ปี 2548 มาวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่มีความผิดกรณีอยู่บ้านพักหลวง เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ขอให้ ป.ป.ช.พิจารณาการวินิจฉัยว่าระเบียบศาลปกครองที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย แต่ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้ไม่ได้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ชี้ให้เห็นถึงคำวินิจฉัยเรื่องระเบียบกองทัพบกก่อนหน้านี้ว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญนำระเบียบกองทัพบก ปี 2548 ที่ไม่ได้ออกโดยอาศัยกฎหมายใดและไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่นำมาใช้วินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ เมื่อนำมาเทียบเคียงกันทำให้สงสัยได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสองมาตรฐานหรือไม่ ถ้าหากคำวินิจฉัยเรื่องระเบียบศาลปกครองใช้ไม่ได้ ควรแปลว่าระเบียบกองทัพบก ปี 2548 ย่อมใช้ไม่ได้ด้วย แต่เหตุใดศาลรัฐธรรมนูญจึงนำมาใช้ สองกรณีมีมาตรฐานการตีความระเบียบแตกต่างกัน จึงเป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบชี้มูลต่อไปโดยเร็วเพื่อส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาว่าจะมีความผิดหรือไม่

นายกฯส่ง “ดอน” ร่วมเวทีผู้นำอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 24 เม.ย. เป็นการประชุมสมัยพิเศษเพื่อหารือเรื่องต่างๆในประเทศเมียนมา ที่มี พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา เตรียมเดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย และถือเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของผู้นำทหารเมียนมา ภายหลังจากทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. ในส่วนของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะไม่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ โดยมอบหมายให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุม

“สนธิญา” ยื่น ปอท.สอบโฆษก พท.

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษา กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปอท. ขอให้ตรวจสอบกรณี น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) (2) (3) จากการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการนำเข้าวัคซีนแอสตราเซเนกา ใจความสรุปว่า ประเทศอื่นเตรียมประกาศทิ้งวัคซีนแอสตราเซเนกา แต่ประเทศ ไทยยังยอมรับประสิทธิภาพว่าเต็มร้อย และอื่นๆ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. แล้วนำมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เบื้องต้น พล.ต.ต.อนันต์รับเรื่องไว้ตรวจสอบตามขั้นตอน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งบประมาณปี 65งบฟื้นฟูเศรษฐกิจพ.ร.บ.งบประมาณ 2565ยุบสภารัฐบาลประยุทธ์แก้โควิดล้มเหลวรมช.คมนาคมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญข่าวการเมืองข่าวหน้า1ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:05 น.