ไลฟ์สไตล์
100 year

ความคืบหน้าจากปากคำทนาย หลังเพนกวินน้ำหนักลด 20 กิโลกรัม

ไทยรัฐออนไลน์
19 เม.ย. 2564 22:09 น.
SHARE
  • หลังศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจากคดีชุมนุมเมื่อ 19 กันยายน 2563 ที่ท้องสนามหลวง เพนกวินเริ่มอดอาหารตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ล่าสุดน้ำหนักของเพนกวินลดลงจากเดิมราว 20 กิโลกรัม
  • จุดประสงค์การอดอาหารของเพนกวินไม่ได้ทำเพื่อให้ศาลอนุญาตประกันตัวชั่วคราว แต่เป็นการแสดงตัวอย่างให้กระบวนการยุติธรรมใช้กฎหมายที่ถูกต้องแก่นักโทษการเมืองคนอื่น
  • เพนกวินยืนยันปฏิเสธการรับยาต่อไป และไม่ย้ายไปพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากเคยมีกรณีผู้ต้องขังเสียชีวิตในโรงพยาบาล 

วันที่ 19 เมษายน เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มราษฎร ถูกคุมตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปยังศาลอาญา ในคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีชุมนุมม็อบเฟสต์ เมื่อวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2563 บริเวณสี่แยกคอกวัว และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

หลังศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจากคดีชุมนุมเมื่อ 19 กันยายน 2563 ที่ท้องสนามหลวง เพนกวินเริ่มอดอาหารตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2564 เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ล่าสุดน้ำหนักของเพนกวินลดลงจากเดิมราว 20 กิโลกรัม

กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมามีทนายไปเยี่ยมเพนกวินอยู่บ้าง แต่ติดวันหยุดยาว ด้านเพนกวินเจ็บป่วยอยู่ที่สถานพยาบาลราชทัณฑ์ ปัจจุบันอาการไม่ค่อยดีนัก และมีคนมากมายติดต่อมาให้ตนคุยกับเพนกวินเลิกการอดอาหาร

“ก่อนหน้านี้แทบไม่ได้รับอนุญาตให้พบเพนกวินเลย แต่วันนี้ศาลยอมให้ได้พบแล้ว อาจเป็นเพราะทางทนายร้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง เรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหา ทำให้ครั้งนี้นอกจากทนายและครอบครัว เพื่อนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการร่วมกิจกรรมทางการเมืองของเพนกวินยังได้เข้าพบด้วย เพราะหากเพนกวินไม่ได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาถัดไป อาจพ้นสภาพนักศึกษา จึงยอมให้เข้าพบเพื่อปรึกษาเรื่องการมอบอำนาจ

“เท่าที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเพนกวิน 2 ชั่วโมง มีอาการทรุดลง ซูบผอมลงมาก เนื่องจากน้ำหนักลงกว่า 20 กิโลกรัมในเวลาหนึ่งเดือน ประกอบกับมีอาการอ่อนแรง วูบเป็นครั้งๆ ริมฝีปากแห้ง ทรงตัวไม่ได้ ยืนไม่ได้ ต้องอยู่บนรถเข็นตลอด พูดได้ประมาณ 3-4 นาที จะเกิดอาการเหนื่อยหอบ เท่าที่รู้เพนกวินไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ อยู่ในสถานกักกันแดน 7 เป็นสถานพยาบาลที่ไม่มีแพทย์ประจำอยู่ และทำได้เพียงประคองอาการด้วยการให้น้ำเกลือ”

ข่าวแนะนำ


ความเข้มงวดของกรมราชทัณฑ์

ทนายกฤษฎางค์ กล่าวถึงประเด็นที่แม่ของเพนกวินได้รับการเตือนจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่า “ถ้าทำตัวดีจะได้คุยกับลูก” ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ได้ยินจากคำบอกเล่าของแม่เพนกวินว่า ก่อนหน้านี้ทางราชทัณฑ์ค่อนข้างเข้มงวด จากการขึ้นศาลกว่า 7-8 ครั้ง เจ้าหน้าที่มักขอตรวจเอกสาร อาจเพราะกังวลว่าเพนกวินจะนำความลับในเรือนจำมาเผยแพร่ ซึ่งทางทนายค้านว่า เนื้อหาในเอกสารหลายฉบับเป็นความลับของลูกความ อยู่ในกระบวนการต่อสู้คดี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่สามารถตรวจได้

สำหรับการห้ามเยี่ยมก่อนหน้านี้ ทนายให้ความเห็นว่า ไม่เกี่ยวกับมาตรการโควิด-19 เพราะเพนกวินต้องได้รับการตรวจก่อนออกจากเรือนจำทุกครั้ง ส่วนพ่อแม่เองก็ต้องได้รับการตรวจทุกครั้งที่มาศาล ผู้ต้องขังหลังกลับจากศาลก็ได้รับการคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง

เหตุใดจึงไม่อยู่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์

ในมุมมองของทนายกฤษฎางค์ ราชทัณฑ์อาจต้องการให้เพนกวินกลับมารับประทานอาหารเหมือนเดิม แต่เพนกวินยืนยันจะอดอาหาร รวมถึงปฏิเสธการรับยาต่อไป ก่อนระบุว่า เพนกวินมีความกังวลว่าจะได้รับอันตรายหากไปพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากเคยมีกรณีที่ผู้ต้องขังเสียชีวิตในโรงพยาบาล จึงขอให้หมอที่เคยรักษาโรคหอบหืดอยู่เป็นประจำมาตรวจอาการเบื้องต้นที่ศาล แต่ไม่ได้รับอนุญาต การอดอาหารของเพนกวินจึงหมายถึงการปฏิเสธการทำงานของกระบวนการยุติธรรม

ทนายกฤษฎางค์ระบุว่า ศาลควรอนุญาตให้เพนกวินได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล หากเพนกวินเป็นอันตราย ศาลอาญาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ก่อนหน้านี้ ทางทนายเคยขอให้หมอมาตรวจที่ห้องก่อนขึ้นศาล แต่ถูกปฏิเสธ วันนี้ยื่นประกันโดยกำหนดเงื่อนไขว่า ศาลควรนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อให้เพนกวินได้ไปรักษาตัวกับหมอประจำที่รักษาเป็นประจำ โดยระบุโรงพยาบาลชัดเจน ยอมให้ทางราชทัณฑ์ส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมตลอดการรักษา และห้ามออกจากโรงพยาบาลโดยเด็ดขาด เมื่อไหร่ที่ร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ให้มารายงานตัวต่อศาล ถ้าศาลจะขังต่อก็ทำได้ แต่แล้วเงื่อนไขทั้งหมดก็ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากศาล


การขอถอนทนายความ

การขอถอนทนายความไม่ได้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างทนายกับลูกความ เพนกวินต้องการปฏิเสธระบบเพราะกระบวนการยุติธรรมไม่ได้มอบความยุติธรรมในการต่อสู้คดี ไม่ให้ประกันตัว ไม่มอบโอกาสให้ปรึกษาทนายความ แล้วจะต่อสู้คดีได้อย่างไร ในเมื่อมีพยานโจทก์ตั้ง 32 คดี มีพยานเอกสารนับร้อยฉบับที่ทนายไม่สามารถส่งไปในเรือนจำได้ จึงตัดสินใจประท้วงด้วยการไม่ขอเข้าร่วมในการพิจารณาคดี ไม่มีตัวแทน ไม่มีทนายความ

เมื่อใดที่ศาลมอบความยุติธรรม เพนกวินยืนยันว่าพร้อมกลับเข้าสู่กระบวนการ และต่อสู้ตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตาม ทนายกฤษฎางค์แสดงความเป็นห่วงการตัดสินใจดังกล่าวของเพนกวิน เนื่องจากถ้าจำเลยไม่คัดค้าน ศาลจำเป็นต้องฟังตามที่โจทก์กล่าวหา

เขาเคยพยายามขอให้เพนกวินเลิกอดอาหาร เพราะไม่มีผลต่อการตัดสินปล่อยตัวชั่วคราว ทว่าเพนกวินกล่าวว่า การอดอาหารของตนไม่ได้ทำเพื่อให้ศาลอนุญาตประกันตัวชั่วคราว แต่เป็นการแสดงตัวอย่างให้กระบวนการยุติธรรมใช้กฎหมายที่ถูกต้องแก่นักโทษการเมืองคนอื่นๆ รวมถึงประชาชนที่ถูกรังแกจากรัฐ แม้รัฐจะกล่าวหาว่าผู้ต้องหามีความผิดรุนแรง แต่ศาลจะต้องให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ และจะต้องมีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์เพนกวิน อดอาหารมาตรา 112ราษฎรกลุ่มราษฎรนักโทษการเมืองระบบยุติธรรม

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:52 น.