สอน "ตู่" แก้วิกฤติ ธนาธรชู "4 เปลี่ยน" ยุแจกเดือนละ 3,000

ข่าว

    สอน "ตู่" แก้วิกฤติ ธนาธรชู "4 เปลี่ยน" ยุแจกเดือนละ 3,000

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    19 เม.ย. 2564 05:01 น.

    ฝ่ายค้านขย่มรัฐบาลแก้โควิดเหลว “อนุสรณ์” ไล่ “บิ๊กตู่” ไขก๊อก ทุกอย่างอาจดีขึ้น “เผ่าภูมิ” เฉ่ง มาตรการห่วยสวยแต่รูปจูบไม่หอม กู้เงิน 1 ปียิงวืดไม่เข้าเป้า “ยุทธพงศ์” ลากถล่มกลางวงถกงบฯ ปี 65 “วิโรจน์” ดักคอโหร คมช.ปั่นเกมจิตวิทยาชี้นำให้กลัวยุบสภา หยันสุดท้ายคนไทยจะเลิกทน “ธนาธร” แนะ 4 เปลี่ยนสู้วิกฤติ ดันรัฐช่วยจ่ายค่าจ้าง 50 เปอร์เซ็นต์ เยียวยาหัวละ 3 พันต่อเดือน พท.ลุยต่อแก้ รธน.ทั้งฉบับ ปิดสวิตซ์ ส.ว. 3 พรรคร่วม รบ.เอาด้วยหักดาบเลือกนายกฯ

    ประเด็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นจุดอ่อนสำคัญที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตีขับไล่รัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยเตรียมนำเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายในช่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ค.

    “อนุสรณ์” ไล่ “บิ๊กตู่” ไขก๊อกอาจดีขึ้น

    เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการระบาดโควิดระลอก 3 จากสถานบันเทิงกระจายทั่วประเทศจนรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ล้มเหลวแทบทุกด้าน โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีน ว่า ระลอกแรกรัฐบาลบอกว่าโควิดกระจอกเป็นแค่โรคหวัด หลังแถลงแล้วร้องไห้กลับบอกใหม่ว่าไทยมีวัคซีนในมือมากที่สุดในเอเชีย แต่จำนวนคนได้ฉีดวัคซีนเกือบต่ำที่สุดในอาเซียน แผนการฉีดจะเริ่มมีปริมาณมากในเดือน ก.ค. ล่าช้า หลายประเทศเตรียมยกเลิกมาตรการสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะแล้ว หลังมาตรการฉีดวัคซีนรุดหน้ามาก ประเทศไทยยังสอบสวนโรค จี้ให้เปิดไทม์ไลน์ เพราะมีปัญหาจัดหาวัคซีน ทั้งที่รัฐบาลควรเปิดเผยไทม์ไลน์การฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ชัด โควิดระบาดถึง 3 ระลอกเพราะรัฐบาลการ์ดตก หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ลาออกหรือยุบสภา สถานการณ์อาจดีขึ้น รัฐบาลทำลายความเชื่อมั่นลงเองทุกวัน

    เย้ย รบ.อาจไปก่อนฉีดวัคซีนครบ

    “ยิ่งระบาดมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งเห็นการบริหารที่ล้มเหลว ถ้าจะอ้างรัฐบาลต้องอยู่ฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ครบอาจไม่จำเป็น ประกอบกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แก่งแย่งเพื่อเข้าสู่อำนาจในพรรคพลังประชารัฐ การนัดหมายชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่มการเมืองภาคประชาชนกลุ่มต่างๆจะออกมาเคลื่อนไหวกดดันขับไล่รัฐบาลอย่างหนัก การบริหารจัดการโควิดที่ก่อนหน้านี้พยายามแก้เกี้ยวว่า ติดน้อย เสียชีวิตน้อย วันนี้กลายเป็นจุดอ่อน พูดไม่ได้แล้ว ลามถึงวิกฤติเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความขัดแย้งภายในรัฐบาล การเมืองภาคประชาชนกดดันขับไล่ รัฐบาลอาจไปก่อนฉีดวัคซีนให้คนไทยได้ครบ” นายอนุสรณ์กล่าว

    ซัดมาตรการสวยแต่รูปจูบไม่หอม

    นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะ ผอ.ศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประเมิน พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูฯ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจฯและ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินฯ (เรียกรวมว่า พ.ร.ก.1.9 ล้านล้านบาท) ที่มีผลบังคับใช้ครบรอบ 1 ปี ว่า เราได้เห็นโครงการสวยแต่รูปจูบไม่หอม สวยแต่ชื่อประโยชน์จริงไม่มี อาทิ เราไม่ทิ้งกัน มีปัญหาประชาชนถูกปฏิเสธสิทธิเพราะระบบไม่พร้อม เราเที่ยวด้วยกันสร้างการท่องเที่ยวกระจุกตัวรอบกรุงเทพฯ ภาคธุรกิจกำลังตาย ภาครัฐมีห่วงยางแต่โยนให้ไม่เป็นเพราะ Soft Loan ไร้ประสิทธิภาพ เราได้เห็นงบฯสาธารณสุขเบิกจ่ายจริงน้อยมากทั้งที่อุปกรณ์การแพทย์ยังขาดแคลน

    อัดกู้เงิน 1 ปีปัญหาอื้อยิงไม่ตรงเป้า

    นายเผ่าภูมิกล่าวต่อว่า ผ่านไป 1 ปี พ.ร.ก. 1.9 ล้านล้านบาท มียอดเบิกจ่ายจริงหรือเม็ดเงินลงสู่ระบบเพียงน้อยมาก กองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ (BSF) ยังไม่มีการขอวงเงินเข้ามา (ก.พ.64) ข้อมูลเมื่อเดือน มี.ค.งบฯ สาธารณสุข งบฯเยียวยา งบฯฟื้นฟูเบิกจ่ายรวม 475,987 ล้านบาท ข้อมูลการอนุมัติ Soft Loan เมื่อเดือน มี.ค. มีเพียง 160,422 ล้านบาท รวมมีเม็ดเงินลงสู่ระบบราว 637,000 ล้านบาท จากยอดรวม 1.9 ล้านล้านบาท คิดเป็นเพียงราว 34% เท่านั้น พ.ร.ก.ดังกล่าวถือเป็นอาวุธหลักและอาวุธเดียวที่ไทยมี กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เป็น 1 ปีที่สูญหาย เต็มไปด้วยปัญหา ยิงไม่ตรงเป้า

    “โจ้” ชงสอบเปิดผับนอกโซนนิง

    นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า การระบาดโควิดระลอก 3 หนักมาก หลังเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.เป็นต้นมามีผู้ติดเชื้อจำนวนมากต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 18 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อถึง 1,767 คน ต้นตอระบาดมาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ถ้าดูตาม พ.ร.ฎ.กำหนดเขตพื้นที่เพื่ออนุญาตให้ตั้งสถานบริการท้องที่ กทม.พ.ศ.2545 กำหนดพื้นที่โซนสถานบริการใน กทม. มีเพียง 3 โซน คือย่านพัฒน์พงศ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนรัชดาฯ แสดงว่าร้านคริสตัลคลับและเอมเมอรัลด์ ไม่มีใบอนุญาต และปิดเกินเวลาช่วงประกาศพ.ร.ก.หากเปรียบเทียบกับการระบาดจากบ่อน จ.ระยอง มีการย้าย ผบช.ภ.2 และ ผบก.ภ.จว.ระยองขาดจากตำแหน่งเดิม แต่การระบาดที่ทองหล่อเพียงให้ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ สมญานาม “ราชบุตรเขย” ไปช่วยราชการที่ บก.น.5 โดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม สองมาตรฐานหรือไม่ ทำไม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ถึงเกรงใจหนักหนา ทั้งที่เดือดร้อนทั้งประเทศ จึงอยากเรียกร้องให้ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบเรื่องการเปิดสถานบริการนอกเขตโซนนิงว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์อะไรหรือไม่ โดยให้ พล.อ.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบนครบาลเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเอาผิดตำรวจที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายกฯออกมาให้ความชัดเจนถึงเรื่องที่กล่าวมาด้วย

    จ่อถล่มแก้โควิดเหลววงถกงบฯ 65

    นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดรอบนี้ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยจะออกมาตำหนิอย่างเดียว แต่อยากเสนอแนวทางแก้ปัญหาด้วย การฉีดวัคซีนโควิดล่าช้ามากอยู่อันดับ 127 ของโลก แต่ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้มากเช่น อิสราเอล ร้อยละ 61.78 เขาประกาศไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะแล้วจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำเข้าวัคซีนและยาฟาวิพิราเวียร์ ที่เหลืออีกเพียง 4 แสนเม็ด และเรียกร้องให้นายกฯออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิดรอบ 3 เมื่อเปิดสภาสมัยวิสามัญวันที่ 22 พ.ค. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2565 วันที่ 27-28 พ.ค.ฝ่ายค้านจะนำข้อบกพร่องการบริหารสถานการณ์โควิดมาอภิปรายในสภาฯแน่นอน แต่ก่อนถึงตอนนั้นต้องวัดใจรัฐบาลว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2565 ของ ครม.ในวันที่ 10 พ.ค. จะมีเรื่องเรือดำน้ำอีกหรือไม่ ถ้ามีจะเรียกร้องให้ประชาชนออกมาขับไล่

    โหร คมช.เล่นจิตวิทยาชี้นำต้านยุบสภา

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ฉายาโหร คมช.ฟันธงปีนี้ไม่มียุบสภาฯว่า คำพยากรณ์มันคือกลเกมจิตวิทยาทางสังคมเรียกว่าปรากฏการณ์สร้างคำทำนายเพื่อสร้างความจริงหรือ Self-fulfilling prophecy ลึกๆ ผู้พยากรณ์รู้ดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไม่มีศักยภาพพอ ต้องปล่อยคำพยากรณ์ชี้นำมวลชน ใช้จิตวิทยาสังคมสร้างเรื่องเชิงลบด้อยค่าการคืนอำนาจให้ประชาชน โน้มน้าวให้กลัวการยุบสภา และยอมจำนนรับสภาพให้ พล.อ.ประยุทธ์ถลุงงบฯและสร้างความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์ต่อไป ประชาชนต้องช่วยกันส่งสัญญาณเตือนให้นายกฯเร่งบริหารจัดการความเสี่ยงจัดหาวัคซีน เยียวยาประชาชนอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ให้ถลุงงบฯ ภาษีประชาชนสูญเปล่าไปมากกว่านี้

    หยันได้เเค่ทดเวลาท้ายสุดคนเลิกทน

    นายวิโรจน์กล่าวว่า สะท้อนว่ารัฐบาลยอมรับแล้วตัวเองบริหารราชการบกพร่อง จัดการการระบาดล้มเหลว หมดทางออกชี้แจงด้วยเหตุผล เป็นเพียงทดเวลาให้รัฐบาล ตราบใดรัฐบาลไม่ยอมปรับทัศนคติการบริหารจัดการวัคซีนเสียใหม่ ไม่คิดกำหนดยุทธศาสตร์ควบคุมการระบาดให้ดีกว่านี้ท้ายที่สุดความเดือดร้อนทุกข์ยาก ความสิ้นหวังของประชาชน จะเอาชนะความกลัวในที่สุด คนเคยชอบรัฐบาลจะฉุกคิดและเลิกชอบ คนที่เคยรู้สึกเฉยๆจะทนไม่ไหว คนที่ไม่ชอบอยู่แล้วจะยืนยันกับตัวเองได้ ไม่ว่ายากดีมีจนคิดตรงคิดต่างจะเดือดร้อนร่วมกันเมื่อเวลานั้นมาถึง เวลาของ พล.อ.ประยุทธ์จะยุติลง หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงประเทศจะยังคงอยู่ในสภาพที่พอกอบกู้ได้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้เข้ามากอบกู้ฟื้นฟูร่วมกัน

    “ธนาธร” ชงช่วยค่าจ้าง 50% เยียวยา 3 พัน

    วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้าโพสต์ข้อความหัวข้อ “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แนะ 4 เปลี่ยน สู้วิกฤติโควิด-19 ระลอกใหม่” ว่า ข้อ 1.เปลี่ยนการจัดหาวัคซีน เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลเปลี่ยนวิธีจัดหา ไม่กระจุกตัวอยู่แค่เพียงไม่กี่เจ้า ถ้าทำได้เร็วกว่านี้จะเป็นประโยชน์กับคนไทย ข้อ 2.เปลี่ยนการกระจายวัคซีน รัฐบาลต้องกลับมาตั้งสมมติฐานใหม่ บริหารจัดการดีๆเชื่อว่า 10 ล้านเข็มต่อเดือนทำได้ ระบุเป้าหมายให้ชัดฉีดวัคซีนต่อวัน ต่อเดือนอย่างไร ข้อ 3.เปลี่ยนมาตรการเยียวยา พ.ร.บ.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเหลืออยู่ 2.5 แสนล้านบาท ต้องนำมาใช้ป้องกันไม่ให้ลูกจ้างตกงานเพิ่ม รัฐบาลอาจช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยจ่ายเงินเดือน 50% แลกกับการไม่เลิกจ้าง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างถ้วนหน้ารายละ 3,000 บาทต่อเดือน

    จี้ผู้บริหารเลิกมอง ปชช.เป็นภาระ

    เพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้าระบุอีกว่า ข้อ 4. เปลี่ยนทัศนคติผู้บริหาร คนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะพาประชาชนไปรอด เพราะยังเป็นระบบเป็นเจ้าขุนมูลนาย มองประชาชนเป็นภาระ ทั้งที่การติดเชื้อมาจากอภิสิทธิ์ชน และการเลือกปฏิบัติตามแบบของระบบเจ้าขุนมูลนายทั้งสิ้น ผู้บริหารต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ว่า ตนต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ประชาชนไม่ใช่ภาระ การบริหารจัดการต้องเท่าเทียมกัน ข้อมูลต้องเปิดเผย จริงจัง จริงใจในการดูแลประชาชน

    แนะเพิ่มค่าเสี่ยงภัยบุคลากรแพทย์

    น.ส.สุวดี พันธุ์พานิช คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิดรายวันพุ่งสูงขึ้น ติดเชื้อสะสมในประเทศถึง 40,000 รายว่า ต้นเหตุมาจากความผิดพลาดของรัฐบาลบริหารจัดการโควิดล้มเหลว บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ทำงานอยู่ภายใต้สภาวะความกดดันและเสี่ยงสูง จำนวนหนึ่งติดเชื้อโควิด ต้องกักกันบุคคลเสี่ยงทำให้โรงพยาบาลขาดบุคลากรจนศักยภาพรับผู้ป่วยลดลง สภาพจิตใจและร่างกายอ่อนล้า ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.สนาม บุคลากรทางการแพทย์ และ อสม.มีจำกัด ต้องเสียสละทำงานแข่งกับเวลา เดิมพันชีวิตเสี่ยงสูง จึงอยากเรียกร้องให้ ผอ.ศบค. จ่ายค่าเสี่ยงภัยกับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งรัฐและเอกชนและระบบสาธารณสุขไทยรวมทั้งอสม.ทวีคูณ รวมทั้งทวีคูณอายุราชการ และเร่งฉีดวัคซีนให้พวกเขาตอบแทนการเสียสละทำงาน

    “แรมโบ้” อวย “ลุงตู่” ออกไม่ได้ไร้ผู้นำ

    นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ชี้ทางลงนายกฯคือลาออกดีที่สุดสำหรับประชาชนว่า สถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ นายกฯยิ่งไม่ควรต้องลาออก เพราะมองไม่ออกแล้วว่าใครจะเป็นผู้มาแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้ แต่คนที่สมควรลาออกจากการเป็น ส.ส.น่าจะเป็นนายสุทิน คลังแสง หรือพรรคร่วมฝ่ายค้านมากกว่า เพราะตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ไม่แน่ใจว่าได้ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือประชาชน และประเทศชาติไปบ้างแล้ว

    สวน “เจ๊หน่อย” อย่าคิดฉลาดคนเดียว

    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ระบุผู้นำโง่เราจะตายกันหมดว่า น่าเศร้าใจจริงๆ ที่ได้ยินคำพูดแบบนี้จากคุณหญิงสุดารัตน์ ผู้มีปริญญาเอกด้านพุทธศาสนา แต่ไม่ได้เข้าถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย ผู้นำไทยไม่ได้โง่ ทำงานเป็นทีม ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีผลงานมากมาย ทำได้ดีจนทั่วโลกชื่นชม คุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ควรออกมาดูถูกดูแคลนคนอื่น อย่ามองคนอื่นโง่หมด มีแค่ตัวเองที่ฉลาดอยู่คนเดียว ส่วนนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จับผิด พล.อ.ประยุทธ์กรณีเรียกชื่อวัคซีนผิด ไม่แปลกใจเลย สำหรับนายวิโรจน์แค่ พล.อ.ประยุทธ์หายใจยังผิด อยากให้ดูที่ผลงานอย่าจุกจิกจับผิดไร้สาระ ให้มองที่เนื้องานที่ทำ

    พท. ย้ำแนวทางแก้ รธน.ทั้งฉบับ

    ส่วนความคืบหน้าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ต้องมีกฎหมายประชามติก่อน ซึ่งเลื่อนการพิจารณามาจากการประชุมสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 7-8 เม.ย. แต่กว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้พิจารณาคงต้องรอจนถึงเดือน มิ.ย. เพราะเมื่อเปิดสภาฯสมัยวิสามัญวันที่ 22 พ.ค. มีวันหยุดและการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเข้ามาก่อน แต่ถึงอย่างไรเมื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เราจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่วนแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ยืนยันการแก้ไขทั้งฉบับให้มี ส.ส.ร.จากประชาชนมาร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่ถ้าแก้ไม่ได้จะกลับไปสู่การแก้รายมาตรา จากที่คุยกับพรรคต่างๆส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ ส.ว. เลือกนายกฯ อีกเรื่องที่จะเสนอใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 พรรคเรามี ส.ส.เกินหนึ่งร้อยคนอยู่แล้ว เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายจะประชุม ส.ส.เดินหน้า

    ปชป. ตัด ม.272 ให้นายกฯสง่างาม

    นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาร่วมกันเสนอแก้ไขว่า เป็นการยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจำเป็นต้องแก้ไขหลายส่วน เช่น การแก้ไขกลับไปมี ส.ส. เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน ให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เมื่อมี ส.ส. 2 ประเภทต้องมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่ใช่บัตรใบเดียวแล้วสร้างความลำบากใจให้ประชาชน จนทำให้เจตนารมณ์การเลือกของประชาชนผิดเพี้ยนไปได้ และการตัดมาตรา 272 อำนาจ ส.ว.โหวตนายก-รัฐมนตรี ถือว่าสร้างความเข้มแข็งให้พรรคการเมืองและสร้างความสง่างามให้กับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ทุกประเด็นที่ 3 พรรคร่วมกันแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชนและระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หากผ่านขั้นตอนในรัฐสภาแล้วจะนำร่างไปให้ประชาชน ลงประชามติว่าจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวแทนประชาชนแก้ไขหรือไม่

    “พลังชล” วอนหาข้อยุติร่วมกันก่อน

    นายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังชล กล่าวว่า พรรคพลังชลได้ทำหนังสือไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งขอเลื่อนประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ที่บางแสน จ.ชลบุรี จากวันที่ 24 เม.ย. ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เมื่อถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่แต่ละฝ่ายยังเห็นแตกต่าง ทั้งอำนาจหน้าที่ ส.ว. ควรจะมีส่วนร่วมโหวตหรือไม่โหวตเลือกนายกฯ บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือ 2 ใบ อยากให้แต่ละฝ่ายหาข้อยุติให้ได้ร่วมกันเพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง สถานการณ์อันตึงเครียดที่ส่อเค้าว่าจะชุมนุมในอนาคต ขณะที่รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจ หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่แก้ไขเป็นไปตามความต้องการเจตนารมณ์ของประชาชน ทำกติกาให้เป็นสากล เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายจะทำให้เกิดการยอมรับไม่ขัดแย้งทางการเมือง

    ติงคนในกระบวนการยุติธรรมมีปัญหา

    อีกเรื่อง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง บทกลอนที่ว่า “อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ” เป็นหลักธรรมพรหมวิหารสี่ ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ยึดมั่นไว้ในใจ เทียบเคียงกับเหตุการณ์บ้านเมืองยามนี้ กลุ่มคนผู้รักความยุติธรรมมายืนหน้าศาลทุกวันอย่างยาวนาน เรียกร้องความเป็นธรรมให้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี อันเป็นสิทธิชอบธรรมที่ต้องได้รับตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง สังคมจึงงงงวยว่าการใช้ ดุลพินิจของคนกระบวนการยุติธรรมกับสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ความถูกต้องทำนองคลองธรรมอยู่ตรงไหน ปัญหาคือการใช้ดุลพินิจของบุคคลบางคน ในกระบวนการยุติธรรมให้ความเป็นธรรมหรือไม่ เพราะคนถูกคุมขังมิใช่อาชญากรอำมหิต เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่พิเคราะห์แล้วจะแจ่มชัดว่าขบวนการยึดอำนาจ อาศัยอำนาจรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจที่ตนออกแบบไว้ นำมาสร้างองค์กรกลไกซึ่งล้วนขาดความชอบธรรมมาค้ำยันพวกตัวเอง

    ยกพรหมวิหารสี่นำกฎหมาย

    “ประเด็นการจะปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีที่กล่าวมา บทสรุปจึงน่าเศร้าว่าตัวบทกฎหมายคลุมเครือจนต้องอาจนำมาตีความกันซ้ำซากอีกหรือ แต่องค์กรที่ทำหน้าที่ตีความประชาชนก็ไม่ไว้วางใจเสียอีก หลักสำคัญยิ่งคือผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการใช้ดุลพินิจยุติปัญหาดังกล่าว ต้องเป็นคนมีจิตใจมีพรหมวิหารสี่ ใช้ควบคู่ไปกับตัวบทกฎหมาย ซึ่งหลักธรรมพรหมวิหารสี่ จะเป็นตัวนำ เพราะแสดงให้เห็นถึงคุณค่าความเป็นคนที่สูงกว่าตัวบทกฎหมาย” พล.ท.ภราดรกล่าว

    เผยคดีที่ “จตุพร” จัดชุมนุม

    รายงานข่าวจาก บช.น. ถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มสามัคคีประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ จัดชุมนุมที่สวนสันติพรว่า พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้เอาผิดกับแกนนำและผู้ที่ขึ้นปราศรัยดังนี้ การชุมนุมในวันที่ 4 เม.ย. ดำเนินคดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กับพวกรวม 18 คน ในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ขอเลื่อนการเข้าพบเป็นวันที่ 13-14 พ.ค. การชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย. ดำเนินคดีนายจตุพรกับพวกรวม 14 คน ข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดให้มาพบในวันที่ 26 เม.ย. และการชุมนุมวันที่ 7 เม.ย. ดำเนินคดีนายจตุพรกับพวกที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มาพบวันที่ 29 เม.ย.

    นัดตรวจหลักฐานคดี “เพนกวิน”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญานัดตรวจหลักฐานคดีดำ อ. 286/64 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในวันที่ 19 เม.ย. กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย.63 จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายครั้งโดยใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวนัดรวมพลชู 3 นิ้ว ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีผู้เข้าร่วมชุมนุมทำกิจกรรมประมาณ 5,000 คน จำเลยได้ใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยอันเป็นการยุยง ปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความกระด้างกระเดื่อง และมีความผิดตามมาตรา 112 เหตุเกิดที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์จะเบิกตัวจำเลยที่ยังอดอาหารเป็นเวลาเกือบเดือนแล้วจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมาฟังการพิจารณาด้วย

    ม็อบปรับแผนจำกัดไม่เกิน 40 คน

    เมื่อ 17.30 น. ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ตรงข้ามท้องสนามหลวง กลุ่มพลเมืองโต้กลับที่ก่อตั้งโดยนายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบราษฎร นัดหมายมวลชนนำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ มารวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ยืน หยุด ขัง ทุกวันเรียกร้องสิทธิ์ให้แกนนำราษฎรที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันคดีมาตรา 112 มีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ลดเวลายืนเฉยๆจาก 112 นาทีเหลือ1.12 ชม.พร้อมจำกัดผู้เข้าร่วมเหลือครั้งละไม่เกิน 40 คน ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าในเพจพลเมืองโต้กลับก่อน เมื่อถึงหน้างานต้องแสดงตัววัดอุณหภูมิ รับเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย และให้ยืนประจำจุดเฉพาะที่ทีมงานทำเครื่องหมายไว้ โดยยืนถือภาพแกนนำม็อบราษฎรที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ตะโกนคำว่า ปล่อยเพื่อนเราและยกเลิก 112

    ปราศรัยไล่ “ลุงตู่” ผ่านออนไลน์

    ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มนปช. ในฐานะแกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชน กล่าวถึงการชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ของกลุ่มสามัคคีประชาชน จะเริ่มยกสองวันที่ 24 เม.ย. ว่า ไม่สามารถปล่อยให้ระบอบประยุทธ์ลอยนวลอยู่ต่อไปได้ วันที่ 24 เม.ย.จะจัดปราศรัยอีกครั้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เช่าสถานที่ห้องประชุมใหญ่พีซทีวี ไว้แล้ว จะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าฟังได้เท่านั้น ส่วนประชาชนให้รับฟังการถ่ายทอดสดตามช่องทางต่างๆ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สถานการณ์โควิดแก้ปัญหาโควิด-19รัฐบาลประยุทธ์เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทโหร คมช.เงินเยียวยาแก้รัฐธรรมนูญข่าวการเมืองข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 03:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์