ไลฟ์สไตล์
100 year

เปิดสมรภูมิรบรื้อระบอบประยุทธ์ : สถาปนาระบอบประชาชน

ทีมข่าวการเมือง
19 เม.ย. 2564 05:05 น.
SHARE

นับเป็นเกลียวคลื่นประชาธิปไตยลูกใหม่อีกคนที่ยืนอยู่แถวหน้า เริ่มต้นเข้าสู่วงการเมืองกับพรรคเก่าแก่ ก่อนอำลาไปขับเคลื่อนภาคประชาชน รวมพลคนรุ่นใหม่ใฝ่อุดมการณ์เดียวกัน วาดหวังพลิกคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนผ่านกติกาที่เป็นสากล

รู้จักกันดีในนามนิกเนมไอติม” นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มรีโซลูชัน ผนึกพลังกับคณะก้าวหน้า-โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอร์ ภายใต้สโลแกน “ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่”

ข่าวแนะนำ

เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 60 ไม่ชอบธรรม ล้วนมีปัญหาทั้ง “ที่มา-กระบวนการ-เนื้อหา”

เราขอเดินคู่ขนานเรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ฉบับใหม่ทดแทน รธน.60 ผ่าน ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 100% มีอำนาจแก้ไขพิจารณาทุกหมวด ควบคู่เน้นแก้ รธน.รายมาตราที่เป็นปัญหา

หากเน้นร่าง รธน.ฉบับใหม่ โดยไม่แก้รายมาตราไปด้วย กระบวนการร่าง รธน.ใหม่ใช้เวลา 1-2 ปี กว่าจะทำประชามติ กว่าจะเลือกตั้ง ส.ส.ร. กลายเป็นว่า 1-2 ปี ปัญหาการเมืองมันยังคงอยู่

ถ้าแก้รายมาตราอย่างเดียว ก็ไม่แก้ปัญหาความไม่ชอบธรรมที่มาของ รธน. ประชาชนไม่ต้องการแค่ซ่อมหน้าต่างประตู อยากสร้างบ้านหลังใหม่ แล้วมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ร่วมกัน ภายใต้กฎกติกาที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการเขียน แต่วันนี้ขอขับเคลื่อนและผลักดันแก้รายมาตรา เพื่อเปิดประตูกลับสู่ถนนแห่งประชาธิปไตย

เน้นปมที่เป็นปัญหาที่สุด เพื่อสร้างระบอบที่เป็นกลาง อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน

โดยเปิดแคมเปญใหญ่ “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” โฟกัสแก้ รธน.รายมาตรา

“ล้ม–โละ–เลิก–ล้าง” โครงสร้างระบอบประยุทธ์ที่ใช้สืบทอดอำนาจ

อันดับแรก “ล้มวุฒิสภา” เดินหน้าสู่ “ระบบสภาเดี่ยว” โครงสร้างรัฐสภาเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เพราะวุฒิสภาเป็นกลไกใช้สืบทอดอำนาจ คสช.จิ้มเลือกโดยตรงและอ้อม 250 ส.ว.อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ คสช. เป็นคนในระบอบประยุทธ์

ไม่อิงที่มากับประชาชน แต่มีอำนาจเยอะมาก ทั้งเลือกนายกฯ โหวตกฎหมายปฏิรูปประเทศ ขัดขวางแก้ รธน. จะแก้ได้เสียง 1 ใน 3 ต้องไฟเขียว แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระ

สภาเดี่ยวเป็นแนวทางที่ประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่และเป็นรัฐเดี่ยวเหมือนไทยใช้กันอยู่ ทำให้กระบวนการออกกฎหมายคล่องตัวมากขึ้น ประหยัดงบประมาณได้อย่างน้อยปีละ 1 พันล้านบาท

แล้วไปเพิ่มอำนาจตรวจสอบให้กลไกอื่น เพื่อถ่วงดุลฝ่ายบริหาร เช่น เพิ่มอำนาจให้รัฐสภาในภาพรวม โดยบีบนายกฯต้องเป็น ส.ส. ป้องกันการหนีถูกตรวจสอบโดยสภา เพิ่มอำนาจการตรวจสอบให้ฝ่ายค้าน กำหนดให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญชุดที่สำคัญโดยตำแหน่ง ป้องกันรัฐบาลผลักดันคนของตัวเองเข้ามาเป็น

สุดท้ายเพิ่มอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ เช่น แก้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เปิดประตูให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวได้สะดวกและง่าย

อันดับสอง “โละศาลรัฐธรรมนูญ-องค์กรอิสระ” พร้อมปฏิรูปอำนาจ-การตรวจสอบ-ที่มา ให้ยึดโยงกับประชาชน เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน กระบวนการสรรหากำหนดให้ชุดแรกที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ศาลปกครอง สรรหา 6 คน ชุดสองให้ ส.ส.รัฐบาลสรรหา 6 คน ชุดสุดท้ายให้ ส.ส.ฝ่ายค้านสรรหา 6 คน แล้วส่งให้ที่ประชุมสภาพิจารณา โดยใช้เสียง 2 ใน 3 เห็นชอบ ให้เลือกเหลือชุดละ 3 คน รวมเป็น 9 คน

ถือเป็นอีกวิธีสามารถเรียกศรัทธาจากประชาชน ให้กลับมาเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม เชื่อมั่นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมของ กกต. เชื่อมั่นการตรวจสอบการทุจริตของ ป.ป.ช.

อันดับสาม “เลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี-แผนปฏิรูปประเทศ” เพราะทำตามก็พัง ไม่ทำตามก็ผิด กลไกนี้อาจถูกหยิบขึ้นมาลงโทษฝ่ายตรงข้าม หากในอนาคตนายกฯไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่ได้มาจาก คสช. ดังนั้นควรถอดสลักนี้ออกจาก รธน. เพื่อเพิ่มอำนาจตัดสินคุณภาพนโยบายให้อยู่ในกำมือของประชาชน

สุดท้าย “ล้างมรดกรัฐประหาร” ตัดวงจรอุบาทว์ทำให้เกิดรัฐประหารและขัดขวางการพัฒนาประชาธิปไตย โดยเลิกมาตรา 279 เพื่อยกเลิกการนิรโทษกรรมรัฐประหาร 57

แถมเพิ่มกลไกเอา “ทหารออกจากการเมือง”

โดยให้สภาแต่งตั้ง “คณะผู้ตรวจการกองทัพ” เป็นตัวแทน ส.ส. ตรวจสอบการทำงานของกองทัพ ทั้งงบประมาณที่อยู่ในแดนสนธยา การละเมิดสิทธิมนุษยชนลงโทษพลทหารหรือไม่ มีนโยบายแทรกแซงการเมืองหรือไม่

และเพิ่มอีกมาตราถ้าเกิดรัฐประหาร ให้ประชาชนและข้าราชการมีสิทธิ์ต่อต้าน หรือไม่ปฏิบัติตามสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ขัดต่อแนวทางประชาธิปไตย

เป็นอีกวิธีป้องกันรัฐประหารไม่ให้เกิดขึ้นอีก

เปิดแคมเปญใหญ่ “ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง” ระบอบประยุทธ์ สังคมตอบรับอย่างไร นายพริษฐ์ บอกว่า สังคมตื่นตัวมากขึ้น แค่วันแรกประชาชนมาร่วมลงชื่อ 1.5 พัน ถือว่าประเดิมเริ่มต้นที่ดี อยากให้เป็นร่างแก้ รธน.ของประชาชนหลายแสนชื่อ ถึงล้านรายชื่อยิ่งดี

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เหมือนวิ่งชนกำแพงวัฒนธรรมเก่า ส.ว.ตั้งแท่นไม่เอาด้วย จะทลายกำแพงวัฒนธรรมเก่าอย่างไร นายพริษฐ์ บอกว่า ถ้ามองแค่กติกาก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ยาก เพราะ รธน.เขียนขึ้นมาไม่ให้ถูกแก้

สิ่งสำคัญการรณรงค์ครั้งนี้จะสามารถทำงานเชิงความคิดได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาใน รธน.มากขึ้น และเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มากขึ้นว่าแก้ รธน.เสร็จชีวิตประชาชนดีขึ้นอย่างไร

“ผมมีความเชื่อการขับเคลื่อนนอกสภา พลังประชาชนที่ส่งเสียงเข้าไปในสภามีความหมาย ไปกดดันให้สมาชิกรัฐสภาเอาจริงเอาจังแก้ รธน.มากขึ้น ประชาชนร่วมลงชื่อเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี ทำให้ท่าทีของคนในสภาเปลี่ยนได้”

อาจมีคำถาม 1 แสน 1 ล้านรายชื่อ ไม่ใช่เสียงคนทั้งประเทศ มาอ้างได้อย่างไร ผมไม่ได้อ้าง เป็นการริเริ่มร่าง รธน. สุดท้ายผ่านรัฐสภาก็ต้องผ่านการทำประชามติ ถ้าคนทั้งประเทศไม่เอาก็จบ เรายอมรับ

ฉะนั้นวันนี้ประชาชนสามารถส่งเอกสารผ่านช่องทางไปรษณีย์ได้ โดยเข้าไปดูรายละเอียดใน WWW.RESOLUTIONCOM.COM มีชุดเอกสารที่แต่ละคนปรินต์ออกมาได้ เซ็นกำกับ ส่งมาที่ตู้ไปรษณีย์ หรือรอเราไปจัดกิจกรรมตั้งโต๊ะทั่วประเทศ แต่ขอรอดูสถานการณ์โควิดก่อน หรือใครมีร้านค้า ร้านกาแฟของตัวเองอยากตั้งโต๊ะถาวรก็ทำได้ เริ่มมีคนทำแล้ว ทางเราจะจัดเซตอุปกรณ์ส่งไปให้ได้

อาจถูกสร้างวาทกรรมล้มระบอบประยุทธ์กลายเป็นล้มสถาบันไปด้วย นายพริษฐ์ บอกว่า การใช้วาทกรรมเช่นนี้อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้บ้าง เราจึงเขียนให้ชัดแก้มาตราไหนบ้าง เพื่อลบข้อครหา และประชาชนก็คงเห็นด้วยตัวเองว่า ร่าง รธน.ที่เรานำเสนอไม่ได้นำไปสู่การล้มล้างการปกครอง

หัวใจการรื้อระบอบประยุทธ์ครั้งนี้ ทำให้ประชาชนกลับมาเป็นเจ้านายของนักการเมือง

อีกสมรภูมิที่สำคัญคือต่อสู้ทางความคิด ในสภาวะประเทศอยู่ในเกมชักเย่อ สังคมตึงเครียดมาก มุมหนึ่งมีระบบที่ล้าหลังมาก อีกมุมหนึ่งนำโดยคนรุ่นใหม่ ออกมาเรียกร้องค่านิยม เสรีภาพ ความเสมอภาค ไม่ใช่แค่เรียกร้องประชาธิปไตย หรือการแก้ รธน. กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการดึงสังคมไปข้างหน้า

ระบบที่ล้าหลังกับสังคมที่ก้าวหน้าขึ้น ไม่ว่าระบบล้าหลังแค่ไหน ถ้าสังคมก้าวหน้าขยายตัวมากขึ้นในอนาคต มีแนวร่วมมากขึ้น มีพลังมากขึ้น ก็ค่อยๆขยับสังคมไปข้างหน้าได้

สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น คนที่เป็นเจ้าของกติกาที่ล้าหลัง ไม่ว่าจะ เป็นระบอบประยุทธ์หรือใครก็ตาม อยากให้สังเกตดีๆว่า สังคมนับวันก็ก้าวหน้าขึ้น สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงมีแต่พัดไปข้างหน้า

ถ้าเขาไม่มีท่าทีพร้อมประนีประนอม พูดคุย รับฟัง ปรับตัว เปลี่ยนแปลง

สักวันหนึ่งเกมชักเย่อย่อมนำไปสู่ความตึงเครียด ทำให้เชือกขาดได้

ทำอย่างไรไม่ให้เชือกขาดและระบบที่ล้าหลังเดินไปกับสังคมที่ก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปะทะเชิงความคิดครั้งนี้น่าสนใจกว่าทุกครั้ง เพราะทุกบ้านเชื่อว่ามีคนรุ่นใหม่เห็นด้วยกับการแก้ รธน. เชื่อมีแนวร่วมอยู่ทุกบ้าน ถ้าคนรุ่นใหม่ช่วยโน้มน้าวคนในบ้านให้มั่นใจถึงการแก้ รธน.

ทำให้โอกาสการต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

หวังว่าจะได้ประชาธิปไตยมาโดยไม่ใช้วิธีที่เชือกขาด

อยากให้ได้ประชาธิปไตยที่คนทุกรุ่น ลุกขึ้นมาเดินร่วมไปด้วยกัน.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พริษฐ์ วัชรสินธุไอติมอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหลานอภิสิทธิ์วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองรัฐธรรมนูญระบอบประยุทธ์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:41 น.